ยินดีต้อนรับ    .....    สู่ อาณาจักรส่วนตัว
ที่ทำขึ้นเพื่อส่วนรวม .... ด้วยนะ    : )


ของ    ลูก (ศิษย์) โลก    กงจักร ใจดี

**** กงจักร -- มนุษย์ผู้ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง .... บนพื้นฐานของความสำนึก อย่างลึกซึ้งว่า หากสังคมไม่ดี ตนเองก็ย่อมได้รับผลร้ายด้วย ****


เว็บ กงจักร ใจดี เบอร์ 5 ช่วงสมัครผู้ว่า กทม.

สิ่งที่นำเสนอในเว็บนี้ อาจไม่ใช่สัจธรรม .... เว็บนี้เพียงแต่ มุ่งค้นหา และส่งเสริมให้คนเข้าถึง สัจธรรม (ความจริง)


บทบันทึก ก่อนปี 2556
(กลับไปหน้าบันทึกปัจจุบัน โปรดคลิ้กที่ "Thai" ใต้ลูกโลกหมุนๆ ด้านบน)


***********************************


อาทิตย์ 30 ธันวาคม 2555


ทักทายส่งท้ายปีเก่า 25555555555 ครับ
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ทำวีดีโอที่ตั้งใจจะทำมาได้หลายอาทิตย์แล้ว
เป็นวีดีโอที่ทำมาตอบคลิปของคุณ Annie Sararat ที่ใช้ชื่อว่า "ค่าแรงหนูขึ้นแล้วนะคะ"



ตอนที่ได้ดูคลิปนี้ครั้งแรก ผมนึกว่าคุณคนนี้เขาเป็นคนใช้จริงๆ และก็เป็นคนอิสานจริงๆ
ผมชื่นชมในความสวยและความช่างคิดของเธอมาก ที่ทำคลิปนี้ขึ้นมา

แต่แล้ว ก็พบในภายหลังว่า เธอลิปซิงค์บทพูดของคุณตุ๊กกี้ .. และเธอก็ไม่ใช่คนใช้ .. ไม่ใช่คนจน .. ไม่ใช่แม้แต่คนอิสาน

แต่ผมก็ยังชอบคลิปของเธออยู่ดี
แล้วก็บังเอิญเกิดไอเดียอันบรรเจิด ว่าน่าจะทำคลิปขึ้นมาบ้าง โดยแปลงบทพูดนี้เป็นภาษาอังกฤษ แต่พูดด้วยสำเนียงลาว แล้วก็ทำหน้าตาท่าทางคล้ายๆ น้องแอนนี่
แค่คิดผมก็ขำแล้ว .. ดังนั้น ถ้าทำออกมา ผมเชื่อว่า คนที่ได้ดูต้องฮากลิ้ง
และนั่น .. อาจทำให้ผมโด่งดังเหมือนอย่างน้องแอนนี่ .. โอ เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก
แต่ก็อยากทำ .. อยากลองดู

ในที่สุดผมก็ได้ทำออกมา ในวันสุดท้ายของการนอนอยู่ที่กระท่อมน้อย
ตอนถ่าย มันไม่ขำอย่างที่คิดแฮะ เพราะผมกลัวจำบทพูดไม่ได้ ..
อัดรอบเดียว .. พูดได้ครบตามบท .. เสียดายที่ถ่ายไม่ถึงหัว แต่ดูแล้วก็รู้สึกพอใจ ดังนั้น เอารอบเดียวนี่แหละ ตอนนั้นเริ่มหิวข้าวเที่ยงด้วย
บังเอิญมีเหตุต้องกลับบ้านภายในวันนั้น ก็เลยเอามาลง YouTube ในวันที่ 27 นั่นแหละ

ปรากฏว่า เอามาโพสต์ลง YouTube 1 คืน .. เหมือนจะไม่มีใครดูเลย

ตอนเที่ยงวันที่ 28 โพสต์ลงท้ายโพสต์หน้า Status ของน้องแอนนี่ แต่ก็ยังเหมือนจะไม่มีใครมาดู
ตอนบ่าย 2 โพสต์ลงที่หน้า "ฝึกฝนภาษาอังกฤษกันเถอะ ชาวโลก" .. ก็เหมือนไม่มีใครเห็น .. แต่แล้วก็มีเพื่อนมา Like 2 คน .. แสดงว่าการโพสต์นี้มีคนเห็น .. แต่ไม่มีคนเมนต์ แสดงว่าไม่โดน
ดึกวันที่ 28 ก่อนนอน เฮ้ มียอดดูถึง 100 กว่าแล้ว .. พอเช้าวันที่ 29 โอ 200 กว่า แต่แล้วยอดก็เหมือนจะหยุด
บ่ายวันที่ 29 โพสต์ลงหน้า Face ของ "สมาคมคนอิสาน" (แหล่งที่ทำให้ผมได้เห็นคลิปน้องแอนนี่ครั้งแรก)
มียอดคนดูเพิ่มหน่อยนึง .. แต่ ไม่มี Like ไม่มี comment ใดๆ

อะไรกันนี่ .. ผมว่ามุขนี้ต้องฮาก๊าก .. ทำไม ผู้คนที่ได้ดูจึงไม่มีปฏิกิริยา
ไม่เคยเห็นคลิปไหนเลยนะ ที่พูดอังกฤษสำเนียงลาว .. แถมยังทำล้อคลิปดังได้อย่างใกล้เคียงทุกคำ รวมถึงแปลงเพลงเป็นภาษาอังกฤษด้วย

เฮ้อ .. ไอ้เราคงไม่เหมาะ entertain คนแล้วจริงๆ แหละ

เฮ้ .. แต่ดึกวันเสาร์ 29 มีคนเมนต์ใน Youtube ว่า "เจ๋ง!!!!"
แสดงว่า มีคนชอบเหมือนกันนะเนี่ย

ขอโพสต์ลงเว็บนี้ด้วยอีกที (หน้าเว็บที่ไม่รู้ว่ามีใครดูมั่งหรือเปล่า) .. ใครไม่ขำก็ไม่เป็นไร ผมขอภูมิใจของผมคนเดียว .. อะโห คิดได้ไงฟะ มุขนี้ 55
จริงๆ แล้ว มันใช้เพื่อประกอบการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอิสานได้ด้วยนะเนี่ย .. เอาให้ภาษาอังกฤษวิบัติไปเลย ฮ่า ฮ่า

ขอมอบคลิปนี้เป็นของขวัญปีเก่าและปีใหม่ให้ทุกท่านนะครับ


อันล่างนี้ของคุณตุ๊กกี้ครับ .. ต้นตำรับต้นแนวคิด



หมายเหตุ .. ยอดคนดูคลิป "ค่าแฮงข่อยยังบ่ขึ้น" ของผม ณ เช้าวันที่ 30 ธันวา 2555 = 324 คน .. มีคน Like 3 คน .. เย้


คำทื่อประจำสัปดาห์

"มันช่างเป็นการแปรงฟันที่น่าประทับใจมาก"
(ทุกการกระทำในทุกขณะน่าประทับใจเสมอ ถ้าเรายอมรับมัน และรักมัน)

"สวัสดีวินาทีใหม่ครับ"


***********************************


เสาร์ 22 ธันวาคม 2555


เมื่อวาน 21 ธ.ค. ก็สรุปว่าโลกไม่แตกนะครับ

ตอนนี้ ผมหายปวดหลังพอสมควรแล้วครับ หายได้เพราะให้โอกาสหลังได้พักฟื้น ไม่ทำอะไรที่รบกวนเขาอีก เวลาจะหยิบอะไรต่ำๆ ก็ย่อขาลง ไม่ใช้วิธีก้มลงเก็บ .. พยายามไม่นั่งนานด้วย ควรหมั่นสลับมายืดเส้นยืดสายด้วยการโหนขื่อบ้าง เป็นต้น

เมื่อวานได้ไปเที่ยวงานครบรอบ 100 ปี โรงเรียน ศกว. (ศรีสะเกษวิทยาลัย) .. มีโอกาสได้ใส่หัวลูกโลกในจุดใกล้ๆ ที่ที่เคยประกาศก้องร้องเรียกให้รวมโลก เมื่อ 23 ปีก่อน .. ภูมิใจ เลยมีภาพมาอวดให้ดูกันครับ

อีก 6 วันนับจากวันนี้ ผมจะไปนอนทุ่งนา .. เป็นความฝันใฝ่ที่รอคอย .. ไม่เคยอยู่บ้านกระท่อมน้อยต่อเนื่องกันนานๆ เช่นนี้มาก่อน
แม้จะทำให้ต้องห่างอินเตอร์เน็ตอันเป็นช่องทางให้เพ้อพร่ำเรื่องรวมโลกรายวันใน Facebook .. แต่ วิถีชีวิตผมมันก็เป็นไปแบบนี้แหละ

อดีต ปัจจุบัน และอนาคต .. ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจเราในปัจจุบัน เรื่องนี้น่าพินิจพิเคราะห์ดูให้ดี





คำทื่อประจำสัปดาห์

"หากกงจักรรอด มิใช่เพราะกงจักรพึ่งตัวเองได้ หากแต่เพราะกงจักรมีธรรมชาติให้พึ่ง"

"ถ้าเราอยู่กับอดีต .. อดีตก็จะกลายเป็นปัจจุบัน"


***********************************


ศุกร์ 14 ธันวาคม 2555


โอย .. ร่างกายนี้ชักเสื่อมแล้วหรืออย่างไร .. เพียงนอนตะแคงหรือ .. ที่ทำให้ซิตอัพแล้วหลังเดี้ยงเช่นนี้

อืมม .. ผมชักสงสัยแล้วว่า ระหว่างการทำงานหนักโดยไม่ค่อยสนุก เมื่อเทียบกับการที่หาอะไรสนุกทำทั้งวันโดยไม่ห่วงอนาคต อย่างไหนมันไร้สาระกันแน่

โอ .. จริงๆ แล้วเราสนุกกับงานทุกอย่างได้ตลอดเวลานั่นแหละ .. แม้งานอาจจะดูซ้ำๆ (เช่น ล้างจาน ซักผ้า) เราก็ทำให้มันสนุกยิ่งๆ ขึ้นได้ .. อย่าเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยวนาทีกับความทุกข์ (เอ .. แต่มันก็ให้รสชาดที่ดีอีกแบบนึงนะ)

อ่าา .. ไม่ลอง ก็เห็นจะไม่รู้จริง .. ผมจึงพยายามลอง เพื่อให้รู้และหลุดพ้นจากกิเลส (ความไม่รู้)

อู้ววว .. หนทางในชีวิตมีให้เลือกอีกหลายเส้นทาง .. ชีวิตนอกระบบที่ไม่มีกรอบกั้น .. บ้าน - คอนโด - บ้าน - กระท่อม - บ้าน .. ความไม่จำเจมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ต่อให้บำรุงลูกด้วยอาหารดีแค่ไหน ก็โง่ได้ .. ถ้ามีกิเลส"

"ไม่มีอะไรจะเป็นไปได้อย่างใจยิ่งกว่าจินตนาการ"


***********************************


ศุกร์ 7 ธันวาคม 2555


ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งของผู้คนในสังคม ส่วนใหญ่น่าจะมีต้นตอมาจาก "ความเกลียด"

หลายคน อาจมองว่า คนที่ทำไม่ดีกับเรา เป็นคนไม่ดี จึงพาลเกลียดเขา
แต่จริงๆ แล้ว ที่เขาทำไม่ดีกับเรา อาจไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนนิสัยไม่ดี หากแต่เพราะ เขาเกลียดเรา (จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่)
แล้วสุดท้าย ผลก็คือทั้งสองฝ่ายเกลียดกัน และเริ่มทำในสิ่งที่ไม่ดีต่อกัน .. โดยมีอคติบังตา ไม่ให้รู้ว่าการกระทำเยี่ยงนั้นเป็นสิ่งไม่ดี
คิดเพียงว่า การทำเช่นนั้น ทำให้อีกฝ่ายแย่ลง และตนรู้สึกดีใจที่ชนะ
แต่ตามืดบอด จนมองไม่เห็นผลแห่งการกระทำ ว่าทำให้สังคมเดือดร้อน และนั่นก็จะย้อนผลสู่ตัวเองในที่สุด

ทำอย่างไร เราจะกำจัดความเกลียดออกจากใจมนุษย์ .. ทำให้มนุษย์ไม่สามารถเกลียดมนุษย์ด้วยกันได้อีกต่อไป

การรวมโลก .. การสอนให้มนุษย์รักมนุษย์ทั้งโลก .. คือหนทางที่จะช่วยได้
แล้วเมื่อนั้น โลกจะสงบสุขอย่างแท้จริง


คำทื่อประจำสัปดาห์

"อย่าพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และ อย่าละความพยายามในสิ่งที่เป็นไปได้"

"ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก อาจจะไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับเราที่สุดในโลก"
(แต่คนที่เหมาะสมกับเราที่สุดในโลก [ตามความรู้สึกของเรา] จะเป็นคนที่สวยที่สุดในโลก [ในสายตาของเรา] เสมอ)


***********************************


จันทร์ 26 พฤศจิกายน 2555


บางคน อาจจะปฏิเสธภาษาอังกฤษ ด้วยเหตุผลอะไร ผมก็ไม่แน่ใจ
แต่อยากบอกว่า ไม่ใช่เพราะภาษาอังกฤษหรอกหรือ เราจึงมีฟุตบอลเล่น, มีวิชาฟิสิกส์เรียน, มีคอมพิวเตอร์ใช้

บางคน อาจปฏิเสธภาษาญี่ปุ่น
แต่ไม่ใช่เพราะภาษาญี่ปุ่นหรอกหรือ เราจึงมีดราก้อนบอล และโตโยต้า

บางคน อาจปฏิเสธศาสนา ...
แต่ไม่ใช่เพราะศาสนา (ทุกศาสนา) หรอกหรือ ที่ทำให้คนในสังคมเขาอยู่กันได้อย่างสงบสุข

บางคน อาจจะปฏิเสธระบบราชการ
แต่ไม่ใช่ระบบราชการหรอกหรือ เราจึงมีโรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ

บางคน อาจจะปฏิเสธนักการเมือง
แต่ไม่ใช่นักการเมืองหรอกหรือ เราจึงมีระบบการอยู่ร่วมกันในสังคมขนาดใหญ่

ในสังคมอันเต็มด้วยปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์เรานี้ มีทั้งสิ่งถูกและสิ่งผิด ปะปนกัน
เราไม่ควรเหมารวมว่าสิ่งใดผิด เพียงเพราะมีองค์ประกอบที่ผิด .. หากแต่ควรแยกแยะสิ่งที่ผิด ออกจากสิ่งที่ถูก แล้วค่อยๆ กำจัดความผิดนั้นให้สูญสิ้นไป


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ภาพที่สวยที่สุด ไม่ได้สวยด้วยตา แต่สวยด้วยใจ"

"การตรัสรู้ ฤาจะสู้ตรัสทำ"
(เพราะรู้แล้วก็ลืมได้   แต่เมื่อทำแล้ว ผลแห่งการกระทำจะคงอยู่ตลอดไป ตามกฏแห่งกรรม เสมอ)







***********************************


อาทิตย์ 18 พฤศจิกายน 2555


การเวียนว่ายตายเกิด น่าจะเป็นจริง
ส่วน การเกิด แล้วก็แก่ แล้วก็เจ็บ แล้วก็ตาย นั้น เป็นจริงแน่นอน
เมื่อแก่มาก ก็ต้องเจ็บ เมื่อเจ็บมาก แล้วก็ต้องตาย
เราได้เรียนรู้เหตุการณ์อย่างนี้มามาก จากคนรุ่นก่อนๆ
แต่เรากลับเหมือนไม่ยอมรับความจริงกันในเรื่องนี้
ทำไม .. เกือบทุกคนจึงต้องรอให้แก่ และรอให้เจ็บจนตาย

ถ้าถึงเวลาที่ผมจะตาย .. ผมจะไม่รอให้เจ็บ .. ไม่รอให้น่าสงสาร
หากถึงเวลาที่ผมรู้ตัวว่า ร่างกายนี้เริ่มอ่อนแอลงมาก .. ผมจะกำหนดเวลาตาย แจ้งลาทุกคนให้เรียบร้อย แล้วผมก็จะให้หมอฉีดยาให้ตายอย่างสงบ

-----------------------------------------------------

ผมเริ่มได้คิด .. ว่า ผมไม่ควรมองว่าตัวเองเกิดมากับภาษาไทย จึงเป็นธรรมดาที่ตัวเองไม่เก่งภาษาอังกฤษ
ผมเริ่มได้คิด .. ว่า ในวันนี้ ภาษาอังกฤษ เป็นเหมือนภาษากลางของชาวโลก
ผมเริ่มได้คิด .. ว่า ผมสมควรใช้ภาษาอังกฤษให้เก่งเสมือนผมเกิดมากับสังคมที่พูดภาษาอังกฤษ
ผมพึ่งได้คิด .. ว่า ผมมีศักยภาพที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้ เหมือนกับคนอื่นๆ ที่บังเอิญเกิดหรืออยู่ในสังคมที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา
ผมจะเอาจริง .. ผมจะอยู่กับภาษาอังกฤษ จะตั้งเป้าให้ตัวเองเก่งภาษาอังกฤษเหมือนเป็นเจ้าของภาษา
ผมจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก .. โดยไม่กังวลว่าผมจะอ่อนภาษาไทย .. เพราะยังไงผมก็ต้องอยู่กับภาษาไทยพอสมควร
แล้วเมื่อผมเก่งภาษาอังกฤษมากพอ .. ผมจะหาภรรยาชาวญี่ปุ่น 555 (ล้อเล่นนะคร้าบ)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ขออวยพรให้ทุกคนตายอย่างมีความสุขนะครับ"


***********************************


จันทร์ 5 พฤศจิกายน 2555


เราอาจจะเคยลังเล .. ครุ่นคิด อย่างคร่ำเคร่ง .. ว่าจะทำดีหรือไม่ .. ทำดีมั้ยน้าาา
แล้วเวลาก็ผ่านไป .. ผ่านไป .. จนหมดโอกาสที่จะได้ทำ
คงไม่ถูกต้อง ที่จะมานึกเสียดายที่ไม่ได้ทำ
หากแต่ ควรนึกดีใจ ที่ได้ฝึกใช้สมองขบคิดไตร่ตรอง .. ชั่งตวงผลดีและผลเสียที่จะเกิดจากการกระทำนั้น
แม้นจะคิดได้ในภายหลังว่า .. หากลงมือทำการนั้นซะ ก็จะมีแต่ผลดี หาได้ก่อผลเสียใดไม่ ....
ก็ยังมีโอกาสใหม่ในชาติหน้า ที่จะได้กลับมาแก้ตัวอีกครั้ง
หึ หึ หึ

-----------------------------------------------

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
ผลงานใหญ่ๆ มากมายที่เราได้เห็นในโลกทุกวันนี้ เกิดจากความพยายามอย่างเหนื่อยยากของผู้คน
แล้วเกิดเป็นผลให้ได้ชื่นชมกัน

การรวมโลก ก็ไม่ได้ทำเสร็จในวันเดียว
เป้าหมาย ที่มุ่งเป็นสุขในปัจจุบัน
ยังสามารถทำให้มุ่งสู่เป้าหมาย แห่งการเป็นสุขยิ่งกว่าเมื่อถึงเป้าอันยิ่งใหญ่ได้
หรือ .. ผลที่ใจตนนั้นคงที่แล้ว
หากแต่ .... ผลแก่สังคมตะหากที่จะเปลี่ยนแปลงไป .. ในทางที่ดีขึ้นมากๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วไงล่ะ
ทำไม่ได้หรือ?? ... แล้วได้ทำเต็มที่แล้วรึยังล่ะ ????
.... ถ้างั้น .. หยุดนิ่งอยู่ทำไม ?

คำทื่อประจำสัปดาห์

"ความรู้ไม่ใช่ของเรา เกิดใหม่ก็ลืม .. ผลแห่งการกระทำเป็นของเรา เกิดใหม่ก็ยังคงได้เห็นอยู่"

"ความรู้ จะได้ใช้ก็ในตอนหาความสุข .. แต่ความสุข ใช้ได้ในทันที"

"ความรู้ นำทางไปสู่ความสุขได้ .. ความสุข ก็เปิดทางสู่ความรู้ได้เช่นกัน"

"เพราะมีสิ่งผิด จึงมีสิ่งถูก .. เราจึงได้เห็นทั้งสิ่งที่ผิดและถูกบนโลกนี้"


***********************************


พฤหัสบดี 25 ตุลาคม 2555


ดูรายการ แบไต๋ ไฮเทค เป็นประจำ .. ได้สาระและบันเทิงดีครับ
วันก่อน เขานำเสนอ Hardware ที่น่าสนใจสองอย่าง
อันนึงเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้สามารถทำการต่อเชื่อมเน็ตเวอร์คภายในบ้านหรือสำนักงานได้ โดยไม่ต้องใช้สายแลน หากแต่ใช้สายไฟซึ่งมีเดินอยู่แล้ว วิธีนี้เหมาะกับอาคารที่อยู่ไกลกัน .. ไกลเกินไปสำหรับ Wireless (เพราะระบบสายไฟนี้ไปได้ไกลกว่า คือไม่เกิน 300 เมตร ซึ่งถือว่าไกลกว่าการเดินสายแลนโดยไม่มี Switch เป็นตัวเชื่อมด้วย)
ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ Zyxel HD Powerline
อีกอันนึง เป็นอุปกรณ์แชร์ข้อมูลในบ้านที่เป็นเหมือนถังรวมข้อมูล ที่ทำให้อุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ เข้ามาดึงข้อมูลในนี้ได้
เมื่อก่อนเห็นที่ห้อง Server ของ ศทส. กับคำศัพท์เรียกมันว่า NAS (Network-attached Storage) .. ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันคืออะไร
แต่เมื่อแบไต๋อธิบายถึงผลิตภัณฑ์นี้ ผมก็รู้สึกว่า เข้าใจดีขึ้น (ยังไม่ชัวร์เหมือนเดิม ฮ่า ฮ่า)
สรุปว่า ผมว่า มันคือ Harddisk ที่ไม่ต้องต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่มันคือคอมพ์ในตัวเอง ซึ่งเปิดให้อุปกรณ์หลากชนิดเข้ามาอ่านไฟล์ต่างๆ ที่มันเก็บอยู่ได้
สนใจ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ Zyxel NSA310

มีโปรแกรมตัวหนึ่งสำหรับ Smart Phone ที่น่าสนใจมากสำหรับชาว GIS นั่นคือ GIS4mobile
โปรแกรมนี้ทำให้เราสามารถแสดงข้อมูลที่เป็น Shapefile ในเครื่องของเราได้ และเก็บบันทึกข้อมูลด้วย GPS ในมือถือของเราในรูปแบบ Shapefile ได้ (เห็นเขาว่างั้น ตัวเองยังไม่ได้ลอง ฮ่า ฮ่า)
สักวันจะลองใช้เองดู
วันนี้เอามาแนะนำให้ท่านที่ว่างๆ ลองหาใช้กันก่อนนะคับ ดาวน์โหลดฟรีได้เลยมั้งจากชื่อโปรแกรมนี้
ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ GIS4mobile

คำทื่อประจำสัปดาห์

"ความรู้ไม่ใช่ของเรา เกิดใหม่ก็ลืม .. ผลแห่งการกระทำเป็นของเรา เกิดใหม่ก็ยังคงได้เห็นอยู่"

"บางที การออกคำสั่งกับใคร ก็เป็นการทำร้ายเขา .. ทางจิตใจ ........ มีใครบ้าง ชอบทำตามที่คนอื่นสั่ง"

"หากการรณรงค์ให้คนในประเทศรักสามัคคีกัน ไดุ้บุญ 10 หน่วย งานรณรงค์ให้คนทั้งโลกรักกัน ก็น่าจะได้บุญไม่น้อยกว่า 2000 หน่วย (1 โลก มีประมาณ 200 ประเทศ)"

"คนที่หายโกรธแล้วรื่นเริงได้ในทันที ไม่ใช่คนประหลาดหรอกนะ .. หากแต่เป็นคนที่รู้เท่าทันตัวเองได้เร็ว และกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้องได้เร็วตะหาก"



***********************************


อังคาร 16 ตุลาคม 2555 (40&5)


เขียนเว็บคราวนี้บนรถไฟ รถด่วนดีเซลราง กรุงเทพฯ-ศรีสะเกษ รถว่างมาก (ทั้งตู้ มีอยู่ประมาณ 10 คน)
การมากรุงเทพฯ คราวนี้ ความรู้สึกเปลี่ยนไปหลายอย่าง
- การเดินทางไปทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อหน่าย .. ถ้าเราวางแผนดี เตรียมตัวดี การเดินทางจะเป็นเหมือนช่วงเวลาที่ได้สังสรรค์กับผู้คนมากมายในสังคม ก่อนที่จะได้เริ่มงานอันหนักหน่วง 8 ชั่วโมง แล้วก็ได้สังสรรค์อีกครั้งยามเดินทางกลับ
(แม้แต่ผม ซึ่งมีปัญหาประจำตัวคือท้องผูก และฉี่บ่อย แต่เมื่อได้กินต้มผักบุ้งก่อนนอน .. นอนให้มากพอ .. และตื่นมาก็ออกกำลังกายก่อนออกจากบ้าน ... แม้ว่าจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 กว่าๆ ก็ยังสามารถปฏิบัติภารกิจทั้งวันได้ โดยไม่ประสบปัญหาสุขภาพ (เหมือนอย่างที่เคยเป็นเมื่อครั้งยังทำงานประจำอยู่ ... สรุปว่า ความเครียดแฝง น่าจะมีส่วนเยอะนะ)
- ความรู้ทางการแพทย์ ช่วยรักษาโรค และพลิกฟื้นชีวิตคนได้จริงๆ .. สำหรับคนที่ยังไม่ถึงวาระ
- ชีวิตนี้ เหมาะเป็น "สิงห์เดี่ยว" ที่สุดแล้ว
- ตราบใดที่ยังไม่พลาดร้ายแรง ชีวิตนี้ยังมีค่า และมีอนาคตอันงดงามเสมอ
- ไม่ลองก็ไม่รู้ จริงๆ
- โอกาสในการรวมโลก หาได้ง่ายกว่าที่เคยมาก (โดยไม่ต้องกดดันตัวเอง)
- คนที่รักหมา .. กลับมีปฏิสัมพันธ์กับคนดียิ่งกว่าเราซะอีก (เจ้าหลิงหลิง)




น้าผมเองครับ .. น่าจะหายจากโรคมะเร็งได้ในเร็วๆ นี้ .. เพราะตัวผู้ป่วยเองรู้จักมะเร็งดีแล้ว






คำทื่อประจำสัปดาห์

"สำหรับบางคน เงินเดือน 100,000 แต่ค่าเสรีภาพสำหรับเขานั้น แม้มีเงิน 10 ล้านก็ยังซื้อไม่ได้
แต่สำหรับบางคน หาเงินได้เดือนละ 2,000 กลับสามารถรู้สึกเปี่ยมด้วยเสรีภาพได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาท"


"ความรัก ประเมินค่าไม่ได้"
(จ้างคนดูแลด้วยเงิน 2,000,000 เขาก็อาจจะดูแลคุณไปงั้นๆ ถ้าเขาไม่ได้รักคุณ
แต่สำหรับคนที่รักคุณ .. แม้ไม่ต้องจ้าง เขาก็จะดูแลคุณดีมาก)

"สิ่งที่ชอบ ก็คือสิ่งที่ชอบ ที่ไม่ชอบ ก็คือไม่ชอบ .. อย่าหลอกตัวเอง"

"ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจนักหรือ .. เช่นนั้นร่องแยกบนเปลือกต้นไม้ที่แสดงถึงความสูงวัยก็ดูน่าเกลียดเหมือนกันสิ"



***********************************


พฤหัส 4 ตุลาคม 2555


ตอนนี้ผมอยู่ กรุงเทพ ครับ .. จะอยู่ถึงวันที่ 15 ตุลา
ดูเหมือนกรุงเทพจะยังมีสลัมอยู่หลายที่ .. ถ้าผมได้เป็นผู้ว่า กทม. จะเปลี่ยนสลัมให้มีสภาพที่สวยงาม น่าอยู่ น่าดู น่าชม
ฮ่า ฮ่า .. พูดเข้ากระแสการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่กำลังใกล้เข้ามาเลยนะ
หลายคนอาจจะสงสัยอยู่ว่า ผมจะลงเลือกตั้งหรือไม่
ตอนนี้ผมบอกได้แค่ว่า .. ผมไม่มีเงินที่จะลงสมัครหรอก .. และก็จะไม่ใช้วิธีรับบริจาคด้วย
(ต่อให้ค่าสมัครลดลงจาก 70,000 เหลือ 20,000 ก็ยังไม่แน่ว่าผมจะมีเงินพอสมัครหรือเปล่า)

ขอพูดถึงเรื่อง การทำงานแลกเงิน ที่กล่าวไปในอาทิตย์ก่อนต่ออีกสักหน่อย
แม้จะเห็นถึงข้อดีและคุณประโยชน์ของเงิน
แต่ผมก็ยังมีความหวังเดิม .. ที่คิดฝันไว้ และยังไม่ได้ลอง .. นั่นคือ ลองใช้ชีวิตทำงาน โดยไม่แลกกับเงิน (ไม่มีรายได้เลย) สักช่วงหนึ่งของชีวิต ถ้าทำได้สักครึ่งปีจะดีมาก

คำทื่อประจำสัปดาห์

"คนที่โกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ จะไม่กังวลหากเขารู้ว่าโกหก .. แต่คนที่โกหกเพื่อให้ตนเองสบายใจ จะกังวลเมื่อมีคนรู้ว่าโกหก"

(แต่สรุปคือ .. พยายามยอมรับความจริง และบอกตามจริงทุกสิ่งได้ จะดีที่สุด)

"เป็นบุญของมนุษย์ ที่ไม่จำเป็นต้องฆ่าตัวตาย .. เพราะเมื่อถึงเวลา เดี๋ยวมันก็ตายเอง"



***********************************


อาทิตย์ 23 กันยายน 2555


กลับมาพบกันเหมือนเดิมครับ .. คือพบไม่ตรงเวลา เอาแน่ไม่ได้ว่าผมจะมาเขียนวันไหน เหมือนเดิม .. ไม่เป็นไรเนาะคับ เว็บเรา สบายๆ .. คนเขียนว่างเมื่อไหร่ก็เขียน คนอ่านว่างเมื่อไหร่ก็อ่าน (แต่ผมก็ทำได้ค่อนข้างคงที่นะ .. ประมาณสัปดาห์ละครั้ง)

ชีวิตทุกวันนี้ .. บางทีก็เหนื่อยนะ .. ทำไมต้องทำงาน .. ทำไมไม่อยู่บ้านนาคนเดียว ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกะใคร
แต่ คิดดูอีกที .. ผมว่า ผมต้องทำงานใช้หนี้นะ .. หนี้บุญคุณชาวโลกที่ทำให้ผมได้มีความรู้ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้
ตอนนี้ ผมไม่ได้ทำงานเพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ได้ทำงานเพื่อให้มีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ได้ทำงานเพื่อความสนุก
ผมทำงานเพื่อความเจริญรุ่งเรือง สงบสุข และยั่งยืน ของสังคมมนุษย์
... หากเพียงตั้งเป้าหมายที่การมีชีวิตรอด .. ผมก็คงไม่ต้องทำงาน .. คงทำตัวได้อย่างนกตัวหนึ่ง หาอาหารตามลำพัง แล้วถ้าหาคู่เจอ ก็ทำรังอยู่กัน (โดยไม่ต้องไปงานขึ้นรังใหม่ของนกตัวไหน อิ อิ)

การทำงานทุกวันนี้ เป็นการทำงานแลกเงิน
เมื่อก่อนเคยคิดแอนตี้ .. เกลียดการทำงานเพื่อเงิน .. เกลียดเงิน .. เคยคิดถึงขั้นจะหว่านเงินโปรยลงมาจากสะพานลอย เพื่อประท้วงการที่สังคมมุ่งแต่หาเงินกัน
แต่วันนี้ .. วันที่เราทำงาน โดยมีเงินเป็นค่าจ้าง ต่อชิ้นงานที่ทำ .. ผมก็เปลี่ยนความรู้สึก
เงิน คือเครื่องมือแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ
เงิน มีค่า ที่เป็นมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม
เงิน ทำให้มนุษย์ได้ช่วยกันทำงาน

ขอพูดอีกครั้ง
สิ่งที่ผิด ไม่ใช่เงิน หากแต่เป็นวิธีการใช้เงินและวิธีการหาเงิน ในบางครั้งของบางคน
เหมือนกับมีด .. หากใช้หั่นผักมันก็ไม่ผิด แต่เมื่อใช้ทำร้ายคนอื่น มันก็ผิด
เงิน เมื่อใช้แลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม มันก็ไม่ผิด .. แต่หากใช้จ้างคนทำสิ่งผิดๆ มันก็ผิด
รวมถึงการใช้เงินแสดงความร่ำรวยล้นเหลือกว่าคนทั่วไป แล้วก็ต้องหวั่นกลัวว่าคนอื่นจะมาจี้ปล้น ก็เป็นการใช้เงินแบบผิดๆ เช่นกัน

คำทื่อประจำสัปดาห์

"ทำไมถึงรวมอาเซียนได้ แต่รวมโลกไม่ได้ ..
เพราะรวมอาเซียนแล้วยังคงค้าขายอาวุธ ทำสงครามต่อไปได้ใช่มั้ย ..
แต่ถ้ารวมโลกแล้ว ธุรกิจสงครามก็จะจบสิ้น
พวกผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายจึงไม่ส่งเสริมให้สันติภาพโลกเกิดขึ้นได้จริง"



"ยามเยาว์ไร้ความสามารถ กลับเปี่ยมด้วยเสรีภาพ เพราะเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์ในสายตาผู้คน"



***********************************


พฤหัส 13 กันยายน 2555


คิดดูแล้ว รู้สึกว่ากฏหมายมีความขัดแย้งในตัวเองอยู่นะครับ
กฏหมายบอกว่า การค้า การเสพ "ยาเสพติด" เป็นสิ่งผิดกฏหมาย
แต่ การค้า "อาวุธ" (ตลอดจนขีปนาวุธ) และการซ้อมใช้อาวุธเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งผิดกฏหมาย
ยาเสพติด ไม่ได้มีผลฆ่าคนโดยตรง .. แต่อาวุธเหล่านั้น มีไว้เพื่อฆ่าคนด้วยกันโดยตรง .... ทำไม ยาเสพติดจึงถือเป็นสิ่งที่ผิดร้ายแรงกว่าอาวุธที่มีไว้ให้มนุษย์ประหัตประหารกันเอง

สักวันผมว่าจะไปร้องเรียนศาลปกครอง เพื่อขออนุญาตให้ผมได้ลองเสพยาบ้าหรือยาอีดูสักเม็ด

------------------------------------

วันก่อน ดูทีวี เห็นมีรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตาย
จริงๆ แล้วการฆ่าตัวตายไม่น่าผิดมากนัก ถ้ามันถึงวาระที่ควรจะตาย
แทนที่จะรณรงค์ "ห้าม" ฆ่าตัวตาย อย่างเดียว น่าจะเปลี่ยนเป็นรณรงค์ให้รู้ถึง วาระและวิธีการฆ่าตัวตายอย่างสมควร
บอกหลักเหตุผลให้คนได้ใช้ใคร่ครวญว่า เมื่อไรที่คนเราสมควรจะตาย และถ้าตกลงใจว่าจะตายแล้ว ตายแบบไหนจะตายสบายและได้กุศล (ตัวเองสบายใจและทุกคนสบายใจ) ที่สุด

เพราะตายไป เดี๋ยวก็ได้เกิดมาใหม่ .. มิใช่หรือ

นี่ก็เป็นแค่ความคิดหนึ่งของผมนะครับ .. โปรดอ่านอย่างใช้วิจารณญาณ .. จริงๆ แล้วผมเองก็เห็นว่า คนเราไม่ควรยอมตายง่ายๆ เพราะกว่าจะสั่งสมความรู้มาได้ถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ .. ชีวิตชาตินี้ยังมีเรื่องให้ทำ น่าทำ และทำได้ อีกเยอะ .. แต่ถ้าวันใดที่มันอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ แถมยังเกิดโทษกับผู้อื่น .. ผมว่า ผมเองก็ขอฆ่าตัวตาย เพื่อให้ตายได้สบายๆ มีเวลาได้สั่งเสียผู้คน .. ดีกว่าเจ็บจนตายหรือหิวจนตาย


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีสุข .. ที่ใดมีเกลียด ที่นั่นมีทุกข์"

(คิดค้นได้ระหว่างล้างจาน .. คืนวันที่ 8 ก.ย. 2555 .... สังคมที่ผู้คนอยู่กันอย่างรักและหวังดีต่อกัน ทุกคนย่อมมีแต่ความสุข .. แต่สังคมที่เมื่อไรคนเริ่มเกลียดกัน ที่นั่นจะกลายเป็นนรกทันที .. ใจเราเองก็เช่นกัน เมื่อเราเกลียดใครหรือไม่ชอบสิ่งใด ใจเราก็ทุกข์เอง)

"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความลำบากอยู่ที่นั่น"

(เพราะถ้าไม่ลำบาก ก็คงไม่ต้องพยายาม ....... ที่สำคัญคือ คนส่วนใหญ่ (รวมทั้งตัวผมเองด้วย) พยายามที่จะมีชีวิตแบบที่ต้องใช้ความพยายาม จึงทำให้ชีวิตต้องลำบากเรื่อยไป)


***********************************


พฤหัส 6 กันยายน 2555


ในชีวิตนี้ เหมือนจะมีความปิติสุดๆ อยู่ 2-3 ครั้ง
ครั้งแรกคือตอนที่ค้นพบว่า ทุกประเทศบนโลกนี้ควรรวมเป็นหนึ่งเดียว
อีกครั้งหนึ่งคือตอนที่ค้นพบหลักธรรม "พอใจ = ไร้ทุกข์ .. ทำดี = มีสุข"
ความรู้สองอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เส้นทางชีวิตก้าวมาและก้าวไปอย่างมีจุดหมายและมั่นคง


วันก่อนคุยกับเพื่อนร่วมงาน GIS (นายจ้าง)
พูดกันถึงสภาพสังคมทุกวันนี้ เหมือนคนรวยก็ยิ่งรวยขึ้น คนจนก็ต้องจนกันต่อไป
แต่ .. เมื่อได้หวนคิดดูดีๆ
สัจธรรมที่เป็นจริงยิ่งกว่านั้น (มากๆๆๆๆๆ) ก็คือ
คนทำดี ยิ่งมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ .. คนทำไม่ดี ก็ยิ่งมีชีวิตที่แย่ลงเรื่อยๆ
มันคือเรื่องของกฏแห่งกรรม เรื่องของผลแห่งการกระทำจริงๆ
เราอาจเห็นคนรวยมีความสุข มีชีวิตที่อยู่ได้สบาย นั่นก็เพราะเขาทำได้ดี ทำได้ถูกต้อง (ในระดับหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง จะยืนยาวหรือไม่ ผมก็ไม่รู้)
ขณะที่ คนรวยบางคน เมื่อทำอะไรผิด เช่น ขับรถชนคน พูดออกสื่อผิดๆ ฯลฯ ก็ย่อมได้รับผลกรรมในสิ่งที่ก่อ มีชีวิตที่อยู่ลำบาก และอยู่อย่างเป็นทุกข์ ไม่ต่างจากคนทั่วไป

ดังนั้น .. สิ่งที่คนพึงแสวงหา จึงไม่ใช่ความรวย หากแต่เป็น ความรู้ ว่าทำอย่างไรจึงจะได้ผลดี และการทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่ทำแล้วจะไม่สร้างปัญหาต่อตนเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต (การสร้างปัญหาแก่สังคมจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองในอนาคต)

ชีวิตผมเอง ตอนนี้ก็สบายในระดับหนึ่ง ยังไม่สบายสุดๆ ทั้งกายและใจ .. แต่ ตราบใดที่เรามีความพอใจและมุ่งทำดี ตราบนั้น เราก็ไม่พบว่า สิ่งที่เป็นอยู่มันเลวร้ายแต่อย่างใด


ณ รายการทีวีสุดโปรด "แบไต๋ ไฮเทค" ค่ำวันจันทร์ที่ 3 ก.ย. 2555
หากเขาล่วงรู้อุดมการณ์รวมโลก และร่วมสู้เพื่ออุดมการณ์นี้ เราคงทำได้สำเร็จในเร็ววัน
เขาถ่ายทำที่ Digital Gateway สยามสแควร์ .. ผมเป็นเพียงคนดูครับ .. ดูรายการเขาย้อนหลังทาง YouTube ได้ที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=bb1HYDSJIT0




คำทื่อประจำสัปดาห์

"หากทำงานจนไม่มีเวลาซักเสื้อผ้าในแต่ละวัน ก็คงต้องถือว่าทำงานมากเกินไปแล้วแหละ"

"หากคิดว่าทำดีแล้วไม่ได้ดี ก็กลับไปทบทวนสิ่งที่ทำไปใหม่เถิด หากทำได้ดีจริงมันย่อมได้ผลดี"



***********************************


พฤหัส 30 สิงหาคม 2555


ด้วยความสงสัยว่าตัวเองติดเชื้ออะไรมาจากคุกหรือเปล่า จึงทำให้รู้สึกคันตามเนื้อตัวและนิ้วมือ .. อีกทั้งกลัวว่าการติดเชื้อนี้จะไปแพร่ให้ใครต่อไป .. จึงได้ไปตรวจเลือดกับทาง รพ.เมืองจันทร์ วันที่ 23 ส.ค. (ตรวจไวรัสเอดส์ {HIV}, ตับอักเสบบี {HBsAg}, และตับอักเสบซี {Anti-HCV} ค่าตรวจทั้งสิ้น 450 บาท) ผลปรากฏว่า Negative หมด หมายถึง ไม่มีเชื้ออะไร
ชะตายังดีอยู่นะเนี่ย

------------------------------------

เหมือนฉันเริงร่ากับชีวิตที่ดูสบายๆ .. เหมือนมีเวลาทำอะไรไร้สาระ
แต่ .. ใครจะรู้บ้างไหม
ว่าฉันเศร้าใจ&กังวลใจ ทุกครั้งที่นึกถึงงานรวมโลก (และอีกหลายๆ งานที่ยังตั้งใจจะทำ)

ปีนี้ ฝนมาช้า .. ฉันน่าจะสร้าง "ลูกโลกบนผืนดิน" ได้สำเร็จภายในปีนี้ .. แต่ฉันก็ปล่อยเวลาผ่านไปจนต้องรอปีหน้า


ลูกโลกบนผืนดิน .. 11:15 น. 28 ส.ค. 2555


ลูกโลกบนผืนดิน .. 07:25 น. 29 ส.ค. 2555




คำทื่อประจำสัปดาห์

"สิ่งที่ทำได้ในแต่ละขณะก็มีแค่เพียงอย่างเดียว .. จงมีสติและจงพึงพอใจอยู่กับสิ่งที่ทำเถิด"

"ฉันอาจโหยหาความเป็นธรรมชาติ .. แต่ .. สื่อที่ฉันใช้ถ่ายทอดข้อความนี้ .. มันช่างไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลยนะ"

"ธรรมชาติ .. อาจทำให้นกเข้ามาทำรังในบ้านคน .. แต่ ธรรมชาติ ไม่เคยทำให้นกรู้สึกอายที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า"


***********************************


อังคาร 21 สิงหาคม 2555


สังคมมนุษย์ที่ดูวุ่นวาย กลับมีคุณค่าได้อย่างน่าประหลาดใจ
แม้อยู่ในคุกก็เป็นสุขได้ กับสังคมมนุษย์
แม้อยู่ในกรุงเทพ รถติด มลพิษเกลื่อน ก็ยังเป็นสุขได้กับสังคมคนที่ร่วมซวยด้วยกัน
มนุษย์อย่างกงจักร ช่างเป็นสัตว์สังคมโดยแท้ (แต่เข้าสังคมไม่ค่อยเป็น 55)

-----------------------------------------------

และแล้วชีวิตผมก็มีความผันแปรเกิดขึ้นมาอีกจนได้
มีคนติดต่อจ้างทำงาน GIS เป็นโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาพชาวเขา โดยใช้ GIS เข้าช่วย
หลังจากที่มั่นใจว่าพอทำงานให้เขาได้ (เป็นองค์กร ประมาณว่า NGO เล็กๆ) ผมก็ตอบตกลง โดยมีเงื่อนไขว่า
- ขอเงินซื้อโน๊ตบุ๊กก่อน .. 24,000 บาท
- ขอเงินเดือน เดือนละ 10,000 บาท แต่เมื่อหักเงินจากที่ผมเอามาก่อน จะเหลือรับในช่วง 6 เดือนแรก เดือนละ 6,000 บาท
- การทำงานสามารถสิ้นสุดเมื่อไรก็ได้ เมื่อฝ่ายเขาหรือฝ่ายผม เห็นสมควร (หากสิ้นสุดเร็ว ผมต้องใช้หนี้ค่าโน๊ตบุ๊ก)
- ผมยังคงสามารถรับงานแปลได้ แต่ต้องลดลงเหลือวันละ 300 บาท (ถ้างานที่จ้าง 100 บ./หน้า ก็แปลได้ 3 หน้าต่อวัน)
- ผมยินดีไปทำงานที่สำนักงานที่กรุงเทพฯ ได้อย่างน้อย 5 วันต่อเดือน (ที่เหลือเป็นการทำงานที่บ้าน และประสานงานกันทางอินเตอร์เน็ต)

เขาตกลง .. โดยเสนอเป็นสัญญาจ้าง 6 เดือน .. โอนเงินมาให้แล้วเรียบร้อย 24,000 บาท พร้อมจะเริ่มจ่ายเงินเดือนให้ผมตั้งแต่สิ้นเดือน ส.ค. นี้เป็นต้นไป
ในที่สุด ผมก็ได้ทำงานด้วยเงินเดือน 6,000 บาท สมพรปากที่พูดไว้ในเว็บนี้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน

แม้ว่างานนี้ อาจจะทำให้ผมเสียเสรีภาพไปบ้าง แต่คุณความดีที่จะได้จากงานนี้ ทำให้ผมตัดสินใจรับทำ
เรื่องการมีเงินซื้อโน๊ตบุ๊คนั้นเป็นเรื่องเล็ก .. แต่ที่สำคัญคือ โครงการนี้ ทำให้ผมได้ใช้ GIS ให้เป็นประโยชน์แก่ชาวเขา (รวมถึงชาวปางหินฝนที่เคยอยู่ร่วมกันมา)
นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้กลับไปที่นั่น .. ตอนนี้ก็ยังไม่มีแผนว่าจะได้กลับไปเยี่ยมเยียนเมื่อไหร่ .. แต่ขอส่งความคิดถึงผ่านแผนที่ GIS เหล่านี้แทนก็แล้วกัน

พูดถึงเรื่องโน้ตบุ๊ค .. น่าเสียดายยิ่งนัก ที่พอถึงเวลามีเงินซื้อจริง ผมกลับต้องรีบเร่งซื้อ เพราะงานแปลรออยู่เยอะ งาน GIS ก็ควรเริ่มให้เร็วที่สุด
ไปดูร้านคอมพ์ที่ใหญ่ที่สุดใน อ.อุทุมพรพิสัย .. ไม่มีรุ่นที่แพงถึง 24,000 .. แต่มีเว็บรายการคอมพ์ให้เลือกซื้อ .. ตัวเลือกในเว็บมีเยอะพอควร แต่ด้วยเงื่อนไขของผมที่ต้องการ Windows 7 ลิขสิทธิ์แท้ และราคาประมาณ 24,000 ทำให้ตัวเลือกมีไม่กี่ตัว
ผมก็เลยสั่งซื้อเครื่องที่มีสะเป๊ก ดังนี้ CPU: Core i5 gen3, Ram: 4GB, การ์ดจอ: 1GB, Harddisk: 500GB, มี USB 3.0, จอ 14 นิ้ว (ใหญ่ไป แต่จำเป็นต้องเลือก), มาพร้อม Windows Home Premium
ราคาขาย 23,200 บาท
ได้เครื่องมาใช้วันแรก .. หงุดหงิดไม่ถูกใจหลายอย่าง .. แป้นพิมพ์ก็กดยาก แถมมีปุ่มนึงชำรุด (ตอนนี้เอากลับไปให้เจ้าของร้านใส่ให้ใหม่ หายดีแล้ว) .. เมาส์ก็ชอบคลิกเอง
แต่ เมื่อคิดในแง่ดี ....
บนข้อเสียของมันที่ ไม่ใช่ยี่ห้อใจรัก, แป้นกดยาก, เมาส์ไม่ได้เรื่อง, ใหญ่เกินไปสำหรับการพกพาไปนา, หนัก, ค่อนข้างร้อนตรงที่วางมือ
แต่มันก็มีข้อดีของมัน ตามที่ผมต้องการ .. นั่นคือ .. ทำให้ผมได้ใช้โดยไม่เสียเวลาเลือกนานเกินไป, ทำให้ผมไม่ต้องเป็นหนี้พ่อแม่เพิ่มเติม, เร็วและแรงพอสำหรับทำงาน GIS กับข้อมูลใหญ่ๆ, update Windows ได้โดยไม่ต้องกลัวเรื่องผิดลิขสิทธิ์

จริงๆ แล้วผมค่อนข้างคิดมากก่อนเลือกเครื่อง .. ว่าจะเลือกใช้ Windows หรือ Linux (Ubuntu) ดี
แต่เมื่อดูว่าเราน่าจะยังต้องใช้โปรแกรมใน Windows บางอย่าง และมาคิดถึงความติดค้างกับ Windows เพราะเคยใช้ของเถื่อนเขามา ก็เลยคิดว่า ขออุดหนุนเขาหน่อยละกัน
ตอนนี้ยังรู้สึกว่า Ubuntu เหมือนจะมีข้อดีกว่า Windows ตรงที่
1. เวลา update ทำได้ในขณะเปิดใช้งานปกติ ไม่ใช่อย่าง Windows ที่มา update ตอนคนจะปิดเครื่อง แล้วก็บอกคนว่า อย่าพึ่งปิดนะ รอ update ก่อน ซึ่งบางครั้งก็นานมากทีเดียว
2. เวลาต่อ mouse, flash drive, ฯลฯ Ubuntu จะรับรู้ได้ในเกือบจะทันที ไม่ต้องเสียเวลาหา driver นานอย่าง Windows
3. การหาโปรแกรมมาติดตั้งเพิ่มเติม ของ Ubuntu จะมี Software Center ที่สามารถค้นหาได้จากตรงนั้นที่เดียวเลย แต่ Windows ต้องหาตามเว็บของผู้พัฒนาหรือเว็บที่ให้ดาวน์โหลด (ยังดีนะ ที่พวกโปรแกรม GIS, โปรแกรมเอกสาร, และโปรแกรมดิกฟรี [GoldenDict] ที่มีใน Linux เขาก็ทำเวอร์ชั่นฟรีสำหรับ Windows ให้ใช้ด้วย)



คำทื่อประจำสัปดาห์

"จงหัดพอใจกับสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจซะมั่ง"

"เครื่องมือที่ยิ่งใช้ ยิ่งมีศักยภาพมากขึ้น ก็คืออวัยวะต่างๆ ของเรา"

"ไม่จำเป็นต้องแข่งดีแข่งเด่นกับใคร เพราะในละครชีวิตของเรา ไม่มีใครมีบทเด่นไปกว่าตัวเราเอง"


***********************************


อาทิตย์ 12 สิงหาคม 2555


ผลจากการติดคุก .. ทำให้บริจาคโลหิตไม่ได้ 3 ปี (ตามข้อกำหนดของหน่วยรับบริจาคโลหิต) .... การติดคุกลาวส่งผลตามมาต่อชีวิตเราหลายอย่างเลยแฮะ


ถ่ายหน้า คลังเลือด รพ. รามา พุธที่ 1 ส.ค. 2555

กลับมาจาก กทม. แล้วครับ
แล้วก็อดใจไม่หาอะไรติดมือมาไม่ได้ ... สุดท้ายได้ Sony Ericsson Xperia Pro .. ซื้อที่ร้าน TG Fone เซ็นทรัลลาดพร้าว
ไป กทม. คราวนี้ ไปดูอุปกรณ์คอมพ์&มือถืออยู่หลายวัน .. ช่วงแรกยังตัดสินใจซื้ออะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีเงินเท่าไหร่
แต่เมื่อขายคอนโดไม่ได้ .. อ้อใช้คำผิด .. ต้องบอกว่า ไม่ได้ขายคอนโด .. เพราะไม่ยอมลดราคา .. เหตุที่ไม่ยอมลดราคาก็เพราะยังรักและอยากมีคอนโดนี้อยู่
เมื่อไม่ได้ขายคอนโด .. ก็เหลือเงินอยู่แค่พอให้คิดว่าจะซื้ออะไร ระหว่างคอมพิวเตอร์แบบ Netbook (ราคาประมาณ 8-9 พัน) กับเจ้า Xperia Pro เนี่ย .. สุดท้ายก็เลือกตัวนี้ โชคดีมากที่เจอร้านนี้ ซึ่งขายแบบมาตรฐาน แถมราคาถูกกว่าพวกที่ตั้งแผงขายด้วย .. 8,490 ครับ (ตอนออกใหม่รุ่นนี้รู้สึกจะ 12,990 บาท)
เลือกรุ่นนี้เพราะมีปุ่มคีย์บอร์ด เพราะรู้สึกว่าการพิมพ์ในคีย์บอร์ดในจอ คงไม่เวิร์คแน่ๆ กับงานแปลของผม
ซื้อมาแล้วไม่ผิดหวังเลยครับ .. สมแล้วที่สมาร์ทโฟนที่เป็นแอนดรอยด์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ .. เจ้า Xperia Globe ตัวนี้ ตอบสนองความต้องการผมได้เกือบทุกอย่าง .. เว้นแต่เรื่องพิมพ์งานแปล 55 เพราะผมยังไม่ชำนาญกับการจัดตำแหน่งตัวอักษรไทยบางตัว

--------------------------------
ปล. เรื่องที่ว่า Search หาคำไทยไม่เจอใน OpenOffice ในคำทักทายคราวที่แล้ว .. ที่แท้เป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขา .. เป็นเพราะมันมีการติ๊กไว้ที่ "whole words only" (ค้นหาว่าตรงคำเต็มๆ เท่านั้น) แค่นั้นแหละครับ .. พอเอาติ๊กออก จะหาแค่สระ า ตัวเดียวยังหาเจอเลยครับ
เป็นเรื่องน่าเศร้าอีกอย่างคือ Harddisk 20GB ก็เจ๊งด้วย .. ตอนนี้ใช้ Thumbdrive 16GB ทำหน้าที่เป็น Harddisk แทน (ราคา 350 บาท) ผลคือ ทำงานได้ แต่ช้ามาก (จะมีชะงักเป็นช่วงๆๆ) แต่ข้อดีคือ มันไม่น่าจะพังแล้วแหละคราวนี้ อีกอย่างคือ ตรงที่รองมือส่วนที่เคยมี Harddisk อยู่ ก็ไม่ร้อนมืออีกต่อไป .. ใช้งานแค่แปลงาน, เช็คเมล, และอัพเดทเว็บ พอไหวครับ .. อ้อ ใช้เปิดไฟล์ KML บางไฟล์ใน Google Earth ที่เครื่องเก่า Windows XP ผมเปิดไม่ได้ ได้ด้วยนะ .. อ้อ2 .. เครื่อง XP เก่าผมต้องเอากลับมาใช้เพื่อทำงาน GIS (กับจอ CRT ที่ดูแล้วลายตา แต่พอทน) ทดลองลง Quantum GIS (โปรแกรมฟรี เวอร์คมากๆๆๆๆๆ .. save จาก Shapefile เป็น KML ได้เลย รวมถึงประเภท Polygon ด้วย ข้อมูล Attribute ไปครบ .. เจ๋งจริงๆ ขอบคุณผู้พัฒนาโปรแกรมคร้าบ :)



ถ่ายที่งาน "มหกรรมปฏิวัติพลังงาน" จัดโดย GreenPeace ที่ สนามรัชมังคลาสถาน (แถวรามคำแหง) ระหว่างวันที่ 1-18 ส.ค. 2555 ... ผมไปวันที่ 7 ส.ค. ไปถึงตอนประมาณ 4 โมงเย็น เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเริ่มงานเลย .. จึงไม่ได้อยู่รอร่วมงาน

บ้านลูกโลกที่ผมตั้งใจจะทำก็ประมาณนี้แหละครับ .. แต่จะมั่นคงถาวรกว่านี้ และมีหน้าต่างด้วย


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีหรือไม่มี .. แต่ขึ้นอยู่กับว่าพอใจหรือไม่พอใจ"

"แพ้อย่างสมศักดิ์ศรี   ดีกว่าชนะอย่างไม่สมศักดิ์ศรี"
เข้ากับช่วงกีฬาโอลิมปิกดีมั้ยครับ ;)


***********************************


เสาร์ 28 กรกฏาคม 2555


อืมม .. คนเราใยเหมือนไม่พอใจกับความสามารถที่โลกให้มา ..
แล้วความสามารถที่มันมากเกินวิสัยสัตว์ชนิดหนึ่งนี่ .. มันดีจริงหรือ
การทำความเร็วได้เป็น 100 กว่า กม./ชม. แล้วชนกันตาย .. มันดีมั้ย
การได้รับรู้เรื่องราวรอบโลกจากทีวี .. แต่ไม่มีเวลามองหรือทำสิ่งใกล้ตัว .. มันดีจริงมั้ย
การคุยโทรศัพท์กับคนที่อยู่ห่างไกลได้ .. แต่ไม่ค่อยได้คุยกับคนแถวบ้าน .. มันดีจริงมั้ย

บางที .. โลกมีเหตุผล ที่ทำได้เรามองเห็นได้ไกลแค่นี้ ฟังเสียงได้ไกลแค่นี้ เดินได้เร็วแค่นี้
บางที .. ความสามารถที่มันมากเกินไป ก็อาจทำให้คนโง่ลง .. เพราะความสามารถมันทำให้อยากทำให้อะไรให้ได้มากๆ ขึ้นไปอีก .. ยิ่งอยากมากก็ยิ่งตาบอด หลงไปกับความอยากจนไม่มีวันพอ

-----------------------------------------------------------

คอมพ์เครื่องเก่าจอเสีย .. ยกให้พ่อแม่ ต่อกะจอทีวีแอลซีดี .. เอาไว้ใช้งานแค่ 2 อย่างหลักๆ คือ ดู YouTube กะ หาอะไรใน Google
ตอนนี้ใช้คอพม์เครื่องที่ซื้อมา 3,500 บาท
เนื่องจากฮาร์ดดิสก์เดิมมันพัง จึงเอาฮาร์ดดิสก์เก่า 20GB มาใช้
เป็นโอกาสดีที่ได้ลองใช้ Ubuntu (ระบบปฏิบัติการตระกูล Linux ซึ่งเป็นของฟรี ไม่มีการผิดกฏหมายครับ)
ทีแรกก็ใช้เวอร์ชั่น 12.04 (ใหม่ล่าสุด) แต่เนื่องจากรู้สึกมันติดขัดหลายอย่าง ..
เลยมาใช้เวอร์ชั่น 10.04 ที่ พี่ "เอกสถิตย์" รพ.อุทุมพร เคยส่งให้ รพ.ต่างๆ ได้ใช้กัน
Work มากเลยทีเดียวเชียวครับ .. สามารถเปลี่ยนภาษาไทย-อังกฤษได้ด้วยปุ่น Grave Accent ( ~ ) เหมือน Windows
ที่ชอบมากก็คือ พี่แกลงโปรแกรมไว้ให้เยอะมาก รวมถึงโปรแกรมดูทีวีเกือบทั่วโลกที่ชื่อ TIVION
โปรแกรมที่ติดตั้งเพิ่มเองอันหนึ่ง คือ Golden Dict ก็ทำให้สามารถโชว์ความหมายศัพท์ได้จากดิกหลายตัวพร้อมกัน (ซึ่งที่ตั้งไว้ตอนนี้ก็มีดิกของ Lexitron, WordNet, WikiTIonary และ Wikipedia)
ใช้ต่อเน็ต Bluetooth กับมือถือก็ทำได้ง่ายๆ ถ่ายโอนไฟล์กันก็ง่าย
ที่ชอบมากอีกอย่างคือ Ubuntu มีเมนูให้ทำ Keyboard Shortcuts ติดมาด้วย ซึ่งกำหนดได้สะดวกมาก
สรุปคือมันดีหลายๆ อย่าง .. ตอนนี้กะลังว่าจะลงโปรแกรม GIS อย่าง Grass GIS กับ Quantum GIS .. เชื่อว่าน่าจะทำงานได้ไม่ยิ่งหย่อนกว่า ArcGIS ซักเท่าไร .. เดี๋ยวถ้าใช้เก่งแล้วจะมาถ่ายทอดให้ฟังกันนะครับ

อ้อ .. ช่วงแรกมีปัญหานิดนึง คือ font ที่มีในเครื่อง ไม่มีพวกตระกูลที่อยู่ใน Windows เลย ทำให้เวลาทำงานแปลเอกสาร จะทำให้ได้คำนวณจำนวนหน้าได้ผิดพลาด .. และคงมีปัญหาแน่ ถ้าส่ง font แปลกๆ ให้ลูกค้า
หาวิธีลง font พวก cordia, angsana เพิ่ม ใน Utuntu .. แต่ที่มีบอกในเว็บก็ดูซับซ้อนจัง .. มาอ่านเจอตรงนึง จึงพบว่า มันทำได้ง่ายๆ
นั่นคือ แค่ copy ไฟล์ fonts ที่เราต้องการไปไว้ที่ /usr/share/fonts/truetype
แค่นี้เองครับ เสร็จ ...
ตอนนี้ปัญหาการใช้ OpenOffice ที่อยู่ในเครื่องก็เหลือเพียงแค่ ยัง search หาคำไทยไม่ค่อยได้ .. แต่เชื่อว่าน่าจะหาทางแก้ได้ต่อไป

พรุ่งนี้จะเดินทางไป กทม. สงสัยจะได้ของเล่น (เอ๊ย! เครื่องมือทำงาน) ใหม่ มาอีกแน่เลย ;)
รู้นะ ว่ามันอาจจะทำให้วิถีชีวิตต้องเหนื่อยเกินไป .. แต่ บางทีมันก็อาจจะเหมาะสมที่ต้องให้เป็นไปเช่นนี้


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ช็อกโกแลตที่แสนอร่อย ถ้าต้องรีบกิน มันก็ไม่อร่อยฉันใด ....
งานที่น่าสนุก ถ้าต้องเร่งทำ เร่งเสร็จ มันก็ทำไม่สนุกฉันนั้น "


"กูจะต้องฆ่าพวกมันให้หมด !! ............. ไม่ว่าจะเป็น ความโกรธ, ความเกลียด, ความโลภ, ความหลง ..... (ปล. แต่ผมคงฆ่า "ความรัก" ไม่ลงหรอกนะ ;)"
(เขียนลง Facebook 26 ก.ค.)


***********************************


จันทร์ 16 กรกฏาคม 2555


ธรรมชาติ เป็นวิทยาศาสตร์ .. ธรรมชาติไม่ใช่พระเจ้า .. ธรรมชาติเป็นไปตามกฏแห่งเหตุและผล .. ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สามารถอธิบายและพิสูจน์ได้
การปลูกพืชให้ได้ผลดี .. ไม่ใช่เทพยดาบันดาล แต่มันมีเหตุผลรองรับ
เมื่อก่อนเคยรู้สึกว่า ชีววิทยา ไม่ใช่วิทยาศาสตร์เข้มข้น ไม่ได้ใช้ความรู้ขั้นซับซ้อนอย่างฟิสิกส์และเคมี
แต่ บัดนี้ ได้คิดแล้ว ว่า ระบบนิเวศน์ (ตลอดจนระบบการทำงานในร่างกายสิ่งมีชีวิต) แม้จะดูเหมือนเข้าใจง่าย .. แต่จริงๆ แล้ว ยาก .. ทุกวันนี้ศาสตร์ในแนวธรรมชาติ จึงทำแล้วไม่ค่อยเห็นผล .. ปลูกป่า ก็ไม่ค่อยเห็นป่า .. ปลูกพืชเกษตร ก็น้ำท่วมตาย
ธรรมชาติ เหมือนเข้าใจง่าย .. แต่ปัจจัยมันมีเยอะ .. และเมื่ออิทธิพลของปัจจัยต่างๆ ส่งผลในระดับที่แตกต่างกันไป .. ก็ยิ่งทำให้การคาดเดาธรรมชาติเป็นเรื่องลำบาก .. จนคนหลงเข้าใจไปว่า ฟ้าดินบันดาล
แต่จริงๆ แล้ว หากเราเข้าใจมันอย่างลึกซึ้งถ่องแท้ เราจะจัดการมันได้ เป็นอย่างดี

ในตัวมนุษย์ ก็มีทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติ และไม่ได้เป็นธรรมชาติ
ส่วนที่เป็นธรรมชาติ ก็คือระบบการทำงานในร่างกาย .. หากเราเข้าใจ และหาปัจจัยที่เหมาะสมมาให้ร่างกายได้ .. ระบบต่างๆ ก็น่าจะทำงานได้ดี .. ศรีษะก็จะไม่ล้าน
ในส่วนที่ไม่เป็นธรรมชาติ ก็คือความคิดจิตใจของเรา .. ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่เราควบคุมได้โดยตรง โดยง่ายที่สุด เพราะปัจจัยเดียวที่มีผลต่อมัน คือความคิดของเรา .. หากเราไม่คิดมาก .. ศรีษะล้านก็ไม่ใช่ปัญหา

55555 ลึกซึ้งมั้ยคร้าบ
----------------------------------------------------

ช่วงนี้งานแปลเข้าเยอะ .. ข้อดีคือ สำนักแปลรวมโลก น่าจะมีอนาคตสดใส .. แต่ ข้อเสียคือ .. มันทำให้ผมแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย
วันนี้ตั้งใจวางแผนให้มีเวลาเหลือแปล "7 วันในคุกลาว" แต่ก็มีงานที่ต้องรับทำด้วยเหตุบังเอิญ .... สงสัยงานที่ตัวเองอยากทำเอง จะต้องถูกเลื่อนไปอีกซะแล้ว

--------------------------------------
โน๊ตบุ๊คเครื่องเก่งก็มาจอเจ๊งเอาตอนนี้ .. จะเลือกอะไรมาแทนดี .... Galaxy Note จะทำงานได้ทุกอย่างตามต้องการมั้ย ... หรือ Ultrabook จะตอบโจทย์ของเรา .. มันต้องเล็กกว่านี้สิ ... แล้วจะเอาตังค์มาจากไหนล่ะ ? .. คำตอบคงอยู่ข้างล่าง

--------------------------------------
ออฟฟิศรวมโลกที่รัก ....... ไก่จะซื้อจริงๆ หรือไก่ .... โก๋จะขายจริงๆ หรือ โก๋   ?_?



คำทื่อประจำสัปดาห์

"หากหาความสมบูรณ์แบบในปัจจุบันนี้ไม่ได้ ก็อย่าได้หวังว่าจะพบความสมบูรณ์แบบในอนาคต"


***********************************


พฤหัส 5 กรกฏาคม 2555


ในที่สุด เวลาอีกช่วงหนึ่งที่รอคอยก็มาถึง
ผมรอดูอยู่ว่า เทปของ Thailand's Got Talent รอบ Audition ที่ผมไปประกวดมา จะปรากฏทางทีวีแบบไหน
และแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 ก.ค.) ก็ได้ออกโดยไม่รู้ล่วงหน้า (ยังดีนะ ที่ก่อนโฆษณามีไตเติ้ลให้ดูว่าจะออกเบรกต่อไป)
Rexona เขามีคลิปที่ออกอากาศให้ดูด้วยครับ ดังข้างล่าง


คุณพี่ท่านนี้น่าจะผ่านนะครับ เจ๋งมากเลย .. สีซอเหมือนผมด้วย ไม่คิดเลยว่าจะมี

หรือถ้าใครต้องการไปดูใน YouTube เพื่อแสดงความคิดเห็น ก็คลิ้กได้ที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=MGarw173J5A

สรุปว่า .. ได้ออกแค่นิดหน่อย .. โดยคนดูน่าจะไม่ค่อยรู้เรื่อง ว่าผมมาแสดงเพื่อรณรงค์รวมโลก และไม่รู้ว่าการรวมโลกจะส่งผลดีอย่างไร
ผลของการได้ออกนิดหน่อยนี้ ก็คงมีแค่ ทำให้เพื่อนๆ สนิทๆ ของผม ได้ฮือฮาและพูดถึงกันเล็กน้อย แล้วก็ลืมไป
ชีวิตผมก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง .. น่าจะดีสำหรับตัวผมเอง .. ผมจะได้วางแผนชีวิตและดำรงชีวิตได้แบบง่ายๆ ต่อไป
.. แต่ งานรวมโลก ก็คงหมดโอกาสคืบหน้าแบบก้าวกระโดดอีกครั้งหนึ่ง
ไม่เป็นไร .. ทำแบบไม่ต้องดังดีกว่า .. ยังมีหนทางให้รวมโลกได้อีกมาก

ถึงเวลานี้ พร้อมแล้วที่จะเล่าเหตุการณ์ย้อนหลังทั้งหมดเกี่ยวกับการประกวด Thailand's Got Talent ครั้งนี้
ผมติดตามข่าวการประกวด TGT Season 2 นี้ตั้งแต่ก่อนลาออกจาก รพ. เมืองจันทร์
ทีแรกเขาว่าจะประกวดรอบแรกตั้งแต่ ตุลามั้ง ผมก็เตรียมตัวว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปประกวดที่ขอนแก่น .. แต่พอก่อนวันจะไป เขาก็บอกในเว็บว่า เลื่อน เนื่องจากน้ำท่วม
ไอเดียของผมในการจะไปประกวดนั้น ได้คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าจะประกวดในชุดนักเรียน และร้องเพลง "คนฟั่นเฟือน" ของวง "คนด่านเกวียน"
เป้าหมายของการประกวด เพียงอยากร้องเพลงให้คนฟัง, อยากรับรู้ว่าการประกวด TGT เป็นยังไง, และ เพื่อจะได้แสดงให้คนดูเห็นว่า ผมอาจดูฟั่นเฟือนเพราะต้องการรวมโลก .. โดย ยินดีที่จะจบแค่รอบแรก
ต่อมา เขาก็เลื่อนมาเรื่อยๆ จนผมลาออกจาก รพ. แล้ว เขาก็ยังไม่ได้ประกวด .. สุดท้าย กำหนดวันประกวดรอบแรก ใน 4 ภูมิภาค โดยภาคกลาง ประกวดที่ กทม. วันที่ 17-19 ก.พ. 2555
ผมไป กทม. รู้สึกจะวันที่ 15 ก.พ. (14 ก.พ. ยังไป รพ.เมืองจันทร์เพื่อให้ดอกไม้เธอที่ รพ.เมืองจันทร์) พร้อมกับซอ, เสื้อนักเรียนสมัย ม. ปลาย, รองเท้านักเรียนคู่เก่งที่ใช้แข่งกีฬาสาสุข และ ปอกล้วยสำหรับทำเข็มขัด
17 ก.พ. ก็ไปประกวด นั่งรถเมล์แต่งชุดธรรมดาไป ลงที่บางกะปิ เดินเข้า Lotus หาซื้อกางเกงนักเรียน ไม่มีขาย เลยได้แต่กางเกงที่คล้ายกางเกงนักเรียน ราคา 199 บาทมั้ง
เข้าที่ประกวดที่ The Mall บางกะปิ .. เขียนใบสมัครอย่างสบายใจ
เข้าไปข้างในซึ่งผู้ประกวดรอบแรกนั่งรอกันอยู่ .. ผมเปลี่ยนชุดเป็นชุดนักเรียนพร้อมคาดเข็มขัดปอกล้วย
ผมไปถึงตั้งแต่เที่ยงมั้ง แต่ได้ประกวดเอาซะ 2 ทุ่มมั้ง .. แต่ระหว่างรอ ผมก็ไม่ได้เครียดอะไรเลย ดีใจที่ได้เห็นบรรยากาศ ดีใจที่ได้มีโอกาสฝึกซอ และร้องเพลงรอไปพลางๆ
รอไปได้พักนึง ผมเอาหัวลูกโลกมาใส่ และสีซอ เริ่มมีกล้องมาบันทึก แล้วก็ขอให้ผมร้องเพลงร็อกอื่นๆ ให้ฟัง .. มีทีมงานมาสัมภาษณ์ด้วย
พอไปประกวด จะมีห้องประกวดอยู่หลายห้อง (ทีแรกผมนึกว่าจะได้ร้องบนเวทีต่อหน้าผู้คนเหมือนสมัยประกวด LG Entertainer ที่สยามพารากอน แต่นี่ไม่ใช่)
ผมเข้าไปห้องที่มีพี่ฟอร์ดเป็นกรรมการ .. ผมก็ร้องเพลง "คนฟั่นเฟือน" และสีซอ ในท่านั่ง (ซึ่งผิดจาก step ที่ผมคิดไว้ คือตั้งใจว่า ในการแสดงบนเวที จะเดินทำท่าเพี้ยนๆ ร้องเพลงนี้ พร้อมครอบหัวลูกโลก ให้เข้ากับเนื้อเพลง "... วัยรุ่นอ่อนเยาว์ย่างเท้าก้าวเดิน ...")
ผมแสดงพลังเสียงได้ดีทีเดียว .. ค่อนข้างพอใจในการร้องของตัวเองมากในวันนั้น อาจเพราะการได้ร้องเล่นๆ ตอนรอมาหลายเพลง และอารมณ์ที่ผ่อนคลาย
เสร็จจากนั้นเขาก็ให้มารอเข้าอีกห้องนึง .. คราวนี้ได้ยืนร้อง และเอาป้าย "คอนเสิร์ตรวมโลก" ออกมา ให้เจ้าหน้าที่เขายืนถืออยู่ข้างหลังด้วย (มีกล้องบันทึกด้วย)
ต่อจากนั้นก็กลับมาจุดที่รอเข้าประกวดทีแรก แล้วก็มีทีมงานของเจ้าหน้าที่ใหญ่ซึ่งเรียกว่า "ครีเอทีฟ" ของงาน (คนนี้เป็นวัยรุ่น แต่งตัวแนวมาก) มาสัมภาษณ์
ผมก็ได้บอกอย่างชัดเจนถึงอุดมการณ์รวมโลก เล่าให้ฟังว่าสมัย ม.6 เคยถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกไปพบ เพราะตะโกนขึ้นมาตอนเขาร้องเพลงชาติเพื่อเรียกร้องให้รวมโลก
ผมถามพวกทีมงานก่อนออกมาว่า "อย่างนี้แสดงว่าผ่านรอบแรกแล้วใช่มั้ย" เขาว่า "ยังไม่แน่ แต่ตอนนี้ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว" ... แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะผ่าน เพราะถูกบันทึกเทปและสัมภาษณ์ไปเยอะ ... อารมณ์ในตอนนั้น เริ่มคิดว่า ต่อไปตัวเองจะกลายเป็นคนดังมั้ยเนี่ย
ออกจาก The Mall บางกะปิ ประมาณ 3 ทุ่มกว่า ซื้อข้าวที่ 7-11 กิน แล้วก็กลับรถเมล์ .. ยังคงใส่ชุดนักเรียน จนถึงคอนโด

วันที่ 9 มี.ค. ได้รับโทรศัพท์พร้อม message แจ้งว่า ผ่านรอบแรก TGT และให้เตรียมประกวดในวันที่ 30 มี.ค. ... ดีใจ
ผมซ้อมร้องเพลงที่จะใช้ประกวดรอบออดิชั่น "บทเพลงคนหนุ่มสาว" ของวง "ดิโอฬารโปรเจค" หลายครั้ง (รวมถึงซ้อมเพลง "ดาวเต้น ม.ต้น" ที่กะว่าจะร้องในรอบสอง และ เพลง "อย่าขอหมอลำ" ที่จะร้องตอนชนะการประกวดแล้ว ... ใช่ .. ผมฝันอย่างค่อนข้างเชื่อมั่นว่าผมจะชนะการประกวด โดยวันประกวดรอบชิงผมจะร้องเพลง "Imagine" เวอร์ชั่นภาษาไทยของผม โดยผู้คนจะเทคะแนนโหวตให้ เพราะเริ่มเข้าใจหลักการรวมโลกแล้ว)
ผมเริ่มมีปัญหากับเพลง "บทเพลงคนหนุ่มสาว" เมื่อได้คลิปใน YouTube และตัดสินใจใช้ดนตรีเขาเป็น background (backing track)
พี่โป่งทำไมต้องร้องเสียงสูงขนาดนี้เนี่ย ...
จนผมมาเตรียมตัวประกวดที่ กทม. (25 มี.ค. ซ้อมในรถไฟด้วย) .. กะว่าจะได้ดูคนอื่นประกวด Audition แต่เขาไม่ให้เข้าดู
ก่อนหน้าประกวดสองสามวัน ผมไป IT Square ซ้อมร้องในตู้คาราโอเกะ เสียงก็ยังไปถึงได้แบบลำบาก แถมยังจะเจ็บคอเพราะตะเบ็งเสียงอีก
กลับมาซ้อมที่บ้านก่อนวันประกวด เริ่มร้องได้ .. ไหววะ .. เอาเสียงสูงแบบหลบเสียงช่วยหน่อย
เกี่ยวกะเครื่องแต่งกาย .. ลงทุนซื้อกางเกงนักเรียนใหม่มาจากศรีสะเกษ ส่วนรองเท้าใหม่ซื้อมาก่อนหน้านั้นแล้ว ถุงเท้าก็ซื้อด้วย .. ขาดก็แต่เข็มขัด ที่ไม่ยอมซื้อ ขอยืนหยัดสโลแกน "เสียชีพอย่าเสียสัตย์ เสียเข็มขัดอย่าลืมปอกล้วย"
พยายามหาซื้อลูกโลก เผื่อเพื่อนๆ ที่ว่าอาจจะได้มาเชียร์ แต่หาซื้อไม่ได้ (โชคดีไป เพราะจริงๆ แล้วไม่มีใครมาดู) แต่ผมก็ใช้เวลาทำหน้ากากลูกโลกด้วยกระดาษเตรียมไว้
คืนวันที่ 29 เขาโทรมาบอก ให้เตรียมแผ่นเพลง backing track (เคยส่งแนบ E-mail ไปให้แล้ว) และสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย และให้ไปตั้งแต่ 6 โมงเช้า
ผมเข้านอนซัก 4 ทุ่มนิดๆ และตื่นตี 3 มั้ง .. ไปถึงอาคาร King Power ก่อน 6 โมง .. ยังไม่มีใครมา .. อีกเดี๋ยวนึง คณะของ "น้องจ๋ำ" ก็มาถึง จากนั้นก็น้องคนเล่นเปียโน .. แล้วก็คณะน้อง 3 ขวบตีกลอง
รอกันอยู่ตั้งนาน .. ประตูเปิดให้เข้า 7 โมงกว่า .. เขาบอกว่าพวกไม่มีอุปกรณ์มาเข้าด้านหน้าก็ได้ ผมเดินมาประตูหน้า ค่อยเห็นว่ามีคนรอด้านนี้อีกเยอะมาก .. ประตูด้านหน้าต้องรอจนถึง 8 โมงจึงค่อยเปิดให้เข้าไปได้
ต้องไปเข้าแถวรายงานตัวกันอีก ผมก็ ตามสไตล์ ให้คนอื่นก่อน ผมรายงานเกือบคนสุดท้าย ดีที่มีขนมและนมไปด้วย
ช่วงเช้าเขาให้ไปซ้อมใหญ่กันก่อน (เขามีศัพท์คำหนึ่ง ผมจำไม่ได้แล้ว แต่สรุปคือเป็นการแสดงที่คล้ายว่าเราจะแสดงจริงยังไง ใช้ดนตรีประกอบจริง)
แล้วช่วงนี้แหละ พอถึงคิวผม ปรากฏว่า ผมร้องขึ้นเสียงสูงไม่ได้ เสียงหลงไปเลย .... ผมเสียความมั่นใจมาก .. เอาล่ะสิ .. ความฝันจะพังทลายเพราะเสียงของเราเอง .. ความเชื่อมั่นว่าตัวเองมีพรสวรรค์เรื่องการร้องเพลงเริ่มหายไป
เขามีข้าวห่อให้กิน ผมกินนิดหน่อย แล้วก็มาซ้อมร้องเพลง ในห้องซึ่งเขาให้พักแต่งตัวเตรียมใจกันอยู่ในนั้น ผมแหกปากในนั้นแหละ (เพราะบังเอิญมีคนที่เขาบอกว่าเขาเป็นโรคจิตแหกปากอยู่ก่อนแล้ว) แล้วก็ร้องให้น้องผู้ชายคนนึงฟัง (น้องคนนี้ตอนซ้อมเขาโชว์เสียงแบบโอเปร่า เสียงสูงมาก) บอกว่าช่วยตัดสินหน่อย ว่าผมร้องแบบเสียงสูงหรือเสียงต่ำดีกว่า เขาบอกว่า ร้องเสียงต่ำดีกว่า หน้าตาผมดูมีความสุขกว่า
ผมยังไม่ค่อยอยากเชื่อ .. แต่ห้องนั้นหนาวจนผมรู้สึกจะเจ็บคอ .. เลยออกมาระเบียงข้างนอก แหกปากอยู่คนเดียว .. ชักเริ่มสำนึก เสียงสูงไม่ไหวจริงๆ ตัดสินใจ ร้องเสียงต่ำๆ ทำท่าเล่น สนุกๆ ไปเถอะ .. ยอมรับชะตากรรมแล้ว ตกรอบแค่นี้แหละมั้ง
ก่อนถึงเวลาผมประกวดจริง ก็ เหมือนสมัย LG Entertainer .. ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ .. แต่ ปวดฉี่อยู่นั่นแหละ .. เทียวเข้าห้องน้ำ (พร้อมน้องจ๋ำ) อยู่หลายครั้ง
ก่อนถึงคิวผม พี่เครเอทีฟบอกว่า คนนี้ขอพิธีกรด้วย แต่ตอนนั้นน้าเน็กไปไหนไม่รู้ คุณกฤตจึงได้ส่งผมออกไปคนเดียว ..
ผมพูดแนะนำตัวกับท่านกรรมการ ภิญโญ, โจ, เบนซ์ บอกถึงอุดมการณ์ว่าต้องการรวมโลกเพื่อให้มีเสรีภาพ บอกว่าร้องเพลงนี้เพื่อมอบให้เพื่อนๆ ม.6 เมื่อ 20 ปีที่แล้วตอนปัจฉิมนิเทศซึ่งตอนนั้นพลาดโอกาสร้องไป ..
แล้วก็ร้องๆ ไป .. Feeling ตัวเองก็ไม่ค่อยได้เท่าไร ฟีลลิ่งกรรมการก็ไม่ค่อยมี แล้วก็โดนกด ทีละคน เริ่มจากคุณเบนซ์ คุณโจ แล้วก็คุณภิญโญ .. พอคุณภิญโญกดเสร็จผมก็ร้องเสียงสดต่ออีกวรรคหนึ่ง (ดนตรีเขาหยุดไปแล้ว) เพื่อให้สาใจที่ได้มาประกวด
คุณเบนซ์บอกว่าผมร้องเสียงเพี้ยน .. ผมบอกว่า ผมเลือกที่จะร้องเสียงต่ำ เพราะพี่โป่งร้องไว้เสียงสูงมาก .. แล้วคุณภิญโญก็บอกว่าไม่เข้าใจอุดมการณ์รวมโลก ผมบอกว่าเป็นการรวมทุกประเทศบนโลกเป็นหนึ่งเดียว คุณภิญโญบอกว่า เป็นความคิดเผด็จการ ผมรู้สึกว่าใช้เวลาบนเวทีของคนอื่นเยอะแล้ว จึงไม่คิดจะเถียง (ไม่มีโอกาสเท่าไรด้วย) ผมบอกว่า ผมมีอีกอย่างจะบอก กรรมการบอกว่า บอกต่อข้างเวทีเลย ออกมาเจอคุณกฤตกับน้าเน็ก ผมบอกในทำนองว่า "ขอแค่มีความกล้าที่จะทำตามอุดมการณ์ดีๆ เช่นการรวมโลก ไม่ว่าคุณจะเก่งหรือไม่เก่ง คุณก็มีส่วนช่วยร่วมโลกได้"
น้าเน็กแซวว่า "ผมจะรวมโรคน่ะ ซิฟิลิส หนองไน ฯลฯ" .. ผมเลยล้อเล่นกลับว่า "คุณมารวมโรคบ้ากับผมเลย"
แล้วทีมงานคนหนึ่งก็ถามว่า พี่เกิดความคิดเผด็จการนี้ได้ยังไงพี่ .. ผมเลยได้ที บอกว่า มันเป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าคนทั้งโลกพี่ยินยอมพร้อมใจร่วมกัน .. น้องเครเอทีฟนั้นก็ช่วยเสริมผมด้วย
แล้วจากนั้นก็ออกประตูเหมือนคนอื่นๆ ที่เห็นออกทีวีตอนจบการแสดงกัน
แต่ผมเดินขึ้นบันใดกลับเข้ามาหลังเวทีโรงละครอักษราอีกครั้งเพื่อเอาป้ายผ้า "คอนเสิร์ตรวมโลก" และรอลุ้นน้องจ๋ำ .. ปรากฏว่า การแสดงของเธอ "3 ผ่าน"
ระหว่างรอ ผมได้คุยกับน้องเล่นเปียโนที่รอแสดงอยู่ เขาบอกว่าเขาเห็นด้วยกับแนวคิดรวมโลก ควรเลิกแบ่งประเทศได้แล้ว ผมบอกว่าผมมีเว็บด้วย เขาใช้ IPhone ของเขา search หา "รวมโลก" และได้เข้าดูเว็บผม .. ผมฝากเขาว่า "ตอนนี้ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องรวมโลกนะ แต่ถ้าคุณชนะประกวดได้ที่ 1 ผมฝากช่วยประกาศออกทีวีด้วยว่า เห็นด้วยกับการรวมโลก"
ก่อนออกมาจากบริเวณทีมงาน TGT ผมกินข้าวเขาอีกกล่องนึง (ข้าวมีเยอะมาก ทีมงานก็เยอะพอควร ทีมงานแต่ละคนสลึมสลือเพราะทำงานดึกดื่นติดต่อกันมาหลายคืน .. ยกเว้นคืนนี้แหละที่เขาว่าน่าจะได้พักหน่อย เพราะกรรมการขอว่า อย่าให้เกิด 6 โมงเย็น) มีทีมงานคนหนึ่งให้กำลังใจว่า "ปีหน้าค่อยมาประกวดใหม่นะพี่" ผมบอกว่า "ขอเวลาซ้อมอีก 20 ปีละกัน"
นั่นแหละครับ จุดจบของการประกวด TGT ของผม
อ้อ วันต่อมา ผมได้สิทธิ์ไปดูรอบออดิชั่นเนื่องจากตอบคำถามที่เขาทายรางวัลถูก (ทีแรกเขาว่าจะให้เข้าดู 28 มี.ค. แต่เลื่อนเป็น 31 มี.ค.) .. ผมเลยได้มีโอกาสไปงาน TGT อีกครั้งในฐานะคนดู (แต่จะต่างจากคนดูส่วนใหญ่ซึ่งเป็นทีมที่มาดูกันทุกวัน)

แม้จะตกรอบ แต่ผมก็ยังค่อนข้างมั่นใจว่า เทปผมจะต้องได้ออกอากาศ .. รอมา 4 อาทิตย์ .. ความมั่นใจเริ่มลดลงหน่อย .. แต่ก็ยังเชื่ออยู่ .. และยังเกรงว่า ผลของการออกอากาศอาจจะเปลี่ยนชีวิตผม
ตอนนี้ สบายใจได้แล้วแหละ .. ชีวิต จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบหวือหวา .. ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย .. ในระดับที่ผมเป็นผู้กำหนดเอง
ปล. ขอขอบคุณ Rexona และทีมงาน TGT ตรงนี้อีกครั้ง .. ท่านคงทำได้ดีที่สุดเท่านี้แล้วตามสถานการณ์ของท่าน .. แม้ว่า การออกอากาศครั้งนี้อาจไม่มีผลช่วยเรื่องการรวมโลกซักเท่าไร .. แต่ก็น่าจะมีผลอยู่บ้าง ในระดับหนึ่ง ... ขอบคุณมากๆๆๆๆ ครับ (โดยเฉพาะน้อง "เครเอทีฟ" สุดจ๊าบนะ)

และด้วยความคับแค้นใจ ที่เสียงไม่ถึง ในการร้องเพลง "บทเพลงคนหนุ่มสาว" ในวันนั้น
วันก่อน (วันที่บันทึกเรื่องการหุงข้าวด้วยหม้อดิน 26 มิ.ย. นั่นแหละครับ) บังเอิญ .. จังหวะที่คิดว่าตัวเองไหว จึงลองร้องบันทึกเล่น .. น่าจะถือว่าสูงเท่าพี่โป่งแล้วแหละ ลองฟังกันดูได้ดังข้างล่างนี้นะครับ




คำทื่อประจำสัปดาห์

"ถ้าใจไม่หนัก งานมันก็ไม่หนักหรอก"

"หากไม่โลภ   คนเราน่าจะพอใจได้ กับการมีอะไรในระดับที่เพียงแค่เท่ากับคนอื่นๆ ทั่วไป"



***********************************


พุธ 27 มิถุนายน 2555


คราวที่แล้วเขียนในทำนองว่า ต้องการมีชีวิตแบบที่จำเป็นต้องใช้เงินน้อยที่สุด
ขออธิบายเพิ่มเติมหน่อย เผื่อจะมีใครสงสัยว่า เงินมันน่ารังเกียจปานนั้นเลยหรือ?
- เงินมันไม่ได้น่ารังเกียจหรอก มันเป็นเพียงเครื่องแลกเปลี่ยน
- ใช่ .. เงินนั้นสร้างความเจริญหลายอย่างให้สังคม .. เพราะเงิน คนจึงมีหลักเกณฑ์การจ้างกันให้ทำงานต่างๆ
- เงินช่วยให้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กัน (เช่น ไปซื้อของแม่ค้า ก็ได้คุยกะแม่ค้า)
- เงิน (ทุน) ทำให้ผมได้มีโอกาสไปเรียน ไปอบรม ต่างประเทศ และได้มีประสบการณ์ดีๆ หลายอย่าง
- เงิน ทำให้ผมมีความรู้หลายอย่างดังที่มีในทุกวันนี้ .. ผมเองก็เป็นหนี้บุญคุณเงิน

แต่ .. เหตุใด .. ผู้คนจึงแก่งแย่งแข่งขันกันหาเงินจนเกิดปัญหามากมายบนโลกเราอย่างทุกวันนี้ ??
(จี้ปล้น, คอรัปชั่น, โกง, หลอกลวงกัน, ทำงานจนเสียสุขภาพ, เอาเปรียบคู่แข่ง, เอาเปรียบผู้บริโภค, ขัดแย้งกัน, ทะเลาะกัน, ทำสงครามกัน, ค้าอาวุธ, ค้ายาเสพติด, ฯลฯ)

คงไม่ใช่ความผิดของเงิน
ความผิด น่าจะอยู่ที่ ความโลภของคน
แต่ .. จะมีวิธีใดให้หยุดความโลภของคนได้ หากเรายังใช้ระบบทุนนิยม ที่ทำให้คนหลงคิดว่าต้องหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อเอาตัวเองให้รอดและให้สบาย
ทำไม ระบบทุนนิยมเนี่ย จึงไม่เอาแค่ว่า ถ้าหาเงินได้ สมมติว่า 6,000 บาท ต่อเดือน ก็พอใช้แล้ว คนที่หาได้เกินนี้ก็สละให้คนอื่นไป
สมัยที่ทำงานราชการ ผมก็คิดว่า ทำไมไม่ให้เงินเดือนคนละซักประมาณหนึ่ง ที่พอใช้กัน แล้วก็ได้ทำงานกันทุกคน
แต่ .. ในเมื่อ ระบบของสังคมเราทุกวันนี้มันยังไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมว่า
ผมจึงต้องเลือกออกมาอย่างนี้ .. ไม่เช่นนั้น ผมก็จะถูกกลืนไปกับระบบ โดยอาจจะทำได้แค่พูด ว่า "อยากเห็นระบบเปลี่ยน" แต่ตัวเองก็เสวยสุขอยู่ในระบบนั้น .. (เสวยทุกข์จากการที่ต้องทำงานสนองนโยบายต่างๆ ด้วย)
ทุกวันนี้ ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่า ผมใช้ชีวิตแบบนี้ดีกว่ามั้ย .. ชีวิตที่เป็นตัวอย่างของความไม่โลภ .. ตัวอย่างของการเคารพธรรมชาติ แล้วก็อยู่ได้อย่างสบายๆ
ผมยังไม่รู้ว่า ว่าหนทางนี้ถูกต้องแน่หรือเปล่า แต่ .. ถ้าไม่ลองแนวทางนี้ต่อไป ผมก็คงไม่มีทางรู้
โปรดอย่าโทษว่าผมใช้เวลาทำประโยชน์ให้สังคมโลกได้ไม่เต็มที่ .. ผมสงสัยว่า ระบบการทำงานในสังคมทุกวันนี้ ถูก "นำ" ด้วยความโลภ ความไม่รู้ .. ต่อให้ผมเก่งยังไง ถ้ากลับเข้าไปตอนนี้ผมก็เปลี่ยนระบบไม่ได้ .. ผมจึงยังไม่ควรกลับเข้าระบบ จนกว่าที่เราจะมีระบบที่ดีเสียก่อน ซึ่งหวังว่าหนทางที่ผมปฏิบัติอยู่นี้จะช่วยทำให้เกิดระบบที่ดี (ตอบโจทย์ที่ว่า ทุกคนบนโลกอยู่ดีกินดีและมีเสรีภาพดีด้วยกัน) ได้


และแล้ว .. ผมก็ได้ทำผลงานที่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหนึ่งที่บอกไว้ในอาทิตย์ก่อน นั่นคือการเผยแพร่ความรู้ในการใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ ดังวีดีโอสาธิตการหุงข้าวด้วยหม้อดินข้างล่างนี้





คำทื่อประจำสัปดาห์

"สำหรับคนที่ 'พอใจทุกขณะ' แล้ว .. ไม่สำคัญว่าตอนนี้เป็นสุขหรือทุกข์ .. แต่สำคัญที่ว่า ตอนนี้ได้ทำดีอยู่หรือเปล่า"

"วิธีที่จะทำให้ไปถึงฝันได้เร็วขึ้น คือทำสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ให้เร็วขึ้น"



***********************************


อังคาร 19 มิถุนายน 2555


มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมตั้งใจจะทำก่อนตาย   แต่ ผมไม่มั่นใจและยังไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่   จะมีโอกาสทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดหรือไม่ .. ขอเขียนความตั้งใจไว้ตรงนี้ เผื่อว่า .. หากต้องตายไปเร็วกว่าเวลาอันควร .. ก็จะขอหลับตาตาย และสมมติว่า ผมได้ทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้นหมดแล้ว
- เว็บเพจรวมภาพขั้นตอนการสร้างบ้าน (ที่บ้านศรีบุญลือ) ซึ่งสัญญาไว้ว่าจะทำตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553
- เว็บเพจ เฉลยโจทย์ GIS ข้อ 4 และ ข้อ 5 ที่ทำไว้ในเว็บไซต์นี้ (เริ่มตั้งโจทย์ตั้งแต่ต้นปี 2554)
- ทำเว็บภาษาอังกฤษของเรื่องราว "บันทึกการเดินทางเสาะหาเนื้อคู่ กับ 7 วันในคุกลาว"
- ทำ "โลกส่วนตัวเพื่อส่วนรวม" ให้เสร็จ .. เป็นงานที่ต้องต่อเติมไปเรื่อยๆ แต่ตั้งใจเร่งขุดดินถมให้สูงพอที่จะปลูกต้นไม้ได้โดยน้ำไม่ท่วมในฤดูทำนา และลึกพอที่จะกักน้ำเลี้ยงปลาได้
- ทำ "บ้านรูปลูกโลก" ให้เสร็จ (ตอนนี้ยังได้แค่เตรียมที่ไว้ ยังไม่มีกำหนดการว่าจะเริ่มสร้างเมื่อใด และยังไม่ชัดเจนว่าจะสร้างด้วยวัสดุอะไร)
- ทำเว็บไซต์ "WeLoveOurWorld.com" ให้กลับมามีข้อมูลสมบูรณ์ครบถ้วน พร้อมให้บริการชาวโลก ได้อีกครั้ง และดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
- ทำเว็บให้ความรู้ด้าน GIS และนวัตกรรมใหม่ๆ + ภูมิปัญญาเก่าๆ ตามวิถีธรรมชาติ (ตั้งใจว่าจะทำงานนี้แทนการทำงานแปล มีรายได้มาจากค่าโฆษณาในเว็บเหล่านี้)
- สอน+ให้บริการต่างๆ เกี่ยวกะ คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, ภาษาอังกฤษ, GIS ฯลฯ แก่ชาวบ้านและเยาวชนในละแวกบ้าน (อ.เมืองจันทร์) (คิดค่าบริการถูกๆ หรืออาจแลกเปลี่ยนด้วย กล้วย, ไข่, ข้าว, ฯลฯ .. รายได้ได้น้อยก็ไม่เป็นไร เพราะจะทำในช่วงที่ชีวิตแทบไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไร)
- ฝึกเล่นดนตรีให้ได้จริงๆ เพื่อแต่งเพลง และเล่น 'คอนเสิร์ตรวมโลก' ได้จริงๆ
- ทำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในนา จากพลังงานธรรมชาติและพลังตัวเอง
- ทำให้ผืนนา มีศักยภาพรองรับหรือช่วยเหลือชาวโลกได้จำนวนหนึ่ง (ในแง่ของปัจจัย 4) .. ประมาณว่า ในอนาคต โลกมนุษย์อาจจะอยู่กันแบบ "ไม่มีการครอบครอง" เหมือนอย่างเพลง Imagine บอก .. ตัวผมเองก็ไม่ใช่เจ้าของที่ หากแต่เป็นเพียง "ผู้ดูแลหลัก" คนอื่นๆ สามารถผ่านไปมาในที่แห่งนี้ได้อย่างเสรี โดยผืนดินนี้จะมีอาหาร ที่พัก ห้องน้ำ (แบบธรรมชาติ) ให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้ผ่านไปมาก็สามารถช่วยร่วมดูแลรักษาเพื่อให้ปัจจัยเหล่านี้มีเพียงพอกับคนอื่นๆ ต่อไปได้ .. ตัวผมเองก็สามารถเดินทางไปได้ทั่วโลก โดยไม่ต้องห่วงเรื่องปัจจัย 4 เช่นเดียวกัน .... แต่อย่างน้อย ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ผมต้องมีความรู้จริงในการทำให้ผืนดินนี้มีปัจจัย 4 พร้อมให้ผมอยู่ได้อย่างสุขภาพแข็งแรง อยู่กินได้ทั้งปีโดยไม่มีอะไรต้องวิตกกังวล และไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเลย เสียก่อน
- เผยแพร่ความรู้ต่างๆ ตามวิถีการอยู่กับธรรมชาติอย่างสะดวกสบายและยั่งยืนนี้ต่อชาวโลก เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ที่เหนื่อยหน่ายต่อการดำรงชีวิตตามวิถีทุนนิยม
- พิสูจน์ให้พ่อแม่&พี่ๆ ได้เห็นว่า แนวทางที่ผมทำอยู่นี้ถูกต้องเหมาะสมดีที่สุดแล้ว
- ทำเว็บหรือหนังสือ "คู่มือคนขี้ดื้อ" .. เพื่อช่วยบรรเทาอาการ "คิไม่ (ค่อยอยาก) ออก" แก่ชาวโลกที่มีปัญหาแบบที่ผมเคยประสบ ;-)

อนึ่ง
สำหรับความฝันเดิม ที่ว่าจะทำให้ถึงโลกยุคพระศรีอาริย์ คนทั้งโลกมีความสุข .. ผมเริ่มได้คิดแล้วว่า ผมคงทำได้ยากมากส์ .. ความทุกข์ความสุขของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับการคิดและการกระทำของตัวเขาเอง .. ซึ่งผมคงทำได้อย่างมากแค่ให้ความรู้ แต่ไม่มีสิทธิ์กำหนดความคิดและการกระทำของใคร .. ต่อให้กำหนดได้ผมก็อาจกำหนดผิด เพราะผมเองก็ใช่ว่าจะรู้ทุกอย่าง หรือมีความสุขทุกขณะ (เอาแค่ ทำให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างเราในขณะหนึ่งๆ มีความสุข ผมก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้มั้ย)



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ข้อแตกต่าง ระหว่าง ความรัก กับ ความใคร่ คือ .. ความรัก จะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย .. แต่ ความใคร่ สำเร็จด้วยตนเองฝ่ายเดียวก็ได้"

"ข้อแตกต่างระหว่าง รัก กะ ใคร่ อีกอย่างคือ ความใคร่ เมื่อสำเร็จแล้วก็ดับหายไป .. แต่ความรัก เมื่อสำเร็จแล้วก็ (เชื่อว่า) จะอยู่ยั้งยืนยงชั่วฟ้าดินสลาย"



***********************************


อาทิตย์ 10 มิถุนายน 2555


ความอยากกินของมนุษย์ อาจไม่มีที่สิ้นสุด
แต่ความอิ่มในท้องของมนุษย์มีขีดจำกัด
.....
ฉันใดก็ฉันนั้น .. การทำงานอะไรตามกฏสังคม ที่มนุษย์กำหนดขึ้น (ตามความอยากของเจ้านาย&ปัจจัยอื่นๆ) จึงไม่อาจรู้ได้ว่า แค่ไหนจึงควรพอ
.. แต่การดำรงชีวิตตามวิถีธรรมชาติ มันเข้าใจง่าย ว่าเมื่อใดควรหยุดทำงานได้แล้ว

--------------------------------------------------------------

ช่วงนี้อากาศที่ศรีสะเกษกำลังเหมาะแก่การขุดดินเพื่อรวมโลกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากฝนตกมาสม่ำเสมอ ทำให้ดินอ่อน แต่ยังไม่หนักจนถึงขั้นทำให้น้ำท่วมโลก
ผมจึงพยายามเร่งขุดและก่อร่างสร้างโลกในฝันให้เสร็จ
แต่ยังไม่สำเร็จครับ คาดว่า หากได้ขุดอย่างเต็มที่อีกซักวันสองวัน โลกอันเป็นหนึ่งเดียวของเรา ต้องปรากฏเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนก่อนโดนน้ำท่วมเป็นแน่
ดูภาพและวีดีโอข้างล่างกันก่อนละกันนะครับ





จอบหักซะก่อน .. เลยทำไม่เสร็จถึงระดับที่ต้องการในวันนั้น (8 มิ.ย. 2555)




คำทื่อประจำสัปดาห์

"ความทุกข์เริ่มต้นที่ความคิด .. คิดบวก ก็เป็นสุข .. คิดลบ ก็เป็นทุกข์"


***********************************


พุธ 30 พฤษภาคม 2555


แด่หมาที่ผมรักที่สุดในโลก





หนามเตย
อายุ 6 ปี     ชาตะ: 23 พฤษภาคม 2549     มรณะ: 30 พฤษภาคม 2555


วันนี้ "หนามเตย" ได้จาก "ครอบครัวใจดี" ของเราไป อย่างไม่มีใครได้ทันเตรียมตัวเตรียมใจ

หนามเตย .. หมาที่ไม่เคยแก่ .. และไม่มีโอกาสได้แก่
หนามเตย .. หมาที่ไม่มีโอกาสได้สืบทอดทายาทให้พ่อแม่ได้ชื่นชม
หนามเตย .. หมาที่ผมรักและผูกพันเหนือหมาอื่นใด .. จนผมไม่อยากจะมอบรักแบบนี้ให้หมาตัวไหนอีก

คำที่ผมเคยบอกว่า 'พึงปฏิบัติต่อสุนัขทุกตัวเยี่ยงสุนัข .. ปฏิบัติต่อคนทุกคนเยี่ยงคน' .... ผมเองก็ทำไม่ได้ .. ยกเว้นให้กับเจ้าหนามเตยนี่แหละ ที่ผมหยอกล้อเล่น และเอาใจมันเกินสุนัขทั่วไป

บางครั้ง หนามเตยเหมือนหมาดื้อ เอาแต่ใจ .. และเกือบจะทุกครั้ง ไม่ยอมกินข้าว ถ้าไม่มีคนป้อน
แต่ มันก็เป็นผลจากการที่ครอบครัวเราเลี้ยงเขา .. เหมือนกับที่นิยายเรื่อง "เจ้าชายน้อย" บอกไว้ .. "กุหลาบดอกนั้น เป็นอย่างที่เจ้าเลี้ยงดูให้มันเป็นนั่นแหละ" และ ..... "แม้จะปรากฏว่ามีกุหลาบอยู่มากมายในจักรวาล .. แต่กุหลาบดอกนั้น ก็มีอยู่เพียงดอกเดียว"

ฤาเจ้าจะเห็นว่าข้าแก่แล้วจนวิ่งเล่นกับเจ้าไม่ไหว จึงด่วนจากข้าไปเสีย

ความจริงแล้ว หนามเตยคงตายเพราะบอบช้ำจากการปะทะกับหมาใหญ่ที่โดดข้ามรั้วบ้านเข้ามาในค่ำคืนวันก่อน .. ใจเจ้ามันเก่งเกินตัวเกินไปนะ หนามเตย .. หากเป็นคน เจ้าจะปริปากบอกเรื่องความเจ็บปวดให้แม่รู้บ้างมั้ย ?

ลาก่อน หนามเตยเพื่อนรัก .. ลาเฉพาะตัวเจ้า .. แต่ความน่ารักของเจ้า จะยังคงอยู่ในความทรงจำของข้าตลอดไป


คำทื่อประจำสัปดาห์

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกตายได้"


***********************************


เสาร์ 19 พฤษภาคม 2555


ห่างหายไปนาน กลับมาพร้อมเรื่องราวที่ ตื่นเต้น เศร้าโศก และเปี่ยมคุณค่า
แม้ว่าผมจะพลาดกับเป้าหมายเดิม ... แก่ถึง 40 โดยไม่ได้แต่งงาน .. แต่ประสบการณ์นี้ก็อาจจะมีคุณค่ากว่า
สนใจอ่าน โปรดคลิ้กได้ที่นี่ครับ "บันทึกการเดินทางเสาะหาเนื้อคู่ กับ 7 วันในคุกลาว"

ตั้งใจว่าจะอัพเดทให้สมบูรณ์ต่อไปเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาส


คำทื่อประจำสัปดาห์

"การแบ่งแยกประเทศบนโลก เป็นเหตุให้ยังคงมีรัฐบาลเผด็จการที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน"

"กฏหมายอาจจะทำอะไรผู้มีอำนาจเขียนกฏหมายไม่ได้ .. แต่กฏแห่งกรรมมีผลกับทุกคน"

"หากคุณรักผู้หญิงเพราะความบริสุทธิ์ของเธอ .. คุณอาจจะเลิกรักเธอเมื่อเธอเสียความบริสุทธิ์ให้คุณ"

"การตั้งเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้คุณไม่ได้รู้สึกผ่อนคลาย แม้ในช่วงระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว"



***********************************


ศุกร์ 4 พฤษภาคม 2555


สบายดีกันอยู่ใช่มั้ยครับ
สัปดาห์นี้ผมมาทักทายกันช้าหน่อย
ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีอะไรจะเขียน และก็ไม่ใช่ว่าเพราะมีงานแปลเยอะจนไม่มีเวลาเขียน
หากแต่เป็นเพราะ ยังคิดอะไรไม่ตกบางอย่าง
ขอยังไม่บอกละกันนะครับ ว่าเป็นเรื่องอะไร ... ไว้คราวหน้าค่อยจะมาบอกกันนะครับ
คราวหน้าก็ .. อืมม .. ขอเป็นวันที่ 16 ทีเดียวเลยแล้วกันนะครับ .. [ไว้ตอนผม 40 นู่นแหละ ค่อยกลับมาเจอกัน   หึ หึ หึ :-] .. เว้นเสียแต่ว่าจะมีเหตุอะไรพลิกผัน ก่อนหน้านั้น

-------------------------------------------

เมื่อวันก่อนนู้น มีงานขึ้นบ้านใหม่น้องสาวลูกน้าบ้านใกล้ๆ กันกับบ้านที่ทุ่งนาผม
แล้วบังเอิญญาติเพื่อนฝูงของแม่ได้มานั่งคุยกันที่บ้านกระต๊อบน้อยของผม
หลายคนกล่าวชื่นชมว่า อยู่แบบนี้ลมพัดเย็นสบายดี
แต่ผมคิดว่า ความรู้สึกจริงๆ ของแต่ละคน คงไม่ได้เห็นว่า บ้านกระต๊อบของผมดีกว่าบ้านหลังใหญ่ของพวกเขา
ซึ่งไม่ใช่ความรู้สึกที่ผิด .. ในเมื่อเขามีความสามารถที่จะปลูกบ้านหลังใหญ่หลังงามได้ เขาก็สมควรมีความสุขกับบ้านแบบนั้นของเขา
ส่วนตัวผมเอง .. มันก็ไม่ใช่ว่าผมชอบบ้านลักษณะนี้มากมายเท่าไรนัก .. หากแต่เพราะผมมีปัญญาทำบ้านอยู่แค่นี้ .. ผมจึงพอใจกับบ้านหลังนี้ และปรับตัวให้อยู่อย่างเหมาะสมกับบ้านแบบนี้
(หลายคนแถวนี้ ชอบเข้าใจผิดว่าผมรวย มีเงินเยอะแต่ไม่ใช้ มีรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์แต่เลือกขี่จักรยาน ... อยากบอกว่า ทรัพย์สมบัติจริงๆ ของผมมีแค่จักรยาน กับบ้านกระต๊อบนั้น ... สมบัติอื่นๆ เป็นของพ่อแม่และพี่ๆ ผม ... พวกเขาอาจจะรวย .. แต่ผมไม่ได้รวยอย่างเขา .. ต่างคนต่างเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว .. ใช้เงินของใครของมัน .. ดูแลทรัพย์สินของใครของมัน ..   ผมหาเงินได้เท่านี้ผมก็พอใจกับเงินแค่นี้ของผม .. ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนแรกที่ผมหาไม่พอใช้หนี้พ่อแม่ .. ก็ต้องยอมรับ .. ผลัดหนี้ไปเรื่อยๆ ก่อน .. ยังไงก็ไม่มีดอกเบี้ย อิ อิ
สรุปคือ .. อยากบอกว่า .. ทุกอย่างมันอยู่ที่ความพอใจ .. ไม่ได้อยู่ที่ว่า สถานภาพเป็นอย่างไร สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร .. แต่ มันอยู่ที่ว่า สภาพจิตใจเป็นอย่างไร พอใจหรือไม่กับสภาพที่เป็นอยู่ (ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความรู้ด้วย .. ถ้ารู้อยู่แก่ใจว่า สามารถทำให้ดีขึ้นกว่านั้นได้ แต่ไม่ทำ .. ใจลึกๆ ก็คงยากที่จะพอใจ)

เมื่อตอนที่ผมยังทำงานในหน่วยงานราชการต่างๆ .. ขณะที่ยังไม่สามารถออกมาได้ ผมก็พอใจในสภาพนั้น .... ธรรมะสุดยอด "พอใจ = ไร้ทุกข์ .. ทำดี = มีสุข" ก็คิดได้สมัยที่เป็นข้าราชการ
และเมื่อยามนี้ .. ด้วยความรู้ และด้วยผลแห่งการกระทำต่างๆ ทำให้ผมมีสภาพชีวิตเช่นนี้ .. ผมก็พอใจได้กับสภาพเช่นนี้
ขอให้ทุกคนพอใจกับสภาพที่ทุกคนเป็นอยู่นะครับ

---------------------------------------------

วันก่อนนู้น (แต่คนละวันกับวันข้างต้น) โทรศัพท์ที่รัก I-mobile 626 .. ถูกผมเอาลงแช่น้ำพร้อมกางเกงอยู่นานพอสมควร ก่อนจะถึงคิวซักกางเกงตัวนั้น และพบว่า โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกง
ผมเอาออกมา รีบถอดแบต .. เอาพัดลมเป่า .. เปิดหาวิธีกู้ชีพโทรศัพท์ในเน็ต .. เอาโทรศัพท์ (ซึ่งถอดอะไรต่างๆ เท่าที่จะถอดได้ออกไปแล้ว) แช่ไว้ในกล่องที่ใส่ข้าวสาร .. ทิ้งไว้ 2 วันกว่า .. เปิดมา ติด .. ทำงานได้ทุกปุ่ม .. นึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่าโทรศัพท์เราช่างทนทาน .. แล้วต่อมาอีก 2-3 วัน เริ่มเพี้ยน แบตหมดเร็ว
สรุปเลยละกันว่า ตอนนี้ เปิดไม่ได้เลย ......... เสียดาย และ อาลัย อาวรณ์
แม้จะเป็นรุ่นที่ อาจจะถือว่าโบราณแล้วในตอนนี้ แต่ เขาก็เป็นโทรศัพท์ที่ผมใช้งานได้หลากหลายประโยชน์อย่างคุ้มค่า .. และเขาก็ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างน่าชื่นชม .. ภาพถ่ายจำนวนมากในเว็บไซต์นี้ ก็เป็นผลงานของ I-mobile 626 เครื่องนี้

ขอไว้อาลัยแด่ I-mobile 626 ที่รักของผมไว้ ณ ที่นี้



คำทื่อประจำสัปดาห์

"หากควบคุมจิตได้ ก็จะคิดทบทวนความหลังดีๆ ได้ พอใจกับสภาพปัจจุบันได้ และฝันถึงอนาคตอันสวยงามได้"



***********************************


จันทร์ 23 เมษายน 2555


มันไม่ได้ยากอะไรนักหรอก ในการที่จะเป็น "คนรวมโลก"
องค์ประกอบที่จำเป็นก็มีแค่ "เป็นคน" กับ "ทำอะไรก็ได้ ที่ช่วยส่งเสริมการรวมโลก"


คำทื่อประจำสัปดาห์

"จะร้อนหนาวอย่างไร ต้นไม้ก็ไม่เคยบ่น และไม่เคยหลีกหนี"

"การใช้สิ่งต่างๆ ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ คือธรรมชาติของสัตว์ .. ไม่ว่าสิ่งนั้น จะเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น"

"คืนที่ผมหลับอย่างสบายอุรา คือราตรีแห่งทิวาที่ผมได้หาอาหารไว้อย่างเพียงพอสำหรับวันรุ่งขึ้นแล้ว"



***********************************


จันทร์ 16 เมษายน 2555


เมื่อเช้าวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา ผมโพสต์ข้อความลง Facebook ว่า

ด้วยค่านิยมที่สังคมมนุษย์ปลูกฝังกัน .. ทำให้ผมรู้สึกว่า “ยากนักที่หญิงใดจะมีรักใหม่กับชายวัย 40 ขึ้นไป ได้อย่างจริงใจ .. และ น่าจะมีโอกาสน้อยมาก ที่ชายใดจะรักสาวได้อย่างบริสุทธิ์ใจ เมื่อวัยเกิน 40 ปี”

ดังนั้น ก่อนอายุถึง 40 .. ผมจะต้องพยายามหาหญิงที่ผมรักและรักผมมาแต่งงานกันให้ได้ .. หากไม่ได้ ก็จะขอยอมรับชะตากรรม ว่าชีวิตนี้คงต้องอยู่เป็นโสดไปจนตาย ..... นับจากวันนี้ ก็เหลืออยู่ 32 วัน ที่ผมจะอายุ 40 ... ลองมาลุ้นกันนะครับ ว่าผมจะหาคนแต่งงานด้วยได้หรือไม่ ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนนี้ .. ซึ่งถ้าหาได้ทัน ก็จะจัดงานแต่งวันที่ 14 พ.ค. 55 (เพื่อให้อายุในวันแต่งยังเป็นแค่ 39 ปี กับ 364 วัน) [อาจจะแต่งทาง Facebook เนี่ยแหละ]

สาวใดที่สนใจจะแต่งงานกับผม (ถ้ามี) .. โปรดนิ่งไว้ก่อนนะครับ .. ถ้าท่านติดต่อมามันจะทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายรับ .. ผมมันชายเชิงรุก .. ชอบเป็นฝ่ายรุกมากกว่า .. ผมมี sense รู้ได้เองว่าใครมีใจกับผม 55 ดังนั้น รอให้ผมติดต่อไปเองนะครับ


เมื่อ 16 พ.ค. ปีที่แล้ว โพสต์ข้อความเกริ่นๆ ในเรื่องนี้ ตั้งใจว่า จะบอกอีกทีก็เมื่อสิ้นสุดเวลาที่คิดไว้ แต่ .. เปลี่ยนใจ ประกาศก่อน เพื่อที่ จะได้ท้าทายตัวเอง และเพื่อ ให้มีคนร่วมเป็นพยาน .... ถ้าเลย 14 พ.ค. ก็คือ เลิกหา เลิกหวังว่าจะมีคู่ชีวิตกับเขา
แฟนๆ เว็บก็ช่วยเป็นพยานด้วยละกันนะครับ .. ถ้าโลกไม่ช่วยส่งใครมาในช่วงนี้ (หรือดลใจให้ใครบางคนที่ผมเคยจีบเปลี่ยนใจ) ภายในวันที่ 14 พ.ค. ก็แสดงว่าโลกต้องการให้ผมอยู่เป็นโสด เพื่อที่จะได้ทุ่มเทรวมโลกให้มันสุดๆ ไปเลย (แต่ผมอาจจะเหลาะแหละอีกก็ได้นะ 55)

------------------------------------------------
วันนี้ แจ้งปรับเปลี่ยนราคาค่าแปลเอกสารในหน้าเว็บ "สำนักแปลรวมโลก"
ด้วยรู้สึกผิด ที่ขึ้นราคาเป็นหน้าละ 150 บาท .. (ซึ่งผลก็คือ ยังไม่มีใครใช้บริการในราคาใหม่นี้เลย)
คราวนี้ปรับใหม่ คิดราคาต่อหน้าแบบไม่ตายตัว คืออยู่ในช่วง 200 - 20 บาท แล้วแต่ผู้จ้างแปลจะชอบให้แปลระดับคุณภาพแค่ไหน ราคาไหน ... ถ้าแปลราคาหน้าละ 200 ก็จะได้คุณภาพแบบสุดๆ ตามความสามารถของผมตามที่เคยแปลในงานก่อนๆ บวกความทุ่มเทเพิ่มขึ้นพิเศษอีกหน่อย .. ถ้าแปลในราคาประมาณ 100 บาทต่อหน้า ก็จะได้งานแปลแบบครบถ้วน ถูกต้อง (ตามความรู้ผม) ทุกประโยค แต่จะเป็นความรู้เท่าที่มีอยู่ ไม่ได้ค้นคว้าความรู้เพิ่มเติมให้จากอินเตอร์เน็ต จึงไม่มีการแปลคำศัพท์เฉพาะให้ (ใช้วิธีทับศัพท์เอา).. ถ้าแปลแบบถูกสุด คือหน้าละ 20 บาท จะเป็นการแปลแบบสรุป หมายถึงว่า ถ้าต้นฉบับมี 10 หน้า คิดราคา = 20x10 = 200 บาท งานที่ได้รับจะเป็นการย่อสรุปความจากทั้ง 10 หน้าให้เหลือเพียง 2 หน้า (สมัยที่เปิดรับแปลแรกๆ เคยปฏิเสธที่จะทำงานแบบสรุปความนี้ เพราะคิดว่ามันยุ่งยาก แต่ตอนนี้ คิดว่าแน่พอแล้วแหละ)
ราคานี้คงไม่มีการเปลี่ยนจนกว่าจะถึงเมษาปีหน้า .. ถ้ามีลูกค้ามาเยอะ ทำอยู่รอดไปได้ .. งานรวมโลกคงเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย .... แต่ ถ้าลูกค้ายังคงห่างหายยย .... คอนโดที่กรุงเทพฯ ก็โปรดเตรียมตัวถูกขายด้วยนะ ที่รัก

------------------------------------------------
เมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย. ได้ไปดูคอนเสิร์ต 'ไหมไทย ใจตะวัน' สมใจ
แปลงานสุดท้ายเสร็จซักบ่ายโมง   กินข้าววันครอบครัวกับ พ่อ แม่ พี่ๆ   ปั่นจักรยานไปถึงบ้านกระท่อมน้อยกลางนาประมาณบ่าย 5 โมงกว่า   นอนเอาแรง   ตื่น 17:45   พกมะม่วงติดตัว 6 ลูก เดินพลางกินพลางไปตามคันนา ผ่านบ้านแกงเลี้ยว (บ้านเกิด) เข้าเส้นทางเก่าที่เดินไปโรงเรียนสมัยเป็นเด็กน้อย .. ประทับใจมาก เสียแต่เริ่มมืดหน่อย   ถึงโรงเรียนบ้านปลาซิว เข้างานเกือบทุ่มนึง   ฝนริน งานยังไม่เริ่ม คนยังไม่มา .. ขึ้นไปนั่งเล่นอาคารเรียน   มีการกล่าวเปิดงาน เพราะถือเป็นงานฉลองครบรอบ 90 ปี โรงเรียนบ้านปลาซิว .. คนยังน้อยอยู่ งานนี้เจ้าภาพ (ผอ.โรงเรียน) คงขาดทุนด้วยความภูมิใจ .. แล้วคอนเสิร์ตก็เริ่มเล่น   พระเอกใหญ่ ไหมไทย ออกมาประมาณ 5 ทุ่มกว่า ร้องถึงเกือบตี 1 มั้ง ก็กลับเข้าด้านหลัง และไม่ได้ออกมาอีก .. แต่ลูกวงเล่นละครลำจนถึงตี 5 ก่อนจะมีการกล่าวปิด .. ปิดงานเสร็จผมก็อยู่ดื่มด่ำชื่นชมโรงเรียนเก่าอีกสัก 20 นาทีฟ้าก็สว่าง .. ผมก็เดินกลับ ด้วยเส้นทางเก่า ประหนึ่งการเดินจากโรงเรียนกลับบ้านเมื่อ 30 ปีก่อน .. แต่ .. การย้อนรอยวัยเด็กไม่ได้ทำให้หน้าเด็กขึ้นแฮะ 55

เกี่ยวกะคอนเสิร์ตไหมไทยที่เฝ้ารอมานาน .. ทีแรกก็เหมือนจะผิดหวังกับไหมไทย เพราะนึกว่า ลิปซิ้งค์ .. แต่พอผ่านไป เริ่มพูดด้วย .. พูดเล่น เฮฮา .. เข้าท่าแฮะ เริ่มร้องเพลงเก่าๆ ที่เราร้องได้ .. และที่สุดๆๆ เลย .. ไหมไทยร้องเพลง "สู้" ของ หิน เหล็ก ไฟ .. ประทับใจมาก .. มีช่วงนึงที่ไหมไทยร้องเพลงเสียงสูงอีกเพลงนึง แล้วก็เริ่มรู้สึกไม่ไหว จึงลดโทนเสียงมา อย่างยอมรับสภาพ .. ผมยิ่งชอบไหมไทยมากขึ้น .. จริงๆ แล้วผมเต้นตามไหมไทยตั้งแต่เพลงแรกๆ แล้วแหละ เต้นอยู่ด้านข้างเวที เพราะเขาห้ามเต้นหน้าฮ่าน มีพวกวัยรุ่น (กว่าผม) เต้นกันเยอะเลย

ดูคลิปวีดีโอที่บันทึกมาได้จากลิงค์ข้างล่างนี้นะคับ

ไหมไทย ร้องเพลงเปิดตัว "ธรณี นี่นี้ คืออิสาน" http://youtu.be/Rl677WMNfik

ไหมไทยและกระผม 555 ร่วม ร้องเพลง "ดาวมีไว้เบิ่ง" http://youtu.be/LeajPodAA9M

อันนี้ ผมก็เสือกแจมไหมไทย ร้องเพลง "สู้" ของ หินเหล็กไฟ ... ต้องขออภัยที่ถ่ายมาน้อยนะคับ เพราะต้องรีบเต้นต่อ 55 http://youtu.be/Lekppxd5TAE


อันนี้เป็นช่วงลูกวงไหมไทยร้องเพลง "ฝากเสียงลำถามเสียงใจ" เสียงดีมากซะจนผมนึกว่า 'มนต์แคน แก่นคูณ' มาเองซะอีก http://youtu.be/YweTignkdn4



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ดวงอาทิตย์ให้เวลาคนเตรียมตัวก่อนนอนและก่อนตื่นเสมอ"

"ผมจะแต่งงาน โดยเลือกคนที่ผมรักและรักผม ไม่ใช่เลือกโดยดูว่า เหมาะสมที่จะอยู่เป็นคู่ชีวิตกับผม เพราะ ถ้าดูตามความเหมาะสมแล้ว ผมเหมาะที่จะอยู่คนเดียวตลอดชีวิตมากกว่า"

"ถึงเพื่อน     ชาติหน้าเราจะได้เป็นเพื่อนกันอีกหรือเปล่า .. กูไม่รู้ .. แต่สำหรับในชาตินี้ .. หากมีโอกาสได้เจอมึงอีกครั้งเมื่อไหร่ เราก็จะยังเป็นเพื่อนกัน (คุยกันฉันท์เพื่อน) เหมือนเดิมเสมอ"



***********************************


อังคาร 10 เมษายน 2555


เขียนต่อจากสัปดาห์ที่แล้วละกันนะคับ

อันที่จริงผมก็เลือกแล้วแหละ ว่าบ้านไหนน่าอยู่เป็นหลักที่สุด .... บ้านนอกคอกนาของผมน่ะแหละ
แม้ว่า สมมติว่าอยู่อย่างมีเงินน้อยมาก .. ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ... แต่ บ้านน้อยกลางนา ก็ยังคงน่าอยู่ที่สุด
เพราะ .. เมื่อเทียบกันระหว่าง 3-4 บ้านที่มีให้เลือกอยู่ในตอนนี้
ที่นั่นมีเสรีภาพมากที่สุด
ที่นั่นมีสิ่งต่างๆ ให้ทำมากที่สุด (รวมถึงโปรเจคลูกโลก)
ที่นั่นมีสิ่งดีๆ ให้ชื่นชมมากที่สุด
ที่นั่นมีปัญหา (ที่ผมต้องร่วมรับผิดชอบ) น้อยที่สุด
ที่นั่น น่าจะทำให้ชีวิตนี้ มีคุณค่าต่อการได้เกิดมาบนโลก มากที่สุด

(เขียนคำทักทายนี้ ที่ 'บ้านศรีบุญลือ')

คำทื่อประจำสัปดาห์

"ชีวิต เกิดมาเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำ"

"คุณค่าของความทรงจำอยู่ที่การได้รำลึกถึง"

"ต้นไม้ไม่เคยทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนธรรมชาติ .. แต่การโอนอ่อนต่อธรรมชาติ ทำให้สายพันธุ์ต้นไม้อยู่คู่โลกอย่างยั่งยืนได้"



***********************************


พุธ 4 เมษายน 2555


กลับจาก กทม. มาแล้วคับ
โอ .. คอนโดที่ กทม. ก็น่าอยู่ .. บ้านทั้งที่อุทุมพร และที่แกงเลี้ยวก็น่าอยู่ .. แต่สุดท้ายคงต้องเลือกอยู่ที่ใดที่หนึ่งเพียงที่เดียว

ประกวด Thailand's Got Talent เสร็จแล้วคับ .. ผลน่าพึงพอใจพอสมควรทีเดียว .. มันเป็น Reality Show ดังนั้น จึงอาจไม่ perfect แต่ถ้ามองว่ามันคือธรรมชาติของมันตามนั้น มันก็จะ perfect.. ถ้าเขาเอาเหตุการณ์ต่างๆ ที่บันทึกเทปไว้ออก TV คงได้เห็นกัน

เมื่อวานตอนซิทอัพยามเช้า ชักรู้สึกว่า .. เอ พอเริ่มออกกำลังกายทีไร ทำไมมันดูล้าๆ เหมือนจะเบื่อ .. อืมม ทำไมเราไม่ทำให้มันสนุกล่ะ เราทำให้มันสนุกได้นี่นา .. จากนั้นก็เลยซิทอัพให้สนุกๆ ไป ต่อด้วยท่าอื่นๆ แบบหนุกๆ ไป พร้อมกับได้บรรลุธรรมอีกอย่าง ก็เลยเอาไปโพสต์ใน Facebook ว่า "การทำอะไรก็ไม่สนุก .. เป็นเพราะไม่ได้ตั้งใจทำให้สนุก"

ความหมายก็คือว่า เราทำอะไรให้สนุกก็ได้ เพียงเราใส่ใจที่จะทำมัน เพื่อวัตถุประสงค์ซึ่งความสนุก หรือความสุข ณ บัดนั้น .. ไม่ใช่เน้นหวังไปที่ผลของมัน .. หรืออาจจะเน้นหวังผลก็ได้ แต่เป็นผลในระยะใกล้ เช่น ตอนซิตอัพ ก็ไม่เล็งไปที่การทำได้ครบ 44 ครั้ง แต่คิดถึงผลว่าแต่ละครั้งที่ซิตและอัพนั้น กล้ามเนื้อเราได้แข็งแรงขึ้นอย่างไร

การกระทำทุกสิ่ง ทำให้เป็นสุขหรือสนุกในขณะนั้นๆ ได้ .. การพูด และ การคิด ก็ทำให้สนุกได้ด้วยเช่นกัน

เพราะเป้าหมายที่สำคัญคือความสุข .. หากไปถึงเป้าหมาย แต่ยังไม่รู้จักความสุข .. ก็ไม่รู้จะทำเพื่อสิ่งนั้นไปทำไม

การรวมโลก ก็ต้องรวมอย่างสนุกสนานกับแต่ละ Step ที่ก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น   แม้จะไปไม่ถึงเป้าหมายซักทีก็ตาม


เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ตั้งราคาค่าแปลในเว็บ "สำนักแปลรวมโลก" ใหม่ เป็นหน้าละ 150 บาท (แปลด่วน ลัดคิวชาวบ้านคิดหน้าละ 300) .. สาเหตุสำคัญคือเพราะกลัวตังค์ไม่พอใช้หนี้พ่อแม่ในแต่ละเดือน (ซึ่งท่านก็ไม่ได้ขอให้คืน แต่มันคือความรับผิดชอบ .. รวมแล้ว 8,000 ต่อเดือน เพื่อปลดหนี้ภายในสิ้นปีนี้ .. จากนั้นจะให้ในฐานะลูกที่ดีแค่เดือนละ 4,000)
ไม่รู้จะถือว่าแพงไปหรือเปล่า (ถ้าเทียบกับร้านแปลทั่วไปแล้ว ไม่แพงแน่นอน)
เมื่อวานก็มีติดต่อมารายนึง แล้วก็บอกว่าแพงไป
ข้อดีคือ ทำให้เราไม่ต้องรับงานเยอะเกินไป .. อิ อิ .. (งานแปล จะว่าสบาย อยู่ในร่ม ก็จริงอยู่ .. แต่เครียดนะ .. แปลทีไรลืมสนุกทุกที ;-)

การทำธุรกิจก็เหมือนเกมส์อย่างหนึ่ง .. เป็นเกมส์ที่มีกฏแห่งอุปสงค์อุปทานเป็นตัวควบคุม .. วอนผู้สนใจใช้บริการโปรดเข้าใจ



"ปัญหาของเราไม่ได้อยู่ที่การไม่เชื่อฟังของประชาชน หากแต่ปัญหาของเราคือการยอมเชื่อฟังของประชาชน .. ปัญหาของเราก็คือ การที่มีผู้คนจำนวนมากทั่วโลกได้เชื่อฟังการบังคับบัญชาของผู้นำรัฐบาลในการตัดสินใจทำสงคราม ซึ่งได้ทำให้คนหลายล้านต้องตายเพราะการเชื่อฟังเช่นนี้.. ปัญหาของเราคือการที่ผู้คนยอมรับให้โลกนี้มีความยากจน, ความอดอยาก, ความโง่เขลา, สงคราม, และ ความโหดร้ายป่าเถื่อน.. ปัญหาของเราคือการที่ผู้คนยอมรับที่จะให้คุกเต็มไปด้วยโจรกระจอกๆ แต่ปล่อยให้มหาโจรเป็นผู้บริหารประเทศ.. นั่นแหละ คือปัญหาของเรา" (Haward Zinn 1922-2010) [แปลโดย กงจักร สำนักแปลรวมโลก 4 เม.ย. 2555]

โพสต์ลง Facebook แก้ไขไม่ได้ แต่ที่นี่ แก้ไขได้เสมอ .. Dynamic กว่า 55

คำทื่อประจำสัปดาห์

"สุข จากการได้ในสิ่งที่อยาก เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน .. เพื่อสุขที่ยั่งยืน พึงตั้งใจสนุกกับทุกสิ่งที่ทำ"

"ผลแห่งการทำดีของต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ไม่ต้องแก่ตายอย่างทรมาน"



***********************************


อังคาร 27 มีนาคม 2555


ตอนนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วครับ   มาเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประกวด Thailand's Got Talent
มากรุงเทพฯ คราวนี้ มีความรู้สึกคุ้นเคยกว่าคราวก่อนมาก

ตอนอยู่บนรถไฟมา กทม. บังเอิญได้ลองฝึกควบคุมลมหายใจ พบว่า 1 นาที เราควรหายใจให้ได้เฉลี่ย 2 ครั้ง หมายถึง หายใจเข้าและออก 1 รอบ น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งนาที

อาทิตย์ก่อน ได้เกริ่นถึงเรื่อง 'โลกส่วนตัว'
วันนี้จะมาโชว์รูปให้ดูกันนะครับ ว่าก่อนมา กทม. คราวนี้ ทำโลกส่วนตัวไปได้ถึงขั้นไหนแล้ว


ผมตั้งใจว่าจะต้องทำให้สำเร็จอย่างน้อยถึงขั้นว่า น้ำจะไม่ท่วมโลกใบนี้ในปีนี้ (หรือถึงจะท่วม ก็ไม่ท่วมจนเสียรูปทรง จนถึงขั้นต้องวางแนวใหม่ในปีหน้า)


การทำแนวทวีปคราวนี้ ใช้ปูนขาวโรยทำแนวละติจูดลองจิจูด เพื่อให้ได้รูปทรงที่ตรงสเกลมากขึ้น


พอโรยปูนขาวเสร็จ ก็ลงมือขุดเป็นแนวทวีปและเกาะต่างๆ เสร็จในเช้าวันรุ่งขึ้นเลย ซึ่งนับว่า ตัดสินใจได้ถูกต้องมาก เพราะกลับมาอีกที ฝนลบรอยปูนขาวไปเกือบหมดเกลี้ยง


กลับมาขุดครั้งใหม่ .. เน้นรอยทวีปให้ลึก และเด่นชัด ชนิดว่า ฝนตกใส่หนักๆ ก็ไม่ต้องควานหาร่องใหม่


ทวีปออสเตรเลีย ยังคงเป็นรูปหัวใจเหมือนเดิม


ใช้เวลาขุดงวดนี้ 2 วัน .. สำเร็จทั้งโลก .. จึงมา กทม. ได้อย่างมั่นใจ ว่ากลับไปจะไปขุดต่อได้อีกโดยง่าย .. แม้ว่าลูกโลกตอนนี้จะยังไม่มีเกาะอะไรละเอียด แต่ก็เพิ่มเติมได้ไม่ยาก .. จริงๆ เหตุที่คิดทำให้แนวชัดเจนไว้นี่ บางทีคิดว่าจะจ้างคนมาขุดช่วย เพื่อให้เขาเกิดความรู้สึกร่วม .. แต่ ระหว่างที่ขุดอยู่นั้น ด้วยความรู้สึกที่ว่า ตัวเองก็เหนื่อย แต่ ด้วยความเต็มใจทำ เพราะเป็นความตั้งใจของตัวเอง จึงไม่รู้สึกทุกข์ .. แต่ถ้าหากจ้างคนอื่น แล้วเขาเกิดไม่ค่อยพอใจจะทำจริงๆ ล่ะ .. โลกคงถูกสร้างเสร็จมาบนความทุกข์ของบางคน .... สรุปว่า .. ถึงจะเสร็จช้า แต่ให้เสร็จโดยไม่มีใครเป็นทุกข์ดีกว่า .. ทำคนเดียวเนี่ยแหละฟะ ;-]



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ข้อดีของการเป็นลูกน้อง คือมีเพื่อนเยอะกว่าหัวหน้า"
(เพราะอย่างไรเสีย จำนวนของลูกน้อง ก็มีมากกว่าจำนวนหัวหน้า)

"ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน .. ก็ไม่สามารถจ้างใครให้มาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของเรา แทนตัวเราเองได้"

"ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้จักแก่ .. ผมเพียงแต่รู้สึกว่าตัวเองยังเติบโตไม่เต็มที่ (โตช้า)"


***********************************


อังคาร 20 มีนาคม 2555


ขอแจ้งข่าวดังๆ ว่า ลูกโลก กงจักร ผ่านการคัดเลือกในรอบคัดเลือกของ Thailand's Got Talent ซีซั่น2   และจะได้ทำการแสดงอีกครั้งในรอบ Audition ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ ที่โรงละครอักษรา กทม.
ขอเชิญชวนแฟนๆ เว็บ GoodJai ช่วยไปเชียร์กันด้วยนะครับ (หวังอย่างยิ่งว่าจะได้ถ่ายทอดออกทีวี เพราะเชื่อว่า น่าจะมีประโยชน์ต่อการรวมโลกพอสมควร (ถ้าไม่มากมาย))
ต้องการอาสาสมัครไปช่วยถือป้ายผ้า "คอนเสิร์ตรวมโลก" ด้วย   2 คน (เดี๋ยวหาหัวลูกโลกให้ใส่)

ตอนที่ไปประกวดรอบคัดเลือก ... ไม่ได้คาดหวังว่าจะเข้ารอบ มีเป้าหมายแค่ 3-4 อย่าง   1) ร่วมให้การประกวดเขาคึกคักขึ้น 2) ร้องเพลงที่อยากร้องให้เขาฟัง 3) แต่งตัวที่อยากแต่งให้เขาดู 4) ไปดูบรรยากาศเขา 5) แน่นอนล่ะ บอกอุดมการณ์รวมโลก

ดังนั้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการได้เข้ารอบก็คือ การที่ ผมเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ ด้วยการบอกถึงอุดมการณ์อย่างชัดเจนว่า ผมประกวดเพื่อเผยแพร่แนวคิดรวมโลก
ดังนั้น (อีกที) ผมจึงประกวดในฐานะ ตัวแทนแห่งการรวมโลก .... การร่วมแสดงครั้งนี้ มันน่าจะต้องเห็นผลความคืบหน้าในการรวมโลกมั่งหละน่า
ไม่งั้นก็กลับมา ทำโลกส่วนตัวอยู่ต่อคนเดียวเหมือนเดิม ก็ได้ เอิ๊กๆ

การได้ผ่านเข้ารอบคราวนี้ น่าจะเป็นเพราะ ไม่เกร็ง ไม่ซีเรียส ไม่หวังผล ... เออ ดีมากเลยแฮะ ความรู้สึกเช่นนี้


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ณ วันนี้ .. ผมอาจจะไม่ขอเรียกร้องให้โลกรวมเป็นหนึ่งก็ได้ .. แต่ ขอแค่สหประชาชาติออกกฏ 2 อย่างได้ไหม 1. ห้ามทุกประเทศมีกองกำลังทหาร 2. ทุกประเทศต้องอนุญาตให้ผู้คนทั่วโลกเข้าออกประเทศของตนได้อย่างเสรี (เดินทางท่องเที่ยวในที่สาธารณะได้อย่างเสรี)"



***********************************


พุธ 14 มีนาคม 2555


พุทโธ = รัก โลก

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ตื่นมา ตี 5 ยังเห็นว่าควรนอนต่อ เนื่องจากช่วงนี้แปลงานเครียดจนริดสีดวงกำเริบ (อืมม อาการริดสีดวงนี่ เป็นดัชนีบ่งชี้ให้ดูแลร่างกายได้ดีทีเดียว)
ก็เลยตั้งใจจะจับลมหายใจเพื่อให้หลับเหมือนปกติ ซึ่งปกติก็จะใช้วิธีนับไปเรื่อยๆ นับได้ซักไม่ถึง 100 ก็หลับ .. แต่เช้านั้น หวนนึกถึงคำเขาว่า "พุท โธ" แล้วก็รู้สึกว่า เอ มันไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร .. ทำไมเราไม่ใช่คำอื่น ... อืมมม จริงด้วย .. สำหรับเรามันต้องคำว่า "รัก" กับ "โลก"
อะโห สว่าง กระจ่าง
ตลอดลมหายใจเข้าที่กล่าวคำว่า "รัก" ทำให้หวนนึกถึงความรักต่อสรรพสิ่งอันทำให้จิตใจสวยงาม
ตลอดลมหายใจออกที่กล่าวคำว่า "โลก" ทำให้หวนนึกถึงสถานที่ต่างๆ บนโลกที่เคยไปหรือเคยรู้ว่ามีอยู่ หรือแม้แต่ที่ที่อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสวยงามอยู่แล้ว (โลกเปรียบประหนึ่งชีวิต การมีชีวิต ก็เพราะมีโลก .. การมีโลกและการมีชีวิตในขณะนี้ คือสิ่งประเสริฐสุดแล้ว)

ลองดูกันนะครับ ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำเฉพาะก่อนนอน .. ทำได้ทุกขณะที่เราว่างพอจะจับลมหายใจ .... "รัก   & nbsp; โลก" .... "Love   & nbsp; World" .... "? (Suki)  & nbsp; ?? (Sekai)" (ภาษาญี่ปุ่น)



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ธรรมชาติของการมีชีวิต คือการมีสิ่งต่างๆ ให้ทำ .. ดังนั้น จงอย่าได้คาดหมายว่าจะมีวันทำเสร็จสิ้นได้หมดทุกอย่าง"



***********************************


พุธ 7 มีนาคม 2555


ณ บ้านกลางท้องทุ่งของผม ที่ดูเหมือนปราศจากความศิวิไลซ์แห่งอารยธรรมมนุษย์
แต่ .. กลับเป็นที่ที่อุดมด้วยความรุ่งเรืองแห่งสังคมสิ่งมีชีวิต (ตามธรรมชาติ) นานาชนิด
(นกสารพัดนก, หิ่งห้อย, ผีเสื้อ, แมลงต่างๆ, สัตว์เลื้อยคลาน, ปลาต่างๆ, ต้นไม้ ใบหญ้า พืชน้ำ, ฯลฯ)

ดูสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะชื่นชอบเสียงสีซอและเสียงร้องเพลงของเราเอามากๆ เลย   55


คำทื่อประจำสัปดาห์

"สังคมไม่ได้สงบสุขเพราะผู้คนอยู่ดีกินดี .. หากแต่สงบสุขเมื่อผู้คนรู้จักพอ"


(ดังนั้น .. จงหยุดกล่าวหาว่าผมไม่ได้ช่วยให้ผู้คนอยู่ดีกินดี .. เพราะผมเลือกเส้นทางที่จะเป็นแบบอย่างของความรู้จักพอ .. พอใจในสภาพที่เป็นอยู่ โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน)


***********************************


จันทร์ 27 กุมภาพันธ์ 2555


กลับจาก กทม. มาอยู่ศรีสะเกษเหมือนเดิมแล้ว

ไปกรุงเทพคราวนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนต่างถิ่น .. ความนึกคิดและวิถีชีวิตไม่เหมือนคนที่นั่น .. ไม่ได้! เราต้องรู้สึกว่าเราเป็นคนทุกที่บนโลก .. และคนที่อาศัยอยู่ในทุกที่บนโลก ก็เป็นคนไม่ต่างกัน .. สักวันหนึ่ง ผมน่าจะไปเที่ยวรอบโลกได้จริงๆ ด้วยความรู้สึกว่า ผมเดินรอบบ้านของตัวเอง ... จริงๆ แล้ว ไม่อยากเรียกว่าเป็นการไปเที่ยว .. นึกถึงชีวิตคนเร่ร่อนสมัยดึกดำบรรพ์ หากคนเร่ร่อนผู้นั้นรู้จักธรรมชาติในทุกพื้นที่บนโลก เขาคงจะสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบายในทุกฤดูกาล โดยเลือกสถานที่พักพิงอันเหมาะสมและอุดมสมบูรณ์

กรุงเทพร้อนมาก .. กลับมาศรีสะเกษก็ยังร้อน
กรุงเทพติดแอร์กันเยอะแล้ว .. บ้านที่ศรีสะเกษก็คงทยอยพากันติดแอร์
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่มนุษย์เราชอบปรับธรรมชาติให้เข้ากับตัวเอง ไม่ปรับตัวเองให้เข้ากับธรรมชาติ
ร้อนก็โดดลงน้ำ แล้วก็ใส่แค่ผ้าขาวม้ากันสิ
ความร้อน ความหนาว ความพอดี ล้วนมีประโยชน์ หากเข้าใจและใช้มันเป็น .... แต่การเน้นเปลี่ยนธรรมชาติให้เข้ากับวิถีการดำรงชีวิตยุคทำแต่ธุรกิจของมนุษย์เนี่ย ผลในระยะยาวอาจเลวร้ายมาก และยากที่จะแก้ไขให้กลับคืนสภาพ

อยู่ศรีสะเกษ .. ผมวิ่งออกกำลังกายที่ถนนข้างบ้าน โดยไม่ค่อยจะมีรถผ่านมาให้ได้ดมควัน
แต่ที่ กทม. .. ผมหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะวิ่งโดยไม่ได้ดมควันรถไม่ได้เลย
น่าแปลกนะ ... ไม่มีใครอยากดมควันรถ .. แต่ ก็เหมือนไม่มีใครห่วงว่า รถที่ตูขับ จะทำให้ใครต้องดมควันหรือเปล่า
ไม่ได้ว่าแต่คนอื่นนะ .. มอเตอร์ไซค์ที่ผมขี่บ้างเป็นบางครั้ง ก็ปล่อยควันขาวเลยเชียวแหละ
เรื่องแอร์ก็เหมือนกันนะ .. เอาความเย็นเข้าบ้านตัวเอง แล้วปล่อยความร้อนออกข้างนอกให้ชาวบ้าน
มีแต่คนเห็นแก่ตัว .. ทำไมไม่เห็นมีใครติดแอร์ไว้นอกบ้าน แล้วเอาถังระบายความร้อนตั้งทิ้งไว้ในบ้านตัวเองมั่ง



ก่อนไป กทม. ครุ่นคิดอยู่ว่า จะขายคอนโดให้เพื่อนดีมั้ยน้าา
แต่วันก่อนไป พ่อบอกว่าจะให้เงินไปไถ่คืนคอนโดจากสหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้
พ่อให้มา 150,000 บาท .. หนี้สหกรณ์เหลือ 140,000 กว่าๆ
พอเคลียร์หนี้เสร็จ ก็ยกเลิกการเป็นสมาชิก ได้เงินเรือนหุ้นและเงินในบัญชีสหกรณ์มา 100,000 กว่าๆ
ใช้หนี้พ่อไปแล้ว 110,000 บาท เหลือเป็นหนี้พ่อ 40,000 ... หนี้แม่ 20,000 (จะจ่ายเป็นทองที่จับสลากมาได้ กับเงิน 10,000)
เร่งทำงานแปลสักหน่อย .. น่าจะใช้หนี้พ่อและแม่ (แบบไม่มีดอกเบี้ย) หมดภายในปีนี้
จากนั้น ชีวิตน่าจะอยู่ได้อย่างสบ๊ายย สบาย (ใจ)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ปัญหามีไว้ให้ลงมือแก้ไข ไม่ใช่มีไว้ให้จำทนรับมัน"

"จงทำตามความรู้ อย่าทำตามความเชื่อ
ถ้าทำตามความรู้ อย่างน้อย เราจะรู้ว่า ความรู้นั้นถูกหรือผิด
แต่ถ้ายึดถือตามความเชื่อ เราจะไม่มีวันรู้เลย ว่าเราเชื่อผิดๆ"



***********************************


อาทิตย์ 19 กุมภาพันธ์ 2555


วันที่ 14 กุมภา .. ด้วยความที่ เช้าวันรุ่งขึ้นจะต้องรีบกลับมาบ้านที่อุทุมพรพร้อมกับเอาซอที่อยู่บ้านนากลับมาด้วย  ผมจึงตัดสินใจใช้มอเตอร์ไซค์แทนจักรยาน ... ออกจากบ้านตอนบ่าย 2 กว่าๆ พร้อมกับช่อดอกไม้และของขวัญวาเลนไทน์ที่เตรียมไปให้เธอคนนั้นที่โรงพยาบาลเมืองจันทร์ ..   ไปได้ประมาณ 2 กม. มั้ง รถน้ำมันรั่ว เครื่องดับ สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด .. จะกลับบ้านไปเปลี่ยนเป็นจักรยานก็ไกลเกินไป .. จึงจูงรถมาต่อจนถึงร้านซ่อมบ้านหนองปีซึ่งอยู่ห่างไปอีกสัก 400 เมตร..   โชคดีที่ช่างว่าง .. นอนหลับพักผ่อนอยู่ .. ตื่นมาแบบดูแล้วไม่ค่อยอยากตื่นเท่าไหร่ .. แต่ช่างก็ทำงานตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพช่าง ถอดอุปกรณ์อะไรต่างๆ ออกมาหมด ทำความสะอาดอย่างดี .. ชิ้นส่วนภายในคาร์บูเรเตอร์ของมอเตอร์ไซค์มีน็อตเล็กๆ หลายตัว .. เขาก็ยังใส่เข้าไปได้คืนหมดทุกชิ้น ... ผมเฝ้าลุ้นว่าเขาจะทำเสร็จก่อนบ่าย 3 ครึ่งหรือไม่ เพื่อที่ผมจะได้เอาของขวัญวาเลนไทน์ไปให้ทันก่อนเธอคนนั้นเลิกงาน .. แต่ผมไม่บอกช่างหรอก ว่าผมรีบ .. คิดดูแล้วก็เหมือนเป็นการเห็นแก่ตัว .. คนหนึ่งทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและเสี่ยงต่อภาวะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (จากน้ำมันที่ทั้งต้องสูดดมและสัมผัส) .. อีกคนเพียงรอไปส่งดอกไม้ให้สาว ... และแล้ว ช่างก็ทำเสร็จก่อนบ่าย 3 ครึ่ง และผมก็ไปส่งของขวัญทันตอนประมาณ 15:50 น. .. ผมประทับใจกับการทำงานด้วยจรรยาบรรณของช่างมาก .. ทำให้หวนนึกถึงอาชีพงานแปลของเรา .. เราควรจะตั้งใจแปลอย่างขยันขันแข็งกว่านี้ เพื่อลูกค้าที่อาจจะเจาะจงอยากแปลที่ “สำนักแปลรวมโลก” ของเรา

เข้านอน 6 ทุ่มกว่า .. เฝ้ารอ เผื่อจะมีสัญญาณตอบรับ .. ไม่มี .. เช้าวันรุ่งขึ้นจึงขี่มอไซค์จากบ้านนากลับมาบ้านสวนที่อุทุมพร .. พร้อมกับซอ .. 10 โมงกว่าก็ได้นั่งรถไฟฟรีพร้อมซอมา กทม. เพื่อร่วมประกวด Thailand’s Got Talent รอบคัดเลือก (ที่ The Mall บางกะปิ วันที่ 17 ก.พ.) .. Talent ที่ผมแสดงคือ "สีซอรวมโลก" .. ผลยังไม่รู้ครับ



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ความไม่ซีเรียส เป็นลาภอันประเสริฐ"

(ไม่ซีเรียสจริงจังเกินไป ก็จะทำอะไรได้อย่างสมองปลอดโปร่ง ไม่เครียด ไม่ก่อโรค เท่ากับเป็นลาภ ;-)

***********************************


พฤหัส 9 กุมภาพันธ์ 2555

ข้อดีของความลำบาก

ที่กระท่อมน้อย .. มันมิใช่กระท่อมที่เอาไว้พักพิงเล่นๆ หรอกนะ แต่ผมตั้งใจให้มันเป็นบ้านจริงๆ บ้านที่ผมอยู่จริงๆ อยู่ประจำ .. แม้จะมีสภาพเหมือนกระท่อม แต่มันก็เป็นความตั้งใจและพอใจที่ได้อยู่ในลักษณะนี้

ข้อดีของกระท่อมนี้มีมากมาย
แต่ข้อดีอย่างหนึ่ง ที่อยากเล่าในวันนี้ คือ ข้อดีของความลำบาก
อาจจะดูเหมือนเป็นชีวิตที่ลำบาก .. ที่ผมต้องหิ้วน้ำมาอาบมาใช้ ต้องก่อไฟหุงข้าว ต้องรดน้ำต้นไม้ด้วยถังน้ำ ต้องเก็บผักบุ้งในสระมาต้มกิน ฯลฯ
แต่ ความลำบาก ทำให้เรากลับได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ (ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อม) มากกว่าชีวิตตอนอยู่สุขสบาย

เห็นหลายผู้คนที่อยู่สุขสบาย กลับมีวิถีชีวิตที่นำความเสื่อมมาให้ตัวเอง
บางคน ก็ว่างจนต้องเล่นการพนัน
บ้างก็เที่ยวผู้หญิง บ้างก็นินทากัน บ้างก็เอาแต่โทรศัพท์ บ้างก็ติดกีฬา บ้างก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์ บ้างก็ติดยาเสพติด บ้างก็เอาแต่นอน
พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกอย่างสบายจะพบว่า .. ลูกมักมีปัญหา

ความลำบากนี้ นอกจากจะทำให้ตัวเองได้ทำอะไรดีๆ แล้ว   ยังช่วยป้องกัน คนขี้เกียจ&ฟุ้งเฟ้อ&ชอบเอาเปรียบชาวบ้าน ไม่ให้สนใจมายุ่งกับตัวเราด้วย


คำทื่อประจำสัปดาห์

"แม้วันนี้จะดีกว่าเมื่อวาน แต่เรากลับมักลืมปลาบปลื้มยินดีกับวันนี้ เพราะเรามัวฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่านี้ จนลืมไปว่าเมื่อวานเราเคยแย่กว่านี้"



***********************************


พฤหัส 2 กุมภาพันธ์ 2555


งานแปลยากกว่าที่คิด
ภารกิจทางครอบครัวและเครือญาติก็มากมาย
ภารกิจสร้างโลกใหม่ยังไม่ไปถึงไหน
ภารกิจงานสาธารณะก็ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง
ริดสีดวงก็กลับมากำเริบอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนาน (น่าจะเป็นเพราะการกินข้าวเหนียว, สภาวการณ์ที่ไม่ได้เข้าห้องน้ำในเวลาที่ควรได้เข้า, การขับรถนาน, ดื่มน้ำน้อย, มีอาการปวดหัวเหมือนจะไข้แต่ไปวิ่ง, หรือ เครียดเรื่องจะแปลงานไม่เสร็จ)
..... ฮื่ม .....
ซักวัน .. ฉันจะต้องเขียน "คู่มือคนขี้ดื้อ" ให้สำเร็จให้ได้
(แต่ต้องเรียนรู้เขาให้ลึกซึ้ง และเข้าใจเขาอย่างถ่องแท้เสียก่อน)

.... รีบเข้านอนดีกว่า .. พรุ่งนี้เช้าเขาจะได้ไม่ดื้อ

Good night ครับ .. แฟนๆ Good Jai ทุกท่าน


คำทื่อประจำสัปดาห์

"อย่ากลัวที่จะตัดสินใจผิด .. เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะตัดสินใจให้มันผิด .. เราหวังในสิ่งที่ถูก"

"สรรพสิ่งบนโลกล้วนไม่เที่ยงแท้จีรัง .. คงมีแต่เพียงสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของฉันเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์"

"อย่าพึ่งเปรียบเทียบว่าวันหนึ่งๆ คุณทำงานมากกว่าผม ...
เพราะ ถ้ารวมเวลาทั้งชีวิตแล้วผมอาจจะทำงานมากกว่าคุณ ...
เพราะการดำรงชีวิตของผมจะทำให้ผมอายุยืนกว่า .. (นอนล่ะ 55)"


***********************************


พุธ 25 มกราคม 2555


เกลอเอ๋ย
จงเชื่อมั่นในวิถีทางแห่งฉันเถิด
บนเส้นทางที่ฉันเดินอยู่นี้ คือเส้นทางที่ดีและถูกต้องที่สุดแล้ว
ฉันอยากให้ผู้ที่กำลังสับสนหรือทนทุกข์ในชีวิต ได้หันมาเดินทางนี้
ทางนี้ คือวิถีทางที่ยึดถือ "ความเท่าเทียม", "การพึ่งตนเอง", "ความพอใจในทรัพย์และความสามารถที่มี", "การอยู่แบบง่ายๆ แต่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน", "การหากินหาสุขกับสิ่งที่มีตามธรรมชาติ โดยไม่ทำให้เสียสมดุลธรรมชาติ", "การบูชาเสรีภาพของตัวเองและผู้อื่น", "การยินดีตาย เมื่อสมควรตาย" ฯลฯ

ในส่วนของ "ความเท่าเทียม" นั้น .. อยากจะขยายความสักนิด ว่าหมายถึง เท่าเทียมกับคนที่อยู่ในระดับปานกลางถึงระดับล่างของสังคม .. ไม่ใช่เท่ากับคนรวย
ฉันไม่คิดว่าชีวิตจะเป็นสุขได้ หากมีบ้านหลังหรู แต่ต้องระวังโจรเข้าบ้าน
ฉันไม่ได้ยอมรับการลักขโมย .. แต่ฉันยอมรับว่าทุกวันนี้ สังคมมีการลักขโมยและทำร้ายกัน (ทั้งร่างกายและจิตใจ) .. อันเป็นผลมาจากระบบสังคมที่เน้นให้คนแข่งขันกันมากกว่าช่วยเหลือกัน เน้นให้คนอวดร่ำอวดรวยอวดสบาย (แต่ไม่เน้นอวดความมานะอุตสาหะ) .. ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันต้องการเปลี่ยน (ปฏิวัติ) ด้วยวิถีที่ฉันปฏิบัติอยู่

ฉันไม่กลัวความตาย เพราะฉันมั่นใจว่า ต้องได้กลับมาเกิดอีก .. ในเมื่อเกิดมาแล้วมันต้องตาย .. ตายไปมันก็ต้องเกิด .. เหมือนชีวิตนี้ที่อยู่ดีๆ ก็ได้เกิดมา
ฉันจึงไม่กลัวตาย ..... แต่ ฉันเพียงกลัว .... กลัวว่าเกิดมาแล้วฉันจะหลงผิดไปกับกิเลส และความรู้ผิดๆ ที่พวกเรากำลังเมามัวและหลอกลวงกัน .. จนปิดกั้นปัญญาไม่ให้ฉันได้ค้นพบสัจธรรมเหมือนอย่างชาตินี้
เพราะเหตุนี้แหละ .. ฉันจึงเฝ้าเขียน เฝ้าบอก .. เพื่อให้สัจธรรม "พอใจ = ไร้ทุกข์, ทำดี = มีสุข" (และความรู้อื่นๆ ที่อยู่ในเว็บนี้) ตลอดจนวิถีการปฏิบัติที่ฉันยึดถือในตอนนี้ .. ได้ถูกถ่ายทอดไปถึงชีวิตฉันในชาติต่อๆ ไป

และฉันก็เร่งรวมโลก .. เพื่อที่ชาติหน้าของฉันจะได้ไม่ต้องประสบภัยสงคราม และภัยจากความเกลียดชังกันของมนุษย์ด้วยกันเองอย่างในชาตินี้

อย่าแปลกใจ .. ว่าทำไมเร่งแล้ว ยังไม่เห็นผลอะไร .. เพราะฉันเร่ง ตามวิถีของฉัน   ;-)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"เพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ไม่ใช่หมา .. แต่เป็น .. คน"

"ความรัก (แบบปรารถนาดี) ไม่จำเป็นต้องแสดงออกด้วยการตามใจ"

"ความผิดพลาด ทำให้ต้องเสียเวลาแก้ไข .. จึงควรทำอะไรอย่างมีสติ"



***********************************


พุธ 18 มกราคม 2555


ตั้งใจว่า มีเวลาเมื่อไหร่จะขุดดินปรับแต่งที่ไปเรื่อยๆ .. แต่เมื่ออาทิตย์ก่อน น้าได้ติดต่อรถไถมาทำถนน .. ก็เลยตัดสินใจจ้างรถไถนั้นมาปรับที่หลายๆ จุดที่เราคิดว่าจะใช้แรงตัวเองทำ .. ขอโชว์รูปให้ได้ดูกันพร้อมคำบรรยายนะครับ


ภาพรถไถกำลังโกยดินขึ้นไปข้างตัวบ้านซึ่งอยู่บนเนินคูสระ


จุดที่ถมข้างตัวบ้านด้านนี้ก็ตั้งใจว่าจะปลูกไม้ผล ผสมผักสวนครัว และเหลือที่ไว้นิดหน่อยสำหรับนอนกลางดิน   ;-)
ถ้าหากต้องขุดดิน ใส่รถเข็นมาเทเอง กว่าจะได้ขนาดนี้คงนานมากทีเดียว .. บางที .. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกนิดหน่อยก็พอรับได้นะ .. อาจารย์คนนั้นยังบอกเลย ว่าถ้าไม่มีก๊าซเรือนกระจกเลย โลกก็จะเย็นจนคนอยู่ไม่ได้ .. 55 .. คนเราทำอะไรมีข้ออ้างเสมอ
หลังจากรถไถโกยดินมาจากที่นา ผืนดินถูกพลิก แมลงถูกเปิดเผยในที่โล่ง นกน้อยโฉบลงมาคุ้ยเขี่ยหาแมลงกิน .. สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติมันก็รู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติเนาะ .. เหมือนนกกระจอกนกพิราบในกรุงเทพกระมัง .. มันคงไม่ได้แยกแยะหรอกนะ ว่าระหว่างป่า กับเมือง อะไรคือธรรมชาติ


ตรงนี้ไถดินปิดคูสระที่โดนตักดินไปถมที่บริเวณที่ล้อมรั้วไว้


ตรงนี้ก็ไถดินเสริมคูสระอีกด้านที่โดนตักดินไปเหมือนกัน


ดินในรั้วนี่แหละ ที่มีการจ้างถมเมื่อปีก่อน .. รู้สึกว่าค่าถมและค่าไถปรับที่จะหมดไปหมื่นห้า .. พ่อแม่เป็นคนจ่าย
ให้รถไถดินมาปิดข้างรั้วเพื่อให้มีที่เดินริมรั้วได้สะดวก .. ในโอกาสต่อไป ภายในรั้วนี้จะทำบ้านรูปทรงลูกโลก


ตรงกลางนาผืนนี้เป็นจุดที่ทำลูกโลกเมื่อปีก่อน แล้วไม่เสร็จดี น้ำท่วมโลกซะก่อน
ปีนี้จะแต่งรูปทรงโลกใหม่ หันทิศเหนือใต้ให้ตรงตามทิศจริง จึงให้รถไถไถพรวนซะหน่อย เผื่อจะได้ขุดง่าย ปรากฏว่า ไถแล้วดินแข็งแฮะ .. รู้สึกดินที่มีหญ้าคลุมตามธรรมชาติจะขุดง่ายกว่า
เมื่อวานทำได้แค่วัดระยะวงกลมและวางแนวเหนือใต้ออกตก .. โดยมีหนุ่มไบ้คนหนึ่งอาสามาช่วย

รวมแล้ว ค่าไถทั้งหมดนี้เขาคิด 3,000 บาท โดยเขาประมาณการค่าแรง+ค่าเครื่องมือทำงานของเขา ชั่วโมงละ 500 บาท .. เหมือนว่าเขาไถดิน 1 ชั่วโมงได้เยอะกว่าเราแปลงาน 1 วัน .. แต่จะเปรียบเทียบตรงๆ เลยคงไม่ได้หรอกนะ
ปล. คนที่ไถให้นี้ชื่อ "น้ามนต์"   อัธยาศัยไมตรีดีมาก


ภาพนี้แค่อยากโชว์ความเป็น Artist ที่ห้อยป้ายทะเบียนรถสมัยอยู่ Michigan ไว้ชายคากระท่อมน้อย
สระนี้ยังมีน้ำอยู่ ไว้น้ำแห้งอีกหน่อย จะขุดดิน (ด้วยแรงตัวเอง) มาถมข้างตัวบ้านเพื่อป้องกันดินพัง และจะได้เดินลงสระได้สะดวก .. ถ้าเป็นไปได้จะทำสะพานทอดยาวข้ามสระไปหาลูกโลกกลางนาด้วย



คำทื่อประจำสัปดาห์

"องค์กรประกอบด้วยคน .. คนซึ่งมีความเห็นแก่ตัวเป็นลักษณะประจำตัว ..
ดังนั้น อย่าพึงหวังที่จะเห็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในองค์กรอย่างแท้จริง
การส่งเสริมให้สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขอย่างแท้จริง จึงควรเน้นพัฒนาคน ไม่ใช่พัฒนาองค์กร"

"ไม่มีวิธีการใดที่จะกำจัดคน (ทำ) เลวโดยไม่เกิดความเดือดร้อนแก่สังคมได้ .. แต่มีวิธีการที่จะเปลี่ยนคนที่ยังรู้ผิดๆ ให้รู้ถูกๆ ได้"

"สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ .. ทำเร็วขึ้นอีกได้มั้ย ? .. เต็มที่แล้วหรือ ?"


***********************************


พุธ 11 มกราคม 2555


มาพบกันช้าหน่อยครับ เพื่อนๆ กู๊ดใจ .. ช่วงปีใหม่มาเนี่ย ชีวิตยังไม่เข้าที่ อะไรต่างๆ ที่ต้องทำก็เลยยังเยอะและวุ่นวายไปหน่อย .. แต่ก็ยังพอมีเวลาร้องรำทำเพลงอยู่เถียงนาน้อย .. เพราะที่นั่นสามารถร้องรำพร้อมกับทำงานหลายๆ อย่างไปพร้อมกันได้

มาว่าเรื่องปรัชญาของเรากันต่อเลยดีก่าเนาะครับ

----------------------------------------------------------

วันก่อนดูละคร "บันทึกกรรม"   ให้หวนนึกถึงว่า แต่ละคนนั้นได้ก่อกรรมมาหลายอย่าง ตั้งแต่เกิดมา   ดังนั้น ชีวิตเขาย่อมต้องได้รับผลกรรม มากบ้างน้อยบ้าง ตามที่แต่ละคนทำ .. แล้วเช่นนี้ เราจะทำให้ทุกคนเป็นสุข สมเป็นยุคพระศรีอาริย์ได้หรือ ??

ก็ยังคงคิดว่าน่าจะได้อยู่ดี .. ถ้าทุกคนทำใจรับกับความทุกย์ยากต่างๆ ได้ ว่านั่นเป็นเพราะผลจากการกระทำของตนเอง .. จิตใจเขาก็น่าจะสงบเย็น สมเป็นคนยุคพระศรีอาริย์ได้

(เอ๊ะ .. นี่เรา 'อยาก' มากไปหรือเปล่า)

-----------------------------------------------------------

ท่านฟุกุโอกะ ได้สอนถึงหลัก "เกษตรแบบไม่กระทำ"   กล่าวคือ การทำเกษตรโดยไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรที่มันไม่ได้จำเป็น (แต่หลงทำกันให้ยุ่งยาก) หาหนทางที่มันทำได้ผลดีสุด แต่เหนื่อยน้อยที่สุด และสร้างผลเสียแก่สิ่งแวดล้อมน้อยสุด

ผมเองจะพัฒนาขึ้นให้เหนือกว่าท่านฟุกุโอกะ คือผมจะยึดหลัก "ดำรงชีวิตแบบไม่กระทำ" ..   คือ อะไรที่ไม่จำเป็น ตรูจะไม่ทำให้มันเหนื่อยเปล่า .. เสื้อผ้า ถ้าไม่เปื้อนนักก็ซักพอลวกๆ, เรื่องรีดไม่ต้องพูดถึง เลิกรีดมาตั้งแต่ ม.ปลาย แล้ว .. ฯลฯ .. หลายคน มีชีวิตที่ยุ่งยาก เพราะมี ความอยาก+ความไม่รู้ มากเกินไป


-----------------------------------------------------------


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ในโลกใบนี้ ... ไม่มีอะไรเก่าแก่และน่านับถือไปกว่าโลกอีกแล้ว"

"ความฝันในยามหลับควบคุมไม่ได้ .. ดังนั้น ตื่นมาฝันกันดีกว่า"

"ความอดทนน่ะมี .. แต่จะมีให้แต่กับสิ่งที่เห็นว่าควรทนเท่านั้น"

"การสัมภาษณ์งาน .. เราไม่ได้เป็นเพียงฝ่ายถูกเลือก .. หากแต่เป็นโอกาสที่เราจะได้ถามกลับ เพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกทำงานนั้นหรือไม่ด้วย
(ได้มาจากที่เพื่อนอินโดคนนึงลงไว้ใน Facebook)


***********************************


อาทิตย์ 1 มกราคม 2555

สวัสดีปีใหม่ สอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า (2555) ครับ เพื่อนๆ กู๊ดใจ


ขอมอบเหรียญทองแดงนี้เป็นของขวัญแด่ชาวโลก .. และขอมอบเหรียญทองและเงิน (ซึ่งตกเป็นของคนที่แก่กว่าผมซะอีก) เป็นของขวัญแก่ผู้สูงวัยที่มุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและสมรรถนะ ทุกท่าน (ได้เหรียญทองแดงจากการแข่งวิ่ง 400 เมตร กีฬาสาธารณสุข จ.ศรีสะเกษ วันที่ 24 ธ.ค. 2555)

เป็นบุญยิ่งนักที่ได้ร่วมแข่งวิ่งครั้งนี้ .. เกิดความรู้ใหม่หลายอย่าง
- การวิ่งให้หลั่ง Adrenaline ใช้เวลาแค่เพียง 1 นาที ก็โอเคแล้ว (จากนี้ไป จะพยายามวิ่งเร็วๆ สัก 400 เมตรทุกวัน เพื่อไม่ให้ปวดขาเวลาที่ต้องวิ่งแบบนี้อีก)
- คู่แข่งคือผู้ที่ช่วยพัฒนาเรา ... ไม่ต้องไปนึกแข่งกับแชมป์โลกหรอก แข่งกับคนที่แข่งด้วยเนี่ย ก็มันส์แล้ว
- การวิ่งแล้วหมดแรงในช่วงปลาย คงเป็นเพราะลืมหายใจ
- ถ้ามีความฝัน .. เจ็บปวดแค่ไหนใจมันก็สู้ .. (ก่อนแข่ง ปวดหลัง ปวดขา แต่ตอนแข่งก็วิ่งได้เหมือนไม่เจ็บ .. มีแต่เหนื่อย .. ผมลงวิ่งทุกรายการ ได้แก่ 100 ม., 200 ม., 400 ม., 800 ม., และ 1500 ม. รุ่นอายุ 40-45 ปี ซึ่งเขานับถึง พ.ศ.2555 ก็เลยอายุถึง .. นึกว่าจะได้เปรียบคนแก่ซะอีก .. เฮ้อ วิ่งเหมือนคนแก่กว่าเขาเลย)


ของขวัญปีใหม่ของผมในปีนี้ คือ ชีวิตที่ได้กลับมามีเสรีภาพในการคิดและทำ (เกือบ) ทุกอย่างอีกครั้ง

การลาออกจาก รพ.เมืองจันทร์ครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้รู้สึกใจหายเลย .. เพราะตั้งใจแต่เดิมว่า เมื่อออกแล้วจะเข้าไปช่วยงานเรื่อยๆ .. จริงๆ แล้วก็คือทำตามแผน .. 4 ชั่วโมงทำงานแปล .. 4 ชั่วโมงทำงานเพื่อสังคม (งาน รพ. และหน่วยงานราชการอื่นๆ) .. 4 ชั่วโมงทำงานเพื่ออุดมการณ์รวมโลก .. 12 ชั่วโมง กินและนอน 55 .. แล้วเราจะได้เห็นกัน ว่าผมจะทำได้ตามแผนหรือเปล่า


คำทื่อประจำสัปดาห์

"สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาสังคมมนุษย์ .. 1 ปีที่ผ่านไป อาจเป็นเพียงอายุมากขึ้นอีก 1 ปี
แต่สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตแบบพึ่งพิงธรรมชาติ .. 1 ปีที่ครบรอบ ทำให้รู้ว่าสามารถรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลงในทุกฤดูกาลได้"

"หากยามตื่น ได้ทำแต่สิ่งที่รื่นรมย์ พบเจอแต่สิ่งที่บรรเจิด .. การพักผ่อนนอนหลับก็คงไม่ค่อยจำเป็นนัก"



***********************************


พฤหัส 22 ธันวาคม 2554



ลูกโลก ได้ร่วมแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ งานกีฬาสาธารณสุข จ.ศรีสะเกษ วันที่ 21 ธ.ค. 2554
แข่ง 2 รายการ (ฟรีสไตล์ 50 ม. และ กรรเชียง 50 ม.) ได้ที่ 5 ทั้งสองรายการ
(แต่ละรายการมีคนเข้าแข่งขัน 5 คน .. ที่บ๊วยนั่นเอง 55)




คำทื่อประจำสัปดาห์

"ยิ่งฝึกฝน ยิ่งค้นพบ"


***********************************


พฤหัส 15 ธันวาคม 2554


บาสเก็ตบอล กับ การทำงาน

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลแข่งขันกีฬาสาธารณสุข .. เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่รอคอย .. รอคอยที่จะได้แก้ตัวในการเล่นบาสให้ทีม รพ.เมืองจันทร์
แต่แล้วก็ไปไม่ถึงฝัน .. แพ้ตกรอบสองอีกเหมือนเดิม .. แพ้แค่แต้มเดียว (26 ต่อ 27) .. ช่างน่าเสียดาย
แต่ .. คราวนี้ ไม่ได้มีความคิดว่าอยากแก้ตัวอีกครั้งในปีหน้า
การเล่นบาสแบบเครียดๆ เช่นนี้ ไม่ใช่สไตล์ของเราเลย
ชอบการเล่นสนุกๆ เพื่อออกกำลังกาย และโชว์ความสามารถกันมากกว่า
เป้าหมายเพื่อชัยชนะนั้น .. ทุกคนในทีมรู้ .. ไม่มีใครในทีมที่ไม่อยากชนะ
เพียงแต่ สไตล์การเล่น จังหวะ ความคิด ฯลฯ ของแต่ละคนมันต่างกัน
การเล่นบาสกันให้สนุก .. ไม่น่าจะต้องกดดันหรือต่อว่าทีมเดียวกัน หรือแม้แต่ทีมคู่แข่ง (ถ้าเขาไม่แข่งด้วย จะสนุกได้ไง)
เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้คิดได้ทำตามความคิด ความสามารถของตน
การเล่นบาสควรทำใจว่าเป็นการทำงานเป็นทีม .. ความสามารถของคนทั้งทีม และผลการแข่งขันนั้น เรากำหนดไม่ได้ .. ตัวเรามีหน้าที่เพียงเล่นให้ดีที่สุดตามความสามารถของเรา .. ไม่ใช่มีหน้าที่ตำหนิคนอื่นให้รู้สึกไม่สนุกในเกม
คนเล่นกีฬา เมื่อถูกกดดัน นอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สนุกแล้ว ยังทำให้ความคิดไม่บรรเจิด หลงลืมรูปแบบการเล่นต่างๆ ที่ซ้อมไว้ .. (นะเฟ้ย 55)

การทำงานกันในองค์กร ก็เช่นเดียวกัน ไม่น่าจะต้องมีการต่อว่าหรือบังคับกัน
เพียงทำให้คนในองค์กรรู้หน้าที่ รู้แนวทางปฏิบัติ รู้เป้าหมายขององค์กร แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ
บรรยากาศในการทำงานจะเต็มไปด้วยความสุขได้อย่างไร หากผู้ร่วมงานขาดอิสระเสรีภาพในการคิดและทำ
คนทำงานในองค์กรพึงระลึกว่า การให้ความรู้แก่กันเป็นสิ่งสำคัญ แต่การบังคับหรือต่อว่ากัน เป็นสิ่งต้องห้าม .. และพึงทำใจ พอใจกับผลการทำงานที่เกิดขึ้น เมื่อตนเองได้พยายามดีที่สุดแล้วในส่วนของตน

ไม่รู้ไง เวลาเล่นบาสจึงมักเจอการกระทำในลักษณะ ตำหนิ+บังคับ+สั่งคนอื่น .. ทำงานก็ได้พบเจอเหมือนกัน .. หรือว่า นี่จะเป็นสันดานอย่างหนึ่งของมนุษย์เรา

เอ .. หรือจะเป็นความผิดของตัวเราเอง .. ที่เล่นห่วย ที่ไม่อดทน .. และไม่เหมาะกะการทำงานร่วมกับผู้อื่น .. ออกไปอยู่คนเดียวคงจะได้สำนึก อิ อิ

ปล. ยังเหลือการวิ่งแข่งอีกอย่างหนึ่งที่รอคอยโอกาสนี้ที่จะได้แก้ตัว และพิสูจน์สังขาร .. 23-24 ธ.ค. รู้ผลครับ


คำทื่อประจำสัปดาห์

"เพราะไม่เคยรู้สึกปลื้มกับการถูกบังคับ .. ชีวิตนี้จึงไม่คิดว่าควรบังคับใคร"

"บางที ความฉลาดของมนุษย์ในการคิดเครื่องทุ่นแรง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องออกแรงทำงาน อาจไม่ใช่ความคิดที่ฉลาด เพราะทำให้เสียโอกาสออกกำลังกาย



***********************************


พุธ 7 ธันวาคม 2554


คนกับหมา ใครแข็งแรงกว่ากัน
หมานอนหนาวอยู่นอกตัวบ้าน ก็ไม่เห็นเป็นหวัด
หมาถูกเห็บหมัดกัด ก็ทนอยู่ได้จนแก่
หมากินมื้ออดมื้อก็ไม่เป็นโรคกระเพาะ
หมาดื่มน้ำค่อนข้างสกปรกได้ ไม่มีปัญหา
สรุปว่า .. หมาแข็งแรงกว่าคนมั้ง
แต่ ... หมาปลูกข้าวกินเองไม่เป็นนะ .... ยังไงคนก็เก่งกว่า


ผ่านมา 2 ปีกว่าๆ ที่รับแปลงาน วันนี้เริ่มเข้าใจกฏต่างๆ และคำเฉพาะต่างๆ ที่ใช้ในงานวิจัย
ผมเคยเกลียดกฏพวกนี้มากในสมัยเรียน .. เพราะมันทำให้งานของผมถูกแก้มากมาย
แต่ .. วันนี้เริ่มเห็นว่า การมีกฏนี้ ก็ทำให้พวกผู้ศึกษางานวิจัย (ที่เข้าใจหลักของมัน) รวบรวมองค์ความรู้จากงานวิจัยได้ง่ายขึ้น
(แต่ยังนึกแอนตี้งานวิจัยที่ไม่ได้เน้นสาระนวัตกรรม แต่เน้นความสละสลวย (ซับซ้อน) ของการใช้คำอยู่นะ)

ทำให้คิดไปถึงการแข่งกีฬา ที่ต้องมีกฏ เพื่อให้ต่อสู้กันตามกติกา และรู้ว่าใครทำผิดกติกา

ในสังคม ก็มีกติกา อันเรียกว่า "กฏหมาย" ให้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันและอยู่แข่งกัน ต้องทำตาม .... เพียงแต่ กติกาของสังคมนี้ อาจจะเยอะมาก เพราะเกมที่เราเล่นกันในสังคมนั้นหลากหลายเหลือเกิน
"ตำรวจ" น่าจะเน้นบทบาทความเป็น "กรรมการผู้ตัดสินว่าใครทำถูกหรือทำผิดกฏหมาย" มากกว่าการเป็นผู้ลงโทษผู้ทำผิด .. จะดีกว่ามั้ย ?
อืมมม .. เขาให้ "ศาล" เนาะ เป็นกรรมการ
อืมมมม .. ระบบสังคมนี่ ซับซ้อนทีเดียวเจียว
อืมมมมม .. อยู่คนเดียวของตรูอย่างนี้ดีฝ่า .. ไม่ค่อยทำผิดกติกา .. เพราะรู้และยอมรับ "กติกาของตัวเอง" เป็นอย่างดี


เมื่อคืนได้ฟังรายการ TV ของ TPBS ถกถึงเรื่องขยะ ซึ่งเป็นปัญหาเด่นชัดอย่างหนึ่งในช่วงน้ำท่วม
ผมว่าถ้ามีการประดิษฐ์ “เครื่อง Recycle/กำจัด ขยะ ด้วยตัวเอง” ให้คนทั่วไปสามารถใช้ได้โดยง่ายและเป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจกับเขาด้วย น่าจะช่วยลดปัญหาขยะได้ดีที่สุด
อาจจะยากนิดหน่อย แต่เชื่อว่า หัวสมองระดับมนุษย์น่าจะทำได้ .... จริงๆ แล้วถ้าทุกคนมีพื้นที่ดินให้อยู่กันกว้างๆ ซักหน่อย การกำจัดหรือการ Recycle ขยะ ด้วยตัวเอง คงไม่ใช่เรื่องยาก (จะเอามาฝัง หรือ ประกอบเป็นส่วนเสริมสิ่งก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ แต่จะไม่ใช้วิธีเผา เพราะจะสร้างมลภาวะทางอากาศ)



แปลงปลูกข้าว ทวีปออสเตรเลีย หลังเก็บเกี่ยว   ;)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"วัสดุในขยะ เกิดจากภูมิปัญญาของมนุษย์ .. หาทางใช้ดูดีๆ มันต้องมีคุณค่ามากกว่าจะเป็นแค่ขยะ"

"หากทุ่งนานี้ใช้ยาฆ่าแมลง ฤาบ่อน้ำนี้จะมีน้ำสะอาดไว้ให้ดื่ม  
ฤาสระน้ำนี้จะมีน้ำสะอาดให้ว่ายเวียนวน   "


***********************************


พฤหัส 1 ธันวาคม 2554


อีกเพียง 1 เดือนเท่านั้นครับ ท่านผู้ชม
ไม่ได้หมายถึง วันปีใหม่
แต่ .. อีกเพียง 1 เดือน ... วิถีชีวิตของผมก็จะมีการเปลี่ยนแปลง
การยื่นใบลาออกล่วงหน้า 6 เดือน (กำหนดออก 31 ธ.ค. 2554) จะมีผลแล้ว
ที่ รพ.เมืองจันทร์ ก็รับรู้และยอมรับกันโดยทั่วแล้ว .. 31 ธ.ค. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การได้ทำงานที่ รพ. นี้ ทำให้ผมได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นมากๆๆ
และทำให้ผมยังเชื่อมั่นในวิถีชีวิตแบบเดิมที่เคยคิดไว้มากขึ้น .. (แต่จะมีหนทางปฏิบัติที่น่าจะดี และได้ผลกว่าเดิม)
ปีหน้าเราจะได้รู้กันครับ



คำทื่อประจำสัปดาห์

"การวางแผนที่ดีควรเผื่อให้มีเวลาว่างบ้าง"

"เสรีภาพ เป็นองค์ประกอบสำคัญของความสุข"

"ต่อให้กินอาหารเสริมบำรุงสมองก็ยังโง่ ถ้ายังหลงอยาก"

"ทนเอาหน่อย เดี๋ยวความรักก็ดับลงไปเอง เหมือนความโลภ โกรธ หลง น่ะแหละ"




***********************************


พฤหัส 24 พฤศจิกายน 2554


ยามกิน เราย่อมอยากกินมากกว่าอยากทำงาน
ยามทำงาน เราย่อมอยากทำงานมากกว่าอยากกิน
แต่บางที .. ยามทำงาน เราก็อยากนอนมากกว่าอยากทำงาน
ยามว่างล่ะ เราอยากทำอะไรมากที่สุด
อยากนอนมั้ย ?
อยากเล่นบาสมากกว่า
อยากดูคอนเสิร์ตมากกว่า
อยากไปเที่ยวมากกว่า
อยากนอนมากกว่า
สรุปแว่ .. อยากทำในสิ่งที่ไม่ได้ทำมานาน มากที่สุด .. มั้ง

แต่ เหมือนจะมีโอกาสน้อยนะ ที่คนเราจะว่าง .. จิตว่าง

-------------------------------------------------------

คอมพิวเตอร์ไม่ได้ใช้ยากไปกว่าตะเกียบ
เพียงแต่ เราไม่จำเป็นต้องมีความรู้มากมายในการใช้ตะเกียบ เท่ากับความรู้ที่ต้องมีในการใช้คอมพิวเตอร์
คนโบราณ ยุคไร้คอมพิวเตอร์ จึงไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าคนยุคนี้ (เพียงแต่อาจมีความรู้บางเรื่องน้อยกว่า)
คนยุคนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ ในการพัฒนาสมอง
แต่ .. ด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพมั้ง
จึงทำให้คนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่เป็นในยุคนี้ รู้สึกว่าตัวเองฉลาดน้อยกว่าคนที่ใช้เป็น



คำทื่อประจำสัปดาห์

"จะเป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ .. แต่ไม่มีใครอยากนั่งกินข้าวด้วย ...
หรือจะเป็นแค่คนธรรมดา .. แต่สรวลเสเฮฮากับทุกผู้คนได้อย่างสบายใจ ?"



***********************************


พุธ 16 พฤศจิกายน 2554


เห็นการใช้เครื่องสูบน้ำอย่างมากมายเพื่อระบายน้ำท่วมแล้ว ให้รู้สึกเป็นห่วง
ถ้าหากเป็นความจริงที่ว่า ภาวะฝนตกหนักจนน้ำท่วมกรุงเทพในปีนี้ เป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์
การใช้เครื่องสูบน้ำ ซึ่งต้องเผาผลาญน้ำมันและปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะไม่ซ้ำเติมให้สมดุลทางธรรมชาติสูญเสียไปยิ่งกว่านี้หรือ
แล้วแบบนี้ .. ปีหน้าจะเป็นอย่างไร
บางที ปีหน้า อาจจะไม่ใช่กรุงเทพฯ ที่ได้ผลรับผลกระทบ อาจจะเป็นที่อื่นคนละซีกโลก
ปัญหาการทำลายสมดุลทางธรรมชาติของโลกจึงเป็นปัญหาที่ชาวโลกควรใส่ใจตักเตือนกัน

เมื่อธรรมชาติพยายามสั่งสอนเพียงเบาะๆ แต่มนุษย์พยายามต้าน พร้อมกับทำร้ายโลกกลับคืน แถมยังนึกว่าตัวเองเก่งที่ต้านภัยธรรมชาติได้
ปีต่อๆ ไป เราคงได้เห็นอะไรที่รุนแรงกว่าเดิม

หรือ โลกจะอายุสั้นลงเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ?
โลกสิ้น เราก็สิ้นแหละนะ

ช่วยกันลดการกระทำใดๆ ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกันด้วยนะครับ
เดี๋ยวมนุษย์จะอยู่ไม่ถึงวันที่ได้รวมโลก

ข้อความทำนองข้างต้นนี้ได้เขียนลง Facebook แล้ว .. บางที Facebook ก็อาจจะเป็นช่องทางรวมโลกที่มีประสิทธิภาพมาก .. ถ้าเป็นดาราดังมารณรงค์คงเห็นผลเร็ว

คำทื่อประจำสัปดาห์

"ตลาดสด ฤาจะมีสินค้าที่สดไปกว่าพืชผักที่เกิดอยู่รอบบ้านเราเอง"
(คิดได้ระหว่างนั่งจิบน้ำกระเจี๊ยบที่ต้มเองและเก็บผลมาเองจากต้นกระเจี๊ยบริมรั้วบ้านสวน)


***********************************


พุธ 9 พฤศจิกายน 2554


ช่วงที่ผมทำงานแปล หรือทำงานที่โรงพยาบาล จะเป็นช่วงที่ผมไม่ได้มีความคิดอะไรใหม่ๆ มาเขียนตรงนี้
ช่วงที่คิดอะไร ปิ๊ง ขึ้นมา มักจะเป็นช่วงที่อยู่ว่างๆ ไม่ได้ตั้งใจคิดอะไรเป็นพิเศษ
ดังนั้น .. บางที .. เราอาจควรจะต้องปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปบ้าง .. ไม่ต้องไปควบคุมมันมากนัก
(แม้แต่ข้อความข้างบนนี้ก็ยังคิดได้ตอนกินข้าวอยู่ที่กระท่อมน้อยกลางนา)

หุงข้าวเปลือกก็กินได้

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทดลองหุงข้าวเปลือกกิน
วันนี้จะมาเล่าพร้อมนำเสนอภาพให้ดูชมกัน


รวงข้าวออกเมล็ดดก สวยงาม น่ากิน
จะกินข้าวใหม่ทั้งที มันต้องกินให้ใหม่เอี่ยมอ่อง .. ไม่ต้องผ่านโรงสี


ใครจะไปมีเวลาตำข้าวสารกรอกหม้อ แค่รูดข้าวเปลือกจากรวงใส่หม้อก็ใช้เวลาพอสมควรแล้ว


เติมน้ำใส่หม้อพอประมาณ


ใช้เวลาหุงต้มประมาณชั่วโมงกว่าๆ


มันจะสุกยากมาก .. น้ำในหม้อก็ไม่แห้ง .. ข้าวก็ไม่ติดหม้อ


สุดท้ายก็พอกินได้ ประมาณนี้แหละ


เวลากิน
กินเข้าไปทีแรกก็รู้สึกได้ว่าช่างสากยิ่งนัก มิน่าเขาถึงไม่หุงข้าวเปลือกกินกัน
ทีแรกก็คิดว่าคงต้องเลิกกินแล้วแหละ แต่ เอ พอเคี้ยวต่อไป อืมมม พอทนแฮะ
ถ้าไม่คิดอะไรมาก นั่งเคี้ยวไปพลาง พ่นกากเปลือกข้าวไปพลาง ทำงานคอมพิวเตอร์ไปพลาง มันก็เวอร์คเหมือนกันนะ (แต่อย่าเผลอพ่นใส่หน้าจอเชียวหละ) (จริงๆ แล้วจะคายออกมาดีๆ ก็ได้ กากที่คายออกมาก็สามารถเอาไปใส่ต้นไม้เป็นปุ๋ยได้) อาจจะกินยากซักหน่อย แต่ให้คิดในใจว่า เพื่อวิตามินวะ ว่ากันว่า ข้าวนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ครบถ้วนภายในตัวเมล็ดข้าว 1 เม็ดเลยนะ (แต่ต้องกินให้ได้มากพอ)

ใช้เวลากินน่าจะสองชั่วโมง ไม่มีเวลากินให้หมดแฮะ เลยห่อกลับมาฝากพ่อแม่ที่บ้านสวน .. โดนแม่ว่าเลย อิ อิ

การหุงข้าวเปลือกกิน มีข้อดีหลายอย่าง
- ไม่มีทางที่เราจะเคี้ยวโดนเศษลวด กรวดหิน เพราะไม่มีโลหะหรือสิ่งแปลกปลอมมาเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ ยกเว้นก็แต่ช้อน
- หุงแล้วข้าวไม่ติดหม้อ ล้างหม้อง่าย
- ได้วิตามินเต็มๆ กว่าข้าวกล้องซะอีก
- ประหยัดเวลาตำข้าว

แต่ก็มีข้อเสียบางอย่าง
- เปลือกเมล็ดข้าวอาจบาดลิ้นได้ถ้ารีบเคี้ยว หรือเคี้ยวคำใหญ่ (โดนแล้ว 55)
- ใช้เวลากินนาน
- อาจทำให้ท้องอืดได้ (อันนี้ไม่แน่ใจ แต่หลังจากนั้นวันนึงผมก็ท้องอืด อืด อืด)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"เพียงทำให้คน รู้ คุณค่าของ ความรู้ เขาก็จะใฝ่ศึกษาหาความรู้เอง"

"ความคิดที่ล่องลอย อาจพบสิ่งดีๆ ได้ฉันใด .. ชีวิตที่เลื่อนลอย ก็อาจเจอสิ่งดีๆ ได้ฉันนั้น"


***********************************


พฤหัส 3 พฤศจิกายน 2554



เมื่อคืนใครได้ดูรายการ "พื้นที่ชีวิต" ตอน "พื้นที่น้ำท่วม" ทางช่อง TPBS มั่งครับ ประมาณ 3-4 ทุ่ม เป็นมุมมองที่ดีและสมบูรณ์มากเลย
ข่าวทาง TPBS ช่วง 1-2 ทุ่ม ก็ให้ความรู้เรื่องน้ำท่วมได้ดีมาก
รายการเหล่านี้สามารถดูย้อนหลังได้นะครับ .. สมควรเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์
น้ำท่วมครั้งนี้ก็มีข้อดีหลายอย่าง
- ทำให้เทคโนโลยีได้มีการพัฒนาขึ้นและใช้งานมากขึ้น
(ประเทศตะวันตกอาจมีเทคโนโลยีรุดหน้าเอเซียเพราะเขาถูกบีบให้ต้องสู้ภัยธรรมชาติมามากกว่าก็เป็นได้)
- น่าจะทำให้ความสามัคคี+ความเสียสละของผู้คนมากขึ้นด้วย
(คนที่โชคร้ายตายไปเพราะภัยครั้งนี้ก็จะได้เกิดใหม่มาเจอโลกที่ผู้คนรักใคร่สามัคคีกันมากขึ้น)
- ทหารได้เปลี่ยนบทบาทมาทำงานสาธารณะให้สังคม แทนงานสู้รบ

ต่อไป น้ำท่วมอาจถูกมองเป็นเพียงภัยธรรมชาติอย่างหนึ่ง เหมือนหิมะที่ตกมาทุกปีในบางพื้นที่
บางคนอาจว่าไม่เป็นธรรมชาติ เพราะมีการกั้นทางน้ำที่ไม่เป็นธรรม
แต่หากมองสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเราว่าเป็นธรรมชาติ .. คงพอทำใจได้ว่า เป็นธรรมชาติของตึก, ถนน, ฯลฯ ที่จะต้องขวางทางไหลของน้ำ, และเป็นธรรมชาติของสังคมมนุษย์ที่พยายามทำให้เกิดผลดีที่สุดตามความคิด+ความรู้ของกลุ่มผู้นำ ;-)

ปล. หนังสือท่านฟุกุโอกะ ผมอ่านจบไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนแล้วนะคับ .. ไว้มีโอกาสทำเกษตรเองจริงๆ แล้วจะทบทวนอีกครั้ง


คำทื่อประจำสัปดาห์

"การพักผ่อน ก็เป็นวิธีรักษาโรคอย่างหนึ่ง"


***********************************


พฤหัส 27 ตุลาคม 2554



ช่วงนี้ บางคืนก็จะนอนที่บ้านสวนกับพ่อ
บางคืนก็จะนอนคนเดียวที่บ้านกระท่อมน้อยกลางนา
คืนไหนกลับกระท่อมน้อยกลางนา ก็มักจะออกจากโรงบาล 2-3 ทุ่ม
รู้สึกขอบคุณที่น้าได้ต่อไฟฟ้าให้ใช้ ทำให้มีแสงไฟให้ทำอะไรได้สะดวก
แต่เช้าวันก่อนก็เกิดความคืดแวบขึ้นมาว่า
ทำไมเราจะต้องเดือดร้อนอะไรนักกับการมองอะไรไม่เห็นแค่ชั่วข้ามคืน
คนตาบอดที่เขาอยู่กับความมืดมิดชั่วชีวิต เขายังอยู่ได้เลยนี่นา



คำทื่อประจำสัปดาห์

"ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นสุขหรือทุกข์อยู่ ก็ตั้งหน้าทำดีได้เสมอ"

(ย้ำอีกครั้ง การทำดี คือ การทำอะไรก็ตามที่เรารู้ (หรือคิด) ว่าจะส่งผลดีต่อตนเองและผู้อื่น)

***********************************


พฤหัส 20 ตุลาคม 2554



เหตุใด ในอดีตกาล ยามที่มนุษย์ยังไม่มีเครื่องทุ่นแรงอะไรมากมาย มนุษย์จำเป็นต้องทำงานกันแค่วันละไม่กี่ชั่วโมง
แล้วนี่ เรามีเครื่องทุ่นแรงมากมาย
กลับต้องทำงานกันจนแทบไม่ได้พักผ่อนเลยในแต่ละวัน
.... มีหลายคนบ่นว่า "อยากให้ 1 วันมี 48 ชั่วโมง”

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ?? ปริมาณงานมากไปรึ? เวลาที่กำหนดให้ทำงานมากไปรึ? ตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไปรึ? หรือถ้าทำน้อยกว่านี้จะมีไม่พอกิน?
เวลาที่เครื่องทุ่นแรงช่วยประหยัดให้ กลายเป็นเวลาทำงานใหม่ต่อไปอีกสินะ

ในสถานการณ์ปกติก็ทำงานยุ่งกันอยู่แล้ว
ยิ่งตอนนี้น้ำท่วม หลายคนคงกำลังทำงานหนักเพื่อสู้ภัยน้ำท่วม ..... พักผ่อนและดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

ยามน้ำท่วมเช่นนี้ ขยะคงลอยละล่องตามผืนน้ำ
ดูเหมือน ธรรมชาติจะไม่เคยสร้างขยะ มีแต่คนเท่านั้นที่สร้าง
(ธรรมชาติในที่นี้ใช้ในความหมายว่า สิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์)
ขยะที่ลอยมากับน้ำ ล้วนเป็นขยะจากมนุษย์
สัตว์ที่ตาย ก็เป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์

ต้นไม้ธรรมชาติที่ผุพังและไหลมาตามน้ำ ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นขยะ
ขี้ควายขี้เป็ดขี้ไก่ที่ละลายอยู่ในน้ำ ก็ดูไม่น่ารังเกียจเท่าไหร่
แต่ ขี้คน .. (ขยะจากคนอีกแล้ว) .. ที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในน้ำ คงทำให้อดนึกรังเกียจไม่ได้




มีความรู้มาก ใช่ว่าจะสุขมาก
ยามเป็นเด็กน้อย ไม่เห็นต้องรู้อะไรมากเลย
แต่ยังไงเสีย เด็กน้อยก็ต้องมีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ .. เพราะความอยากรู้อยากเห็นคือธรรมชาติของเด็กน้อยและผู้ใหญ่น้อยๆ
การมีความสุขจึงไม่ได้อยู่ที่การมีความรู้หรือไม่มีความรู้ หากแต่อยู่ที่การได้ทำตามความรู้ที่มี และได้ใช้ความรู้นั้นทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อไป



เสื้อที่เพื่อนชาวกึ่งบราซิลกึ่งญี่ปุ่น (Erica) ทำฝากผม ส่งมากับเพื่อนชาวบราซิล (Claudia) ที่มาเที่ยวเมืองไทย ... (บอกเชื้อชาตินี้เพียงเพื่อสื่อถึงที่อยู่ ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยกชาวโลกนะครับ)


คำทื่อประจำสัปดาห์

"หลายคนต้องการดูทีวีจอยักษ์ใหญ่
แต่หากมองออกนอกจอทีวีด้วยความใส่ใจ จะพบจอทีวี 4 มิติ ที่มีขนาดใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด"


"ความสามารถในการเอาชนะธรรมชาติของมนุษย์ จะมีประโยชน์อันใด หากมนุษย์ยังไม่สามารถอยู่กันอย่างร่วมมือร่วมใจ และสร้างสังคมอันปราศจากการรบราฆ่าฟัน การเอารัดเอาเปรียบ และการแบ่งแยกประเทศได้"


***********************************


พฤหัส 13 ตุลาคม 2554




น้ำท่วมกายอย่าให้มันท่วมใจ
ไฟไหม้กาย อย่าให้มันไหม้ใจ
เจ็บป่วยทุกข์ทรมานกาย อย่าให้มันทรมานใจ
ผู้ทำได้เยี่ยงนี้ ย่อมมีสติ และสุขสงบในใจตน เสมอ
(ผมยังทำไม่ได้ แต่ก็พยายามทำอยู่ ;-)



ผลจากการที่สังคมเจริญ .. ผู้คนมีเวลาเหลือบันเทิงมากมาย นั้นเป็นเช่นไร ..
ผู้คนเกิดความฟุ้งซ่านและทำในสิ่งทีผิด การประท้วง เหตุการณ์วุ่นวาย จึงได้มีให้เห็นอย่างทุกวันนี้
จนกระทั่งเมื่อธรรมชาติได้ทำให้มนุษย์ต้องต่อสู้ดิ้นรน ความวุ่นวายนั้นจึงผ่อนคลายลง
หากจะหันมาใช้ชีวิตกันแบบทำมาหากินเลี้ยงชีพแต่ละคน โดยตนเอง ตามวิถีเกษตรกรรม จะดีกว่ามั้ย



สมมติว่า การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง และโลกนี้เป็นที่เดียวที่มนุษย์จะเกิดใหม่ได้
แล้ว ถ้าหากว่า มนุษย์เราทำลายสมดุลของโลก ซะจนเผ่าพันธุ์มนุษย์เองอยู่ไม่ได้ สัตว์ชั้นสูงอื่นๆ ก็สูญพันธุ์ .. เหลือรอดอยู่ได้ก็แต่เชื้อแบคทีเรีย ..... ชาติต่อๆ ไปของพวกเราก็จะต้องเกิดเป็นเชื้อแบคทีเรีย ใช่มั้ยเนี่ย


คำทื่อประจำสัปดาห์

"หากปฏิเสธสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ แล้วใยจึงยอมรับวัฒนธรรม .. ในเมื่อวัฒนธรรมคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยแท้"

"ลักษณะเด่นของสังคมมนุษย์ ก็คือ ความมีน้ำใจ"
ขอขอบคุณผู้ที่กำลังช่วยเหลือกันในยามประสบภัยน้ำท่วมทางนู้น .. ส่วนทางนี้ ศรีสะเกษ น้ำท่วมยากส์ ไม่ต้องห่วง ;-)


***********************************


พฤหัส 6 ตุลาคม 2554



เหตุใด รถยนต์, โรงงานอุตสาหกรรม, ถุงพลาสติก, ฯลฯ จึงถูกกล่าวหาว่าส่งผลเสียต่อธรรมชาติ
เป็นเพราะมันย่อยสลายได้ยากเช่นนั้นหรือ
แล้วถ้าหากทำให้มันย่อยสลายได้ง่าย จอดรถทิ้งไว้ 3 วันก็ย่อยสลาย ปลูกบ้านมา 2 เดือนก็ผุพัง จะดีมั้ย
จริงอยู่ว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจก่อมลพิษต่อธรรมชาติ ในตอนผลิตและตอนทิ้ง .. แต่ก็มีประโยชน์ในตอนที่ได้ใช้ (มีโทษด้วยแฮะ ตอนมันปล่อยควัน)
.. อืมมม .. ยากยิ่งที่จะประเมินความคุ้มระหว่างประโยชน์กับโทษของเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีไม่ใช่สิ่งที่ฝืนธรรมชาติ
คนที่ผลิตรถยนต์ได้ คือผู้ที่เข้าใจลึกซึ้งถึงกฏธรรมชาติหลายๆ กฏ จึงช่วยให้เขาผลิตรถยนต์ได้
รถยนต์ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ
แต่คนที่หลงไหลไปกับหน้าตาที่ได้มาจากการมีรถตะหาก ที่ไม่เป็นธรรมชาติ


คำทื่อประจำสัปดาห์

"เครื่องมือวัดหลายอย่างที่ธรรมชาติให้มาภายในตัวเรา แม้ไม่ถูกเป๊ะ แต่ก็ใช้ได้ทันที"

"ตราบใดที่มนุษย์ยังรวมโลกไม่ได้ มนุษย์ก็จะไม่ต่างจากสัตว์ ที่ต้องแยกกันอยู่ฝูงใครฝูงมัน"

"จิตใจที่สงบ สำคัญกว่าสภาพแวดล้อมที่สงบ"


***********************************


พุธที่ 28 กันยายน 2554


ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด

สังคมมนุษย์ทุกวันนี้ กำลังทำให้ผู้คนส่วนใหญ่มีลักษณะแบบที่เรียกว่า มีความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด
ผู้คนจำนวนมากมาย มีความเชี่ยวชาญในงานของตน มีความรู้ละเอียดลึกซึ้งในงานที่ทำ
แต่นั่นก็เป็นงานเฉพาะอย่าง ประหนึ่งเครื่องจักรตัวหนึ่งในโรงงานผลิตรถ
แต่ละคน ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง
แม้แต่เกษตรกร สมัยนี้ก็ดูเหมือนจะเน้นปลูกพืชไม่กี่อย่าง ที่ขายได้ราคาดี
ต่างคนต่างทำงานแลกเงิน เพื่อซื้อของกินของใช้จำเป็น (และไม่จำเป็น) ที่ตัวเองผลิตไม่ได้

จริงอยู่ การแบ่งงานกันทำและแข่งกันทำงาน ทำให้เทคโนโลยีเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว (ซึ่งผมก็พลอยได้อานิสงค์ด้วย)
แต่ ... ผลจากการที่แต่ละคนอยู่อย่างขาดสวัสดิภาพในชีวิต เพราะต้องพึ่งพาปัจจัยสารพัด มันทำให้แต่ละคนเครียด
แต่ละคน ได้แต่พยายามรักษางานของตน ทั้งที่งานนั้นอาจไม่ได้ทำให้สังคมดีขึ้น เพราะต่างคนต่างก็พยายามเอาตัวรอด
แต่แล้ว .. ในสภาพสังคมที่ล่อลวงให้ผู้คนแข่งขันกันทำงานหาเงิน สุดท้ายต้องมีผู้แพ้และไปไม่รอด
(ถ้าใช้วิธีแบ่งงานกันทำ แต่การปกครองอยู่ในลักษณะสังคมนิยม [ไม่ใช่แค่ประชานิยมนิดหน่อยอย่างนี้] ก็อาจจะพอรู้สึกว่าชีวิตมีเสถียรภาพบ้าง)
(แต่ นอกจากผลเสียในการที่ต้องหวั่นกับการตกงานแล้ว การทำงานหน้าเดียว [หรือหลายหน้า แต่งานเดียว] ก็ยังทำให้ชีวิตขาดความหลากหลาย ขาดสมดุลในการใช้ชีวิต อีกด้วย)
สภาพสังคม ที่มุ่งไปในทิศทาง "ทุนนิยม" "งานนิยม" "เงินนิยม" นี้ จะลงเอยเช่นไร ??

เปลี่ยนใหม่ดีไหม
ให้แต่ละคนเน้นเอาตัวเองให้รอด อยู่อย่างมั่นคง ด้วยความสามารถที่จะหาปัจจัยพื้นฐานให้ตัวเองได้ด้วยตัวเองในวิถีธรรมชาติ
แล้วค่อยใช้เวลาที่เหลือมาทำงานเพื่อพัฒนาสังคม

การศึกษาสำหรับเด็กก็คงต้องเน้นเป้าหมายใหม่
เน้นความสำคัญอันดับ 1 คือให้เด็กๆ รู้วิธีและเริ่มฝึกดูแลตัวเองให้รอดโดยไม่เบียดเบียนใครให้เดือดร้อน รู้วิธีอยู่กับธรรมชาติและเอาตัวรอดได้ (ธรรมชาติในความหมายที่ว่าไม่มีมนุษย์เกี่ยวข้อง)
แล้วจากนั้นค่อยสอนวิชาเฉพาะที่จะทำให้เขามีความรู้ไปช่วยพัฒนาสังคม ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสนุกสนาน


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ธรรมชาติ ยังต้องการความหลากหลาย   การใช้ชีวิตก็ควรมีความหลากหลายด้วยเช่นกัน"

"ความรักเท่านั้นที่ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี"

"ผู้ที่เห็นค่าของความผิดพลาด จะได้รับคุณค่าจากมัน"


***********************************


พฤหัสที่ 22 กันยายน 2554


เสาร์-อังคารที่ผ่านมา   เข้า กทม. เพื่อต้อนรับเพื่อนจากบราซิล
ได้โอกาสอ่านหนังสือของท่านฟุกุโอกะบนรถไฟต่อ (ทั้งขาไปและกลับ) แต่ก็ยังไม่จบเล่ม
ประเด็นที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ
หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเคยเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ ที่พึ่งมีในไม่กี่ปีนี้ .. แท้จริงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานมากแล้ว (หนังสือของท่านตีพิมพ์ปี 1978)
เช่น
- เรื่อง Hydroponics (การปลูกพืชด้วยน้ำ ไม่ต้องใช้ดิน .. ซึ่งท่านบอกว่าเป็นการปลูกโดยที่พืชไม่ได้รับสารอาหารจากดินอย่างครบถ้วนเหมือนพืชที่ปลูกด้วยวิถีธรรมชาติ)
- เรื่องความกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางน้ำ, โรงงานนิวเคลียร์
- เรื่องการคัดแยกและบรรจุภัณฑ์ผลิตผลทางการเกษตรด้วยเครื่องมือทันสมัย ที่ใช้ขี้ผึ้งทำให้ผลไม้ดูสด แต่แท้จริงแล้วไม่ได้สด
- เรื่องการปลูกพืชนอกฤดูกาลหรือให้ได้ผลเร็วกว่าคนอื่นๆ อันเป็นผลจากความต้องการเกินพอของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรต้องลำบากในการทำงานเพิ่มขึ้น
- เรื่องการขายพืชผักอินทรีย์โดยตั้งราคาให้สูงกว่าพืชผักที่ปลูกด้วยสารเคมี ทั้งที่ตามจริงแล้วควรขายถูกกว่า เพราะใช้ต้นทุนน้อยกว่า

ประเด็นที่ผมอาจจะเห็นแย้งกับท่านฟุกุโอกะเล็กน้อยก็คือเรื่องความเป็นธรรมชาติ
ผมเห็นว่า เราน่าจะถือได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมชาติ แม้แต่วิถีชีวิตผู้คน, สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักรกลทั้งหลายที่มนุษย์ประดิษฐ์มา เพราะทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ ก็เพราะกฏธรรมชาติอนุญาตให้มันเป็นไปได้ และผลจากการกระทำต่างๆ ของมนุษย์ ก็เป็นผลที่ "ธรรมชาติ" (กฏแห่งกรรม) ทำให้มันเป็นไปเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ชอบวิถีชีวิตที่ได้เห็นหลายๆ สิ่งเป็นไปโดยมนุษย์ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวมากมายเท่าไรนัก เหมือนกับท่าน

ท้ายนี้ ขอยกประโยคในหนังสือ The One-Straw Revolution มาฝากกันอีกซักประโยค
"When it is understood that one loses joy and happines in the attempt to possess them, the essence of natural farming will be realized."
(แปลโดยผมเองได้ว่า) "เมื่อผู้คนได้เข้าใจว่า ความสุขสนุกสนานนั้น สูญเสียไปด้วยความต้องการที่จะได้รับความสุขสนุกสนาน .. เมื่อนั้น ผู้คนก็จะเข้าใจความหมายของการทำเกษตรวิถีธรรมชาติ"




คำทื่อประจำสัปดาห์

"ผู้ที่รักและอยากอยู่กับธรรมชาติ สามารถชื่นชมธรรมชาติได้ทุกเมื่อ"
เพราะธรรมชาติคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ดำรงอยู่และเป็นไปรอบตัวเรา .. แม้แต่ผลจากการกระทำของเราเองก็ยังเป็นธรรมชาติ .. สภาพร่างกายและจิตใจเราตอนนี้ก็เป็นไปตามกฏธรรมชาติ .. สิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติมีเพียงการกระทำของเราในตอนนี้


***********************************


พุธที่ 14 กันยายน 2554


กาลเวลาผ่านมานับล้านปี .. วิถีชีวิตของสัตว์ต่างๆ (ที่อยู่ห่างไกลมนุษย์) ยังคงดำเนินไปเช่นเดิม
นกกระจอกก็ยังทำรังด้วยเศษหญ้า, ฝูงกวางยังคงเร่ร่อนกินใบไม้ที่ไม่ต้องปรุงรส, มดและปลวกก็ยังเดินไปเดินมา ไม่หารถมาขับ

คงจะมีก็แต่มนุษย์ ที่วิถีชีวิตคนในอดีตกับปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก .. และยังเดาไม่ออกว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปอีกมากปานใด

อาจดูเหมือนสัตว์ไร้การพัฒนา .. แต่สายพันธุ์ของพวกมันก็ยืนยงมาได้ทุกวันนี้
แล้วสายพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างมนุษย์นี่ล่ะ ??

แม้จะประดิษฐ์บ้าน รถ ขึ้นมาให้เปลี่ยนใช้เมื่อชำรุดทรุดโทรมได้
แต่ .. มนุษย์ก็ยังต้องอยู่กับสังขารอันไม่เที่ยงตามกฏธรรมชาติดังเดิม


คำคมประจำสัปดาห์
"อารมณ์ดีๆ นั้นรักษายาก .. แต่การทำดีนั้นรักษาง่าย .. เมื่อทำได้ดีแล้วอารมณ์ก็จะดีเอง"


***********************************


อังคารที่ 6 กันยายน 2554


สรุปว่า ไปเที่ยว OD เมื่อ 31-4 ก.ย. ที่ผ่านมา อ่านหนังสือของท่าน Fukuoka ได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม
แต่ก็พอรู้แนวคิด ... สรุปว่าท่านพยายามทำการเกษตรตามวิถีธรรมชาติ อันจะทำให้ลดขั้นตอนอันไม่จำเป็นลงได้มากมาย โดยที่ยังมีผลผลิตในระดับสูง
แน่นอน .. วิธีการทำการเกษตรของท่านให้ความรู้ใหม่ๆ แก่ผมมากมาย
แต่ผมก็เกิดแนวคิดว่า ทำไมไม่ทำให้ง่ายกว่านั้น .. สัตว์มันยังอยู่ได้โดยไม่ต้องทำการเกษตร .. เราหากินเฉยๆ โดยปล่อยให้ธรรมชาติดูแลตัวเอง จะดีมั้ย .. แค่ไม่กินจนมันหมด ก็น่าจะมีเหลือไว้กินวันต่อๆ ไปแล้วนี่นา
เดี๋ยวผมจะลองดู .... (กินอยู่แบบธรรมชาติ มีเวลาเหลือก็ค่อยสนุกสนานกับเพื่อนมนุษย์และช่วยเหลือสังคม)
แล้วก็เกิดคำถามกับตัวเองว่า ... ทำไมไม่ทำตามอย่างคน .. ทำไมต้องดูตัวอย่างสัตว์ .. อาจเป็นเพราะอิจฉาเสรีภาพของสัตว์ ที่ไม่เห็นมีมนุษย์ผู้ใดในสังคมมี
ถ้าเทียบเรื่องความเจริญล่ะ
การที่มนุษย์มีความก้าวหน้าทางการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเช่นนี้ ทำให้สังคมมนุษย์ขยายตัวไปได้จนแทบจะทั่วโลก โดยมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สัตว์ใดเล่า จะครองโลกได้เช่นมนุษย์
หากอยู่ตามวิถีธรรมชาติ มนุษย์คงไม่มีจำนวนมากมายปานนี้ได้ .. หรือเปล่า ??
หากอยู่ตามวิถีธรรมชาติ มนุษย์คงไม่มีเวลาเหลือให้มาสู้รบและประท้วงกันวุ่นวายเยี่ยงนี้ ??


ภาพเก็บตกระหว่างเที่ยว OD ที่ กาญจนบุรี, ราชบุรี, และ ประจวบคีรีขันธ์
สมาชิกรวมโลกของเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว :D

คำคมประจำสัปดาห์
"พิษที่เกิดแก่ร่างกาย อาจมาได้จากภายนอกผ่านทวารทั้ง 5 และจากภายในด้วยใจอันร้อนรุ่ม"

"เพียงเธอคือคนที่ฉันรัก .. เธอก็จะเป็นหญิงที่สวยที่สุดในโลก .. ตลอดกาล ที่ฉันรัก"

"จินตนาการอันสวยงาม  อาจไม่ได้จบอย่างสวยงาม .. หากความจริงมันไม่ใช่"


***********************************


พุธที่ 31 สิงหาคม 2554


ได้เริ่มอ่านหนังสือของท่าน Fukuoka แล้ว .. พบประโยคดีๆ อันนึงที่อยากยกมาถ่ายทอดให้ฟังคับ
"The ultimate goal of farming is not the growing of crops, but the cultivation and perfection of human beings."

ประโยคข้างต้นนั้นใช้เขียนขยายความที่ 'ผู้เขียนคำนำ' เกริ่นว่า "Humans work best when they work for human good, not for the 'higher production' or 'increased efficiency' which have been the nearly exclusive goals of industrial agriculture."

แปลเป็นไทยตามความเข้าใจของผมได้ว่า "เป้าหมายสูงสุดของการทำไร่นา มิใช่เพื่อการทำให้ต้นไม้เติบโตงดงามได้ผลผลิตมากมาย หากแต่เพื่อความเพรียบพร้อมและความสมบูรณ์แบบแห่งมวลมนุษยชาติ"

โดยที่ "มนุษย์เรานั้น ทำงานได้ดีที่สุดก็ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อความอยู่ดีกินดีของมนุษย์ .. หาใช่เพื่อ 'ผลผลิตเพิ่มขึ้น' หรือ 'ประสิทธิภาพสูงขึ้น' อันถูกยึดถือเป็นเป้าหมายหลักของการเกษตรแบบอุตสาหกรรม แต่อย่างใดไม่"


-----------------------------------------------------------
คราวนี้ มาดูปรัชญาแบบผมมั่ง

เหมือนธรรมชาติจะรู้ว่า มนุษย์ย่อมมีความขี้เกียจอยู่ในกมลสันดาน
ดังนั้น ธรรมชาติจึงหลอกล่อให้มนุษย์สนุกกับการดำรงชีวิต และสืบสานเผ่าพันธุ์ โดยไม่ให้รู้สึกว่าเป็นการทำงาน
สิ่งที่ใช้หลอกล่อก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อันน่ารื่นรมย์
หากดูแล้วไม่รู้สึกถึงความสวยไม่สวย มนุษย์ก็คงไม่เสริมสวย
หากกิน แล้วไม่อร่อย มนุษย์ก็คงไม่กิน (อ้อ .. หิวก็ทำให้ต้องกินด้วย)
หากดมแล้วไม่หอม มนุษย์ก็คงไม่ทำความสะอาดตัวเอง
หากฟังแล้วไม่เพราะ มนุษย์ก็ไม่ร้องเพลงให้กันฟัง
หากสัมผัสแล้วไม่สุขสันต์ มนุษย์คงไม่สัมผัสกัน 55

31 ส.ค. - 4 ก.ย. 54 เที่ยว OD กันให้สนุกและปลอดภัยกันถ้วนหน้านะครับ ชาว รพ.เมืองจันทร์


คำทื่อประจำสัปดาห์
"อาหารที่เรากินยังต้องมีความหลากหลายในรสชาดฉันใด
กิจกรรมและงานในแต่ละวันของมนุษย์ก็ควรมีความหลากหลายฉันนั้น"


"มนุษย์มีพื้นฐานความเป็นสัตว์สังคม .. แต่ก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องใช้เงินเท่านั้นจึงจะมีความสุขกับสังคมได้"


***********************************


พุธที่ 24 สิงหาคม 2554


พอ

ทำไมไม่รู้จักพอ?
มีใครมั่งหนอที่พอแล้วก็พอจริงๆ ไม่กลับมาขวนขวายไขว่คว้าหาอะไรอีก?
ผมเองก็ยังไม่รู้จักพอเล้ย
เคยขอแค่เรียนจบตรี แต่แล้วก็ขวนขวายเรียนต่อ
เคยขอแค่ได้ทำงานที่นึง แต่แล้วก็อยากออก
เคยขอแค่ได้ประกาศรวมโลก แต่แล้วก็อยากให้รวมโลกได้จริงๆ
บางที สิ่งที่ไม่เคยอยากก็กลับอยาก เช่น เคยไม่อยากมีพันธะ ก็กลับอยากมีคู่ชีวิต
การได้เกิดเป็นมนุษย์ แค่ได้ทำอะไรบางอย่างตอบแทนแก่เพื่อนมนุษย์และโลก ก็น่าจะพอแล้วนี่
หรือจะลองขอแบบใหม่ ... ขอแค่อยู่ถึง 200 ปี ... แล้วถึงตอนนั้นจะพอจริงรื้ออ ??

---------------------------------------------------


เมื่อวันก่อนได้รับหนังสือ "The One-Straw Revolution - An Introduction to Natural Farming" ที่เป็นผลงานของท่าน Masanobu Fukuoka ... หนังสือที่ได้รับการแปลเป็น "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว" อันเลื่องชื่อ
ต้องขอขอบคุณ 'คุณสิทธิศักดิ์ หมูคำหล้า' อย่างยิ่งที่ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ด้วยความปรารถนาดีอย่างไร้จุดหมายอื่นใด นอกจากเห็นว่าผมควรได้อ่าน
.... นานมากแล้ว ที่ไม่ได้อ่านหนังสือลักษณะกึ่งเรื่องแต่ง เล่มใหญ่ๆ หน่อย เช่นนี้
.... ดูสารบัญแล้ว น่าอ่านให้หมดทุกเรื่องทุกหน้าเป็นอย่างยิ่ง
.... พอดีเลย .. 31 ส.ค. - 4 ก.ย. ไปเที่ยว OD กับชาวเมืองจันทร์ .. งดรับงานแปล .. น่าจะมีเวลาได้อ่านหนังสือนี้จนจบ .. จะได้ไม่ต้องมีเวลาฟุ้งซ่านไปไล่จีบใครให้เขาเดือดร้อน
ความรู้ที่ได้จากหนังสือ น่าจะเป็นประโยชน์กับการใช้ชีวิตในท้องทุ่งนาของผมพอสมควร
เคยมีเพื่อนคนนึงบอกว่า "หนังสือหนะ เขารวบรวมความรู้ที่คนบางคนใช้เวลาชั่วชีวิตศึกษามา หมั่นอ่านซะ จะได้ทุ่นเวลาในการเรียนรู้"
มันก็จริง .. แต่ว่า ก็มีอีกคำกล่าวนึงบอกว่า "จุดหมายนั้น ไม่ได้สำคัญเท่ากับเส้นทางไปสู่จุดหมาย"
ดังนั้น ... การจะบรรลุซึ่งเป้าหมายในการทำให้พืชเติบโตสวยงาม โดยเราแค่นั่งกระดิกเท้าดูมัน .. อาจจะสำเร็จได้ง่ายๆ ด้วยการอ่านหนังสือและทำตาม .. แต่ก็อาจจะสำเร็จได้ด้วยการศึกษาและสังเกตด้วยตัวเอง .. เหมือนที่ท่าน Fukuoka ทำ (มั้ง) ... แต่ .. เส้นทางไหนล่ะ ที่น่าสนุกกว่ากัน? .. อืมม แล้วเส้นทางไหนล่ะ ที่มีประโยชน์มากกว่ากัน? .. สงสัยการต่อยอดความรู้ของมวลมนุษยชาติจะเป็นประโยชน์กว่า



คำทื่อประจำสัปดาห์
"ผู้รู้ ย่อมไม่อยาก .... และ .. ผู้ไม่รู้ ก็ย่อมไม่อยาก"

"คนรำคาญมด ที่คลานยั้วะเยี้ยะ   มดก็รำคาญคนที่เดินเพ่นพ่านไปทั่ว .... ต่างฝ่ายต่างสนุกสนานกับสังคมของตน "


***********************************


พุธที่ 17 สิงหาคม 2554


ยอมรับความจริง


เมื่อวันก่อน ได้ดูคลิปบาสเก็ตบอลทาง YouTube แล้วก็ได้หวนคิด
นักบาสเหล่านี้เก่งจริงๆ มีการฝึกฝน มีพรสวรรค์ มีไหวพริบ มีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรง
ไม่ใช่แค่นักบาสเหล่านี้
นักบาสที่เล่นกับเราก็เก่งเหมือนกัน
เหตุนี้เองจึงทำให้เราแพ้
การที่เราไม่เตรียมใจรับ .. ไม่ยอมรับความจริงว่ามีคนเก่งกว่าเรา .. และเรานั้นด้อยกว่าเขาจริงๆ .. ทำให้เรารู้สึกผิดหวัง .. ว่าทำไมต้องแพ้
การเล่นบาสที่อยู่กับการหวังผลถึงชัยชนะ .. แต่ไม่อยู่กับความจริงว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่ด้วยความสามารถที่ดีที่สุดแล้วของตัวเอง .. ทำให้ต้องผิดหวังซ้ำซาก

เรื่องนี้สามารถปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง
ในการทำงาน เราก็ไม่ควรเน้นว่าต้องบรรลุเป้าหมาย เพียงแต่รู้ว่ากำลังทำในสิ่งที่สามารถช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้
ในการจีบสาว เราก็ไม่ควรเน้นว่าต้องได้เขามาเป็นแฟน หากแต่ต้องเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำให้ได้เป็นแฟนกัน และอาจทำให้ไม่ได้เป็น

เรื่องหลักของการยอมรับความจริง ดูเหมือนใครๆ ก็รู้
วลีที่ว่า "อยู่กับปัจจุบัน", "ทำให้ดีที่สุด", "อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน" .. ก็ล้วนแต่มีความหมายทำนองเดียวกัน

ตัวผมเองปักข้อความติดหลังเสื้อตั้งแต่ตอนทำงาน GISTDA ว่า "We are the world" และ "ยอมรับความจริง"
แต่ในความเป็นจริง ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ก็มีทั้งช่วงที่ยอมรับความจริงได้จริงๆ และช่วงที่หลงยึดติดอยู่กับเป้าหมาย

คำว่า "ยอมรับความจริง" เป็นสิ่งที่พูดง่าย เข้าใจง่าย แต่ .. ทำ (ใจ) จริงๆ ได้ไม่ง่าย .. ไม่เช่นนั้นตัวเราเองและใครๆ ก็คงไม่มีทุกข์ปะปนอยู่ในชีวิตเช่นนี้


คำทื่อประจำสัปดาห์
"อย่าคิดว่าใครจะทำผิดหรือทำถูกตลอด .. ตัวเราเองยังทำผิดบ้างถูกบ้างเลยนี่นา"

"ไม่ใช่ว่าการอ่านหนังสือเท่านั้น ที่จะทำให้คนมีความรู้ได้"

***********************************


พุธที่ 10 สิงหาคม 2554


ทางสายกลาง

พระพุทธเจ้าดูเหมือน [จากที่หาในเว็บ] จะสอนว่า ทางสายกลางคือการทำตามองค์ทั้ง 8 ของมรรค อันได้แก่ เห็นชอบ, ดำริชอบ, เจรจาชอบ, กระทำชอบ, เลี้ยงชีพชอบ, พยายามชอบ, ระลึกชอบ, ตั้งจิตมั่นชอบ ..... สองอย่างหลังนั้นดูจะมีรายละเอียดเยอะ เพราะเกี่ยวกะ สติปัฎฐาน และ ญาณ ซึ่งกะผมไม่รู้เรื่องเลย

จริงๆ แล้ว ตั้งใจจะพูดถึงทางสายกลางตามแนวคิดของผมเอง

ถ้าเรามองว่า ทางสายกลาง คือหลักของการกระทำ ก็คงจะเป็นตามหลัก มรรค 8 ที่ว่าข้างต้น คือ คิด พูด ทำ ในระดับที่พอดี พอเหมาะ ไม่สุดโต่ง&ไม่เหยาะแหยะ .. แต่ ระดับพอดีที่ว่านั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง .. ไม่ใช่ว่าการกระทำที่ดีที่สุดอยู่ในตอนนี้จะดีที่สุดตลอดไป ต้องพิจารณาความเปลี่ยนไปของ ความรู้, สถานการณ์, เป้าหมาย, ฯลฯ ด้วย

แต่ถ้ามอง ทางสายกลาง ว่าเป็นลักษณะอารมณ์ ก็คงจะประมาณว่า เป็นอารมณ์แบบกลางๆ .. อารมณ์ไม่ทุกข์ ไม่สุข .. เฉยๆ .... ซึ่งอารมณ์มนุษย์ทั่วไปก็จะมีขึ้นมีลงจากตำแหน่งกลางๆ นี้ไปเรื่อยๆ ... ส่วนมนุษย์ที่เป็นอรหันต์จะอยู่ตรงกลางตลอดไปเช่นนั้นหรือเปล่านะ ? .... แล้วเส้นกลางที่ว่านี้เปลี่ยนได้มั้ย ประมาณว่า สมมติคนที่สุขจนเป็นอาจิณ ก็จะมีระดับอารมณ์กลางๆ ที่มีค่าสูงกว่าอารมณ์แบบกลางๆ ของคนทั่วๆ ไป .... หรือเปล่า ????


คำทื่อประจำสัปดาห์
"ผู้ที่นั่งกินนอนกินได้อย่างสบายใจจริงๆ คงมีแต่ผู้ที่นั่งกินนอนกินแรงตัวเองเท่านั้น"

"สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครทำแทนเราได้คือการทำใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทำให้กันได้คือการปลอบใจ"


"ไม่มีใครลืมในสิ่งที่กำลังคิดถึงได้"

***********************************


พุธที่ 3 สิงหาคม 2554


หลวงปู่ดุลย์เคยบอกว่า "ทางโลกแข่งกันมี ทางธรรมแข่งกันไม่มี"
คงเป็นเพราะการ "มี" นั้น ทำให้เกิดความอยากต่างๆ ตามมา
มีบ้าน ก็อยากให้บ้านสวยงามคงทน
มีรถ ก็อยากให้รถพาไปถึงจุดหมาย
มีทีวี ก็อยากเปิดดูรายการนู้นรายการนี้
มีงาน ก็อยากสำเร็จในหน้าที่การงาน
มีแฟน ก็อยากให้แฟนอยู่กับเราตลอดกาล
ฯลฯ

แต่อันที่จริง คำว่า "แข่งกันไม่มี" ของหลวงปู่ คงเน้นหมายถึง ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีเกลียด ไม่มีหลง ไม่มีอยาก ไม่มีทุกข์ ฯลฯ

ความคืบหน้าของการสร้าง "แผ่นผืนโลก"


ตอนนี้สำเร็จแค่ ทวีปออสเตรเลีย   ;-)


คำทื่อประจำสัปดาห์
"หากรู้วิธีที่จะทำจิตให้สุขสงบได้ในปัจจุบัน ก็หมายถึงว่าจะสามารถทำจิตให้สงบสุขได้ตลอดไป"

"คนที่ใช้แต่เงิน มักไม่ได้รับความรัก เพราะเมื่อเรารักใคร เราจะไม่ได้ทำอะไรให้เขาเพื่อเงิน
แต่คนที่ให้เงินด้วยความรัก มักได้รับรักตอบ   เพราะเมื่อเราให้อะไรแก่ใคร เรามักได้สิ่งนั้นกลับคืน"


***********************************


พุธที่ 27 กรกฏาคม 2554


รู้ ==> หวัง ==> ทำ ==> อยาก ==> หยุด ==> รู้ ...


ฤาวังวนแห่งความอยากจะมิอาจสูญสิ้นไปจากหัวใจมนุษย์ได้อย่างถาวร ?

กำเนิดมาอย่างไม่รู้อะไร .. แล้วชีวิตก็ดำเนินไปพร้อมกับได้ความรู้เพิ่มพูนขึ้น
เมื่อรู้ว่าสภาพใดที่จะทำให้ชีวิตตนดีกว่าเดิม (ปลดทุกข์และเติมสุข) คนก็จะหวังในสิ่งนั้น เพราะคิดหรือรู้ว่าตนทำได้
ยามที่ทำตามสิ่งที่รู้นั้น .. ถ้ารู้จริง .. ก็แทบจะไม่ต้องหวังไม่ต้องอยาก เพราะยังไงก็ทำได้
เช่น การกดนิ้วแป้นพิมพ์นี่ ก็ไม่ต้องคิดหวังว่าจะกดได้ เพราะกดได้อยู่แล้ว
ก่อนเขียนและขณะเขียน ย่อมเขียนด้วยความหวังที่จะเขียนให้เสร็จ
แต่หากมีอุปสรรคให้เขียนไม่เสร็จ ก็จะเกิดมีความอยากว่า "ทำไมต้องมีอุปสรรคด้วยฟะ" .. "ไม่ได้ ตูต้องเขียนให้เสร็จ"
มนุษย์มักจะหลงอยากไปกับเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ ด้วยความรู้ ที่เคยมี เสมอ

และแล้ว เมื่อได้สำนึกว่า "เออ ทำไม่ได้หรอกฟะ ปลงเหอะ"
หรือเมื่อทำสำเร็จแล้ว ได้ดังหวังหรือดังอยากแล้ว
ก็จะดีใจ และหยุด
ช่วงที่หยุดเพื่อชื่นชมผลงานของตนเอง หรือชื่นชมธรรมชาติ ... อาา จิตสงบ .. โอ สุขสมร่มเย็นดีแท้ .. บางทีก็คึกคัก 55
แต่สภาพแห่งสุขนี้ ไม่อาจคงอยู่ได้ตลอดไป
อีกเดี๋ยวคนก็เจอสภาวะที่ทำให้มีทุกข์อีก หรือไม่ก็มีความรู้เพิ่มเติมอีก ว่าทำไงจะดีกว่าเดิม ก็เกิดเป็นความหวังว่าควรทำเช่นนั้นเช่นนี้อีก แล้วก็เกิดความอยากให้ได้ดังหวังอีก เป็นวังวนเช่นนี้เรื่อยไป

การจับกระแสจิตตน ให้รู้ซึ้งถึงสภาวะเหล่านี้ จะทำให้จิตสว่าง และไม่หลงทุกข์ไปกับความอยาก

โอ้ Yeah !!!! พัฒนาไปอีกขั้นแล้วเรา


---------------------------------------------------------------

ความรู้

มีความรู้ก็เหมือนมีทรัพย์
มีความรู้มาก ก็ทำอะไรได้มาก
คนที่เห็นว่าเรารู้เยอะ ก็ต้องการพึ่งพาเรา (มีเงินทองนับเป็นน้องพี่ .. มีความรู้นับเป็นครู)
การอยากมีความรู้ ก็เหมือนอยากมีทรัพย์
อันว่าตัวเรา แม้ไม่ได้มุ่งหวังเงิน แต่ก็ยังมุ่งหวังความรู้
การที่อยากมีความรู้มากๆ ไว้ โดยไม่มีปัญญาเรียนรู้ได้หมดสิ้น ก็ถือเป็นความอยากอย่างหนึ่ง
ตัวกรูนี่หนอ ...
... รู้แค่นี้ก็พอกับการเอาชีวิตรอด และช่วยเหลือผู้อื่นได้พอสมควรแล้วนี่ จะโลภอะไรนักหนา

เพราะรู้ว่า ถ้ารู้แล้วจะทำได้ จึงอยากรู้



คำทื่อประจำสัปดาห์
"อยากที่จะหยุดอยาก ย่อมมิอาจหมดอยากได้ ... รู้จักความอยากตะหาก จึงจะหายอยากได้"

"ผู้ที่มีความรู้สูง ใช่ว่าจะรู้เสมอไป ว่าควรใช้ความรู้นั้นเยี่ยงไร"

"เกิดมาก็ไม่มียาติดตัว .. ถ้าต้องพึ่งยาไปตลอดชีวิต น่าจะถือว่าดูแลสุขภาพได้ไม่ถูกต้อง"

"มนุษย์เรามักเป็นสุขเมื่อได้ในสิ่งที่อยากได้ ... ผู้ที่สุขจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต คงมีแต่ผู้ที่อยากตายจริงๆ"

***********************************


พุธที่ 20 กรกฏาคม 2554


คิดดูเถิด เพื่อนฝูง .. เราต้องเสียเวลาเสียงบประมาณไปเท่าไหร่กับเรื่องพิพาทไทย-เขมร กรณีเขาพระวิหาร
แล้วที่ผ่านมาเราสูญเสียไปเท่าไหร่กับการเตรียมทำสงคราม
แล้วอนาคตต่อไป เราจะสูญเสียไปอีกเท่าไหร่ หากสงครามเกิดขึ้นจริง

รวมโลกเถิด เพื่อให้มั่นใจว่าสงครามจะไม่เกิดอีกต่อไป

รวมโลกเถิด เพื่อให้กำเนิด "โลกของเรา" อย่างเต็มปาก


คำทื่อประจำสัปดาห์

"โลกของฉัน     ยังไงก็ต้องมีฉัน     ตลอดชั่วชีวิตฉัน"


***********************************


พุธที่ 13 กรกฏาคม 2554


คำว่า "รักโลก" ที่มนุษย์ใช้อ้างในการทำกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติหรือกิจกรรมลดมลพิษต่างๆ นั้น .. เปลี่ยนเป็น "รักเผ่าพันธุ์มนุษย์" หรือ "รักตัวเอง" จะถูกต้องกว่ามั้ย
เพราะต่อให้มนุษย์ทำร้ายโลกหรือทำร้ายธรรมชาติมากมายเพียงใด   โลกก็จะไม่สูญสลายไปก่อนที่เผ่าพันธ์มนุษย์จะสูญสลายอย่างแน่นอน
การรักษาสมดุลของธรรมชาติและการลดมลพิษบนโลก เป็นการกระทำเพื่อมนุษย์เอง .. ไม่ต้องใช้คำให้ดูดีว่า รักโลก หรอก

ถ้ารักโลกจริง มารณรงค์รวมทุกประเทศบนโลกให้เป็นหนึ่งเดียวอย่างผมเนี่ย เพื่อให้มนุษย์เลิกทะเลาะเบาะแว้งกัน   "พ่อแม่โลก" จะได้สบายใจซะที :-)


คำทื่อประจำสัปดาห์
"ไม่มีมนุษย์ โลกก็อยู่ได้ .. แต่ถ้าไม่มีโลก มนุษย์อยู่ไม่ได้"

"ผมอาจจะรวมโลกเพื่อตัวเองก็จริงอยู่ .. แต่ผลดีที่ผมมุ่งหวังก็เป็นผลที่บังเกิดแก่ทุกคนเหมือนๆ กัน"


***********************************


พุธที่ 6 กรกฏาคม 2554


เดินทางไปเลือกตั้งที่ กทม. วันเสาร์ และกลับวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ด้วยรถไฟฟรี
ข้อดีของการเดินทางด้วยรถไฟ
- ปลอดภัย สบายใจ คนขับไม่จี๊ดจ๊าด
- ถ้าเลือกเดินทางถูกช่วงเวลา รถก็จะว่าง มีที่นั่งเหลือเฟือ (อย่างเช่นครั้งนี้ รถที่วิ่งสวนไปทางอุบลคนแน่นทุกขบวน แต่ขบวนที่เข้า กทม. นี่ ว่างโคตร
- ลุกยืนและเดินผ่อนคลายอริยาบทได้เสมอ
- รถไฟวิ่งนิ่มกว่ารถยนต์ ทำให้อ่านและเขียนหนังสือบนรถได้สะดวกกว่า
- วิวอันหลากหลายตลอดทางทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ (สาว+เด็กน่ารักๆ ในรถก็พอมีให้ดูบ้างด้วยนะ)
- ห่อข้าวห่อน้ำมากินได้สบาย
- ขนสัมภาระได้เยอะพอควร และไม่มีการขโมยกระเป๋ากัน (ไม่เคยพบกับตัวเองว่ากระเป๋าหาย)
- ตดในรถได้อย่างไม่ต้องกลัวใครได้ยิน เพราะเสียงรถช่วยกลบเสียงตด .. แต่อย่าเผลอตดช่วงรถจอดสถานีเชียวล่ะ ;-)




รถไฟที่วิ่งสวนไปทางอิสานบ้านเฮา แน่นทุกขบวน



จากที่บอกว่า "นักการเมืองจะผลัดเปลี่ยนอำนาจกัน" ในอาทิตย์ก่อน
และแล้ว เมื่อไปเลือกตั้ง ผมเองก็ยังเป็นหนึ่งในผู้โหวตให้เขาได้ผลัดเปลี่ยนอำนาจกัน
ขอบอกเพื่อแสดงความรับผิดชอบในการโหวต ... ผมโหวตพรรคเพื่อไทย โหวตคนเบอร์ 34 (เขตดอนเมือง)
อาจเป็นเพราะความชอบเชียร์ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ .. เดี๋ยวคราวหน้าอีกฝั่งหนึ่งก็จะได้ .. สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาคอรัปชั่น .. เอ๊ย มารับใช้ประชาชนอย่างเราๆ

เหตุผลหนึ่งที่เลือกก็คือ นโยบาย
ความเป็นรูปธรรมของนโยบายมันต่างกัน
โปรดเปรียบเทียบนโยบาย 2 พรรคยักษ์ใหญ่ ตามภาพที่ถ่ายมาจากหนังสือคู่มือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง


นโยบายพรรคเพื่อไทย


นโยบายพรรคประชาธิปัตย์


การเตรียมตัวไปเลือกตั้ง




ตอนจะเข้าคูหาเขาขอให้ถอดลูกโลกออก




คำทื่อประจำสัปดาห์
"ตรูจะปราบความชั่วให้หมดโลกนี้ .. ตรูจะประกาศให้เพื่อนมนุษย์ของตรูทุกคนรับรู้ว่า การกระทำอย่างเอ็งคือความชั่ว"
(พึงกำจัดความชั่ว มิใช่กำจัดคนชั่ว)

"ถึงฉันจะต่ำต้อยและงี่เง่า .. แต่ฉันก็ต้องการคนที่รักฉันเอง .. ไม่ใช่คนที่ฉันต้องขอร้องให้รัก"


***********************************


พุธที่ 29 มิถุนายน 2554


ใกล้ถึงวันเลือกตั้ง อาทิตย์ที่ 3 มิ.ย. .. ขอไถ่ถามเรื่องการเมืองหน่อยนะครับ

- จะมีพรรคไหนมั่งหนอ ที่พอได้เป็นรัฐบาลแล้ว ไม่กินหัวคิวกับงบประมาณโครงการต่างๆ ?

- การสัญญากับประชาชนว่าจะมีเงินเพิ่ม จะเป็นการทำให้ประชาชนยึดติดกับการมีเงินเกินไปหรือปล่าว .. การเน้นให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องใช้เงินจะดีกว่าไหม ?

- การลงคะแนนแบบเปิดเผย ให้รู้ไปเลยว่าใครโหวตใคร จะดีกว่ามั้ย ? (ไม่มีซื้อเสียง, ลงคะแนนที่ไหนก็ได้, โกงผลการเลือกตั้งไม่ได้, ฝึกให้คนรับผิดชอบผลโหวตตัวเอง)

- นักการเมือง+ผู้ยิ่งใหญ่ที่สืบสาน+ผลัดเปลี่ยนอำนาจกันอยู่บนโลกตอนนี้ พวกเขาจะพาชาวโลกก้าวเดินไปทางไหน ?
สรุป ไม่มีใครผิด .. อำนาจตะหากที่ผิด ทำให้อำนาจหมดไป ก็จะไม่มีใครได้ครอบครองมัน

- ตกลงว่า การมีประเทศเนี่ย ทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นหรือเลวลงกันแน่ .. การรวมประเทศโลก กับการไม่ต้องมีประเทศอะไรเลยบนโลก อย่างไหนจะดีกว่า .. หรือว่า John Lennon จะหมายความเช่นนั้นจริงๆ "Imagine there's no country" ?? (ใน Facebook มีกลุ่มชื่อนี้ด้วยแฮะ)
สรุป รูปแบบไหนก็ตามที่ทำให้มนุษย์รู้ว่าควรรักกันและทำดีต่อกันทั้งโลก (มุ่งช่วยเหลือกันแทนที่จะรอรบกัน) ก็ถือเป็นรูปแบบที่ดีหมดแหละ


คำทื่อประจำสัปดาห์

"ตัวอย่างที่ผิด มีค่ากว่าคำสอน"
ทำผิดพลาดไปมั่ง ก้อมองในแง่ดีได้นะ


***********************************


พุธที่ 22 มิถุนายน 2554


อาทิตย์นี้ก็ขอนำเสนอภาพต่อนะครับ


ผมกำลังจะเนรมิตผืนดินนี้ให้เป็นแผนที่โลก 1 ซีกโลก


เริ่มเป็นวงลูกโลกแล้ว .. แต่กว่าจะเสร็จคงอีกนานมาก

โปรเจคต่อไปคือการทำบ้านรูปทรงลูกโลก .. อันนี้ก็คงจะอีกนานมากๆ

อาจดูเหมือน แทนที่จะได้รวมโลก ผมกลับแบ่งแยกโลกส่วนตัวของตัวเองขึ้นมาซะแร้ว
จริงๆ แล้วเพียงอยากทำอะไรที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงเจตนารมย์รักโลกทั้งใบ และความมุ่งมั่นที่จะรวมโลก ก็เท่านั้น


คำทื่อประจำสัปดาห์
"การจีบใคร ยังไม่ใช่การตกลงใจรักคนนั้น เป็นเพียงการแสดงให้รู้ว่าเขามีแววที่เราจะรักได้ .. ชอบใครก็จีบไปเลย จีบหลายคนก็ได้ ไม่ใช่การใจง่ายหรอก เพราะยังไม่ได้รัก และก้อยังไม่มีใครยอมคบกะเราซะทีนี่หว่า"

***********************************


พุธที่ 15 มิถุนายน 2554


สวัสดีคับ เพื่อนฝูง
วันนี้ผมมีภาพที่ไม่ได้อยากอวด .. แต่เห็นว่าควรเอามาอวด .. คิก คิก


สะพานเนี่ย .. ฝีมือผมเอง (โดยมีน้าติ๋มและน้านายใหญ่มีส่วนร่วมเล็กน้อย ไม่มาก 55 แต่ขอบคุณมากครับ) .. คิดดูเถอะท่าน การลาก งัด และยกต้นตาลด้วย 2 มือ กะ 2 ไม้ (มีช่วงท้ายที่ต้องพึ่ง 4 มือ) มีแรงอย่างเดียวมิได้ ต้องมีหัวด้วย


ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตัดต้นตาลที่ล้มเนี่ย แล้วหาวิธีการดันมันขึ้นมาทางด้านที่ผมยืนถ่ายอยู่นี่


โปรดสังเกตในภาพก่อนว่ามีตาลล้ม 2 ต้น ต้นนึงที่เห็นในภาพนี้ผมเจตนาเก็บไว้เป็นที่กระโดดน้ำในยามน้ำเต็มสระ   [เย้]


ส่วนนี่ เป็นความภูมิใจอีกอย่างนึง ที่รู้วิธีหุงข้าวง่ายๆ ด้วยหม้อดิน (แม้จะต้องสูญเสียข้าวไปมั่งก็ชั่งมัน เพราะเดี๋ยวผมจะเป็นชาวนาเอง ;)


คำทื่อประจำสัปดาห์
"หากทำดีต่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริง .. สิ่งที่จะได้รับอย่างแน่นอนคือความซาบซึ้งในบุญคุณ"

"แน่นอน .. ทุกคนต้องตาย .. แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องตายด้วยเหตุอันไม่ควรตาย .. ฉันขอตายเมื่อฉันเต็มใจตาย"
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ควรจะเลือกตายได้ ... การที่ผมปั่นจักรยานกลางทุ่งยามครึ้มฟ้าครึ้มฝนบ้างนี้ ไม่ใช่เพราะเต็มใจถูกฟ้าผ่าตาย แต่เห็นว่าเปอร์เซ็นต์เสี่ยงมันน้อย ;-)

"อาหารที่ฉันกินทุกวันอาจดูด้อยราคา .. แต่มันก็ทำให้สุขภาพร่างกายฉันแข็งแรงดีอยู่นี่นา"


***********************************


พุธที่ 8 มิถุนายน 2554


วันนี้ขอยกคำกล่าวที่ผมประทับใจมาให้อ่านกันนะคับ

องค์ดาไล ลามะ (Dalai Lama) "พึงมองศาสนาเป็นประเพณีหรือวัฒนธรรม .. แล้วเราจะเอาหลักธรรมไปใช้ได้กับคนทุกศาสนา" (จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับเมื่อซักเดือนก่อนนี้มั้ง .. อาจจะไม่ตรงนัก ไม่ได้จดไว้ แต่สรุปความตามที่จำได้ประมาณนี้คับ)

ท่านมาซาโนบุ ฟูกุโอกะ (Masanobu Fukuoka) "... เหตุผลข้อนี้ไม่เพียงแต่ใช้ได้กับเกษตรกรรมเท่านั้น แต่รวมถึงแง่มุมอื่นๆ ของสังคมมนุษย์ด้วย   แพทย์และยากลายเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อคนเราก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เจ็บป่วยขึ้นมา   การศึกษาในระบบโรงเรียนไม่มีคุณค่าที่แท้จริงแต่กลายเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อคนเราสร้างเงื่อนไขให้คนต้องเป็นผู้ "มีการศึกษา" ขึ้นมา" (จากเอกสารเกี่ยวกะ "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว" ที่โหลดมาจาก อาจารย์อินเตอร์เน็ต)

(หมายเหตุ ท่านฟูกุโอกะ มีหลัก "เกษตรกรรมไม่กระทำ" อยู่ 4 ประการ ---- 1. ไม่ไถพรวนดิน   2. ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี   3. ไม่กำจัดวัชพืช เพียงแต่ควบคุมบ้าง   4. ไม่ใช้สารเคมี)

การยกคำพูดของทั้งสองท่านมานี้ .. มิใช่มุ่งบอกว่านี่คือความคิดที่ถูกต้อง .. ก็เหมือนกับคำพูดของผมทั้งหลายแหล่ที่บอกมา .. มิใช่ว่าจะถูกต้องเป๊ะ .. เป็นเพียงคำกล่าวที่กระตุ้นให้คิด .. ในความผิดอาจจะมีความถูก .. ในความถูกก็อาจจะมีความผิด .. การใช้หลักปรัชญาต่างๆ อย่างถูกต้องเหมาะสมอยู่ที่วิจารณญาณและความรู้ของตัวท่านเอง นะค้าฟฟ


คำทื่อประจำสัปดาห์
"หากปฏิเสธความทุกข์ก็จะไม่ค้นพบเหตุแห่งทุกข์"

"หากคิดจะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็จะมีอะไรให้ทำได้ทุกเมื่อ"

"การมองด้วยใจ .. แม้ไร้กระจก ก็สามารถเห็นหน้าตัวเองได้"


***********************************


พุธที่ 1 มิถุนายน 2554


เด็กน้อยคนหนึ่งเกิดมา เมื่อพบว่าเอามือจิ้มไฟ แล้วแสบร้อนมือ จึงเลิกเอามือจิ้มไฟนับแต่บัดนั้น
เด็กน้อยค่อยๆ เรียนรู้ความชั่วความผิดเช่นนี้ และเลิกทำสิ่งที่รู้ว่าผิด
ขณะที่เมื่อรู้ว่าการออกกำลังกายทำให้แข็งแรงและแจ่มใส จึงหมั่นออกกำลังกาย
เด็กน้อยที่รู้ว่าอะไรคือสิ่งถูกต้อง ก็ทำในสิ่งที่ถูกเช่นนั้นเรื่อยมา

คนทั่วไปก็เป็นเช่นนี้

ในเมื่อคนทุกคนเป็นเช่นนี้ .. เหตุใด ความชั่วจึงไม่สูญสลายสิ้น .. แล้วคงเหลือแต่ความดีในสังคม

อาจเป็นเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่า การได้เงิน หรือได้อะไร มาโดยมิชอบนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอย่างแท้จริง

และชีวิตคนแต่ละคนก็ต้องดำเนินไปโดยอาศัยความรู้มากมายมหาศาลกับสถานการณ์อันหลากหลาย


คำทื่อประจำสัปดาห์
"ความดีเท่านั้นที่คงทน .. ความไม่ดีมีแต่จะถูกรับรู้และบอกลาจากใจคน"
(แต่ถ้าใครขี้ลืม ก็อาจจะหลงทำผิดอีกได้ ;-)


***********************************


พุธที่ 25 พฤษภาคม 2554


งานเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวก็ไม่ใช่งานที่ต่ำต้อย .. ถ้ามันเป็นงานที่เราทำให้ตัวเอง

งานเอกสารในออฟฟิศก็เป็นงานที่ต่ำต้อย .. หากเป็นงานที่ฝืนใจตนเอง

ศักดิ์และสิทธิ์ในการคิดและทำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ควรให้แก่กัน ในการอยู่ร่วมกัน



คำทื่อประจำสัปดาห์
"ทำดีให้ตัวเอง ผู้อื่นก็พลอยได้ดีด้วย .. ทำดีให้ผู้อื่น ตัวเองก็พลอยได้ดีด้วย"


***********************************


จันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2554


เมื่อเกือบสิบปีก่อน ได้แต่งกลอนบทนี้ เขียนลง Thaispot.com (ปิดกิจการไปแล้ว)

นิราศยมโลก

        พุธค่ำ ด่ำดื่ม จนลืมง่วง
        น้ำตาไหล อาบทรวง ช่วงหนังแล่น
        จับอุรา Bicen-tennial man
        เจ้าและแฟน สละงาม ตามกฏธรรม

        แอนดรอยด์ นามแอนดรูว์ หุ่นรู้คิด
        ถามมิ่งมิตร นงราม ผู้งามขำ
        เหล่าที่รัก ถือสิทธิ์ไหน ตายล่วงนำ
        นางเผยคำ ตามตามขัย "ใช่"..สิทธิ์คน

        หนังจบ หนาวใจ ดั่งไข้จับ
        ก่อนล้มหลับ ล่อน้ำใหญ่ เผื่อได้ผล
        รุ่งเช้าขึ้น ไข้จริงแท้ แย่พิกล
        แต่ยังทน เข้างาน ราชการไทย

        เลิกงาน ไข้ทุเลา จึงเข้าฝัก
        แรงคึกคัก เล่นบาสมันส์ กว่าวันไหน
        ด้วยตั้งมั่น สิ้นวันนี้ จะลี้ไกล
        เริ่มงาน อะ ดิเรกใหม่ "ครูใจดี"

        เหงื่อออก ใช่ว่า พาไข้หมด
        ศุกร์นั้นซด แต่น้ำร้อน วอนไข้หนี
        อนิจจา อาการไข้ ยังไม่ดี
        ขนาดนี้ ยังตัดใจ ไปเที่ยวกาญจน์

        เที่ยวกับหมู่ คณะ น่าสนุก
        ไข้กลับรุก รุ้มเร้า เฝ้าล้างผลาญ
        เช้าวันเสาร์ รู้สึกดี มิทันนาน
        เริงสำราญ เอราวัณ พลันไข้คืน

        อาทิตย์กลับ ตามสไตล์ ได้ของฝาก
        ไข้มิจาก แต่อยากให้ ใจจึงฝืน
        ควบมอไซค์ หาพี่หล่อน ก่อนค่ำคืน
        ฟ้าสะอื้น โอ..สายฝน หล่นกลางทาง

        จันทร์ทำงาน พาลหนาวสั่น สุดขั้วจิต
        แต่งมิดชิด ห่อหุ้มทั่ว ทั้งหัวหาง
        เสื้อกันหนาว ผ้าขาวม้า หมวกหน้าบาง
        คลุมทั้งร่าง ยังหนาวใน เพราะไข้ดล

        เย็นนั้นจึง ตัดใจนอน ก่อนคืนค่ำ
        ข้าวไม่หม่ำ น้ำไม่อาบ สาบไม่สน
        ฝันทั้งคืน โดนกระบอง ถองสุดทน
        เจ็บร้าวรน ไม้กระบอง กองแทนเตียง

        รุ่งเช้า สร่างไข้ เหงื่อไหลออก
        แต่ช้ำชอก ซวนเซ เดินเฉเฉียง
        เจ็บร้าวนัก ในอกซ้าย จนไหล่เอียง
        บ่ายนั้นเดี้ยง หายใจ ใกล้รวยริน

        เข้าโรง'บาล "โรคทรวงอก" สมโรคส่อ
        ตรวจด้วยหมอ สุดสวย ดั่งเสกศิลป์
        ผลเอ็กซเรย์ ปอดบวม เอดส์ร่วมกิน
        ฝ้าเต็มลิ้น สิ้นหมดนั้น อันตราย

        จึงได้นอน โรงบาล อังคารค่ำ
        ให้เกลือน้ำ ออกซิเจน มาเป็นสาย
        แถมยาเม็ด ยาน้ำ ตามมากมาย
        ยังมิวาย หายใจเข้า ร้าวรานทรวง

        เจ็บแปลบ สุดใจ จนวางจิต
        ใดใดคิด รักแสน ฤาแหนหวง
        เมื่อถึงครา ต้องสิ้น วิญญาณดวง
        ก็หมดห่วง หมดเวลา ภาระมลาย

        ขานเบื้องหน้า พญายม "ผมมาแล้ว"
        ท่านเจื้อยแจ้ว แจ้งเหตุที่ ชีวาหาย
        "เจ้ารู้ไหม ใยจึง ถึงที่ตาย
        เพราะมิหมาย แต่งงาน สานเผ่าพงษ์"

        จึงร้องบอก ยมพญา ว่า "ผิดแล้ว
        ข้ามีแนว ทางชีวิต คิดประสงค์
        ฝันแต่งงาน กับเนื้อคู่ อยู่มั่นคง
        หากชีพยง อยู่ยั้ง หลังโลกรวม"

        ยมแสยะ ยิ้มสยาย "ไอ้ตอแหล
        รอจนแก่ คงมิได้ สาวใดสวม
        ชาติโลกนี้ ที่เจ้าอ้าง หวังอยากรวม
        รบกันอ่วม สิบปีผ่าน งานไม่เดิน"

        จึงบอกท่าน ยมพญา "ข้ารับผิด
        ที่เหลิงจิต อุดมการณ์ พาลห่างเหิน
        แต่ขอร้อง เถิดหนา อย่ารีบเมิน
        ให้อยู่เนิ่น นานกว่านี้ 10 ปี more"

        ยมพญา หน้าพยัก ด้วยพักตร์เข้ม
        "10 ปีเต็ม ข้าจะให้ ดังได้ขอ
        10 ปีผ่าน งานไร้ไฟ คู่ไร้รอ
        ไม่มีต่อ พอกันที จบชีวัน"

        ตอบรับคำ ยมพญา "ข้าแน่แน่ว
        10 ปีแล้ว ต้องทำได้ โลกในฝัน
        ทั้งนวลน้อง ครองรัก จักมีพลัน
        ยอมให้บั่น ชีวา ถ้าไร้แวว"

        กลับสู่ร่าง ว่างวิญญา ลืมตาตื่น
        พลังคืน ฟื้นชีวิต จิตแจ่มแจ๋ว
        แม้รวดร้าว ทรวงอกอยู่ แต่รู้แกว
        ต่อชีพแล้ว ล้มครานี้ มิวายปราณ

        นอนโรงบาล สามวัน ยันศุกร์บ่าย
        ด้วยเกือบหาย จึงอำลา หมอหน้าหวาน
        กลับคืนถิ่น หมั่นกินยา มิช้านาน
        ได้เบิกบาน ทรงพลัง ดังควรเป็น

        อนิจจา เวลาผัน สัญญาเล่า
        โก๋คนเก่า เอาแต่กลัว มัวแต่เล่น
        ตั้ง 10 ปี ที่ได้มา พาใจเย็น
        คงได้เห็น โลกใหม่ ในดาวดึงส์

(หมายเหตุ.. สรุปผลตรวจเลือด มิใช่เอดส์ นะครับ .. คุณหมอพาริชาเพียงสันนิษฐานจากอาการเบื้องต้น)

นับจากวันนั้นมาจนวันนี้ ก็เกือบสิบปีแล้ว
ยังทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านยม (และผมเอง) ไม่สำเร็จ
โลกก็ยังไม่รวม   คู่ก็ยังไม่มี
ได้พยายามแล้ว และยังจะพยายามอยู่

เรื่องรวมโลกนี่ ได้ลองในแบบเรียกร้องความสนใจแล้ว แต่ไม่สำเร็จ (ป่าวประกาศเปิดเผยสุดๆ ไปแล้ว)
การจะทำให้โลกรวมได้ ต้องใช้หลายกระบวนการ และต้องใช้เวลา .. แต่มิใช่ว่าจะหมดไฟในการทำงานนี้นะ

ส่วนเรื่องแต่งงานเนี่ย
ก็ได้พยายามแบบมุ่งมั่นจริงๆ ตั้งแต่ต้นปี .. ท่านยมดันไม่ดลบันดาลให้เขารักผมเอง .. จะมาโทษผมมิได้
ยังไงก็เถอะ เวลาที่เหลือต่อไป ก็จะลองพยายามต่อดูนะครับ
จะประกาศหาทางเว็บรักและเว็บแปล
แต่บอกไว้ก่อนนะว่า
ผมค่อนข้างมั่นใจว่า
ไม่มีสาวไหนจะมีรักใหม่กับชายวัย 40 ขึ้นได้อย่างจริงใจ
และไม่มีชายไหน จะรักสาวได้อย่างบริสุทธิ์ใจ เมื่อวัยเกิน 40
ถ้าจะช่วยก็จงรีบช่วยให้สำเร็จภายในช่วงที่ยังอยู่หลักสามนี้

อ้อ .. และหากผมจะมีคู่ได้จริงๆ ต้องเป็นคนที่ผมมีอารมณ์รักไม่น้อยกว่าความรักครั้งล่าสุดที่พึ่งผ่านมาเนี่ย

ดังนั้น เรื่องการไร้คู่ จึงมิใช่ความผิดของผม .. เป็นเรื่องของโชคชะตา .. (เป็นความผิดของท่านและเพื่อนกามเทพของท่านน่ะแหละ)

ด้วยเหตุนี้ เมื่อครบรอบ 10 ปี .. ท่านจะเอาชีวิตผมไปไม่ได้
แต่ ถ้าเห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวฟังไม่ขึ้น ก็ขออนุญาตเติม 0 ในบทกลอนข้างต้นอีก 1 ตัว (ทุกบรรทัดที่มีเลข 10)


ก็คุยกะท่านยมเล่นๆ ไปนะคับ .. อย่าซีเรียส .. ท่านยมจะมีจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ .. วันนู้น ฝันจริงหรือเปล่าก็ไม่ค่อยแน่ใจ เรื่องราวมันลางเลือนจากความทรงจำแล้ว

วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่ง
บางคนอาจจะรอโชคดีมาถึงในขณะหนึ่ง .. แต่จริงๆ แล้ว มันมิได้เป็นเช่นนั้น ผลดีในวันนี้ หรือเรื่องดีๆ ในตอนนี้ มันเป็นสิ่งดีๆ ที่อาศัยคุณความดี+ความรู้ทั้งหลายที่สั่งสมมาชั่วชีวิต
ดังนั้น มันจึงเป็นโชคของชีวิตนี้
บางทีเราอาจจะเปลี่ยนจากการเรียกหาของขวัญวันเกิด เป็นการถามหา "ของขวัญการเกิด"
นั่นหมายถึงว่า การได้เกิดในชาตินี้ เราจะได้อะไรเป็นของขวัญบ้าง
อย่างไรก็ตาม ของขวัญที่ได้รับจากผู้อื่น .. มิอาจคาดหวังได้อย่างของขวัญที่มอบให้ตัวเอง (การกระทำดีใดๆ ที่ทำให้กับตัวเอง)


หากเปรียบเทียบชีวิตเป็นดั่งการเดินทาง
บนเส้นทางพเนจรที่ไม่ซ้ำทางเดิม เรามักจะตื่นเต้นกับการพบเจอสิ่งแปลกใหม่ และชื่นชมกับทุกขณะ ด้วยรู้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจออีก
ทำนองเดียวกัน ทุกวินาทีของชีวิตก็มิอาจย้อนคืนกลับ
เราไม่เคยมีอายุ และความรู้ เท่ากันกับตอนเมื่อวาน
แม้เหมือนเราจะทำอะไรซ้ำๆเดิม แต่ทั้งตัวเราและสิ่งต่างๆ รอบข้างล้วนเปลี่ยนแปลงไป
ดังนั้น เราจึงพึงดื่มด่ำกับทุกวินาทีบนเส้นทางชีวิตนี้


คำทื่อประจำสัปดาห์
"ความเดือดร้อนที่เกิดแก่บุคคลหนึ่ง ยังผลให้คนทั้งโลกเดือดร้อนฉันใด
ความร่มเย็นเป็นสุขของชีวิตหนึ่ง ก็ส่งผลดีต่อคนทั้งโลกฉันนั้น
ดังนั้น การให้สิ่งดีๆ แก่ใคร เพื่อให้ชีวิตเขาดีขึ้น ก็จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นด้วย"



"พึงปลาบปลื้มกับการได้ทำดี (ที่รู้ว่าจะส่งผลดี) ในทุกขณะ เสมือนดั่งยามดื่มด่ำกับน้ำผึ้งแท้ๆ"

(ชื่นชมกับความสามารถของตนเถิด)


***********************************


จันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2554



ปืนพก (Handgun หรือ Pistol)

เห็นข่าวที่ RT.com บอกว่า ชาวสหรัฐต้องการให้รัฐบาลผ่อนคลายกฏหมายควบคุมการใช้ปืนลงไปอีก
ทั้งที่สหรัฐเป็นประเทศที่มีอัตราการพกปืนและการฆ่ากันด้วยปืนสูงสุดในโลกอยู่แล้ว (ข้อมูลจาก http://usliberals.about.com/od/patriotactcivilrights/i/ProConGunLaws.htm)
ได้สำรวจประเทศไทยด้วยมั้ยน้ออ

มนุษย์หนอ
ทำไมสังคมยิ่งเจริญๆ
ทำไมยิ่งเกลียดชัง ยิ่งหวาดระแวงกัน
การฆ่ากันด้วยปืนนั้น .. ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีคนเลว .. คนดีกับคนดีก็ฆ่ากันได้ เมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายทำเลว .. หรือเมื่อฝ่ายใดเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว

หรือรัฐบาลสหรัฐต้องการให้ผู้คนใช้กำลังตัดสินกัน เหมือนที่ตนตัดสิน บิน ลาเดน ?

การที่ผู้คนต้องพกปืนติดตัวตลอดเวลานั้น แสดงถึงความเสื่อมอย่างยิ่งของสังคม
พกไว้ทำไม
พกเอาไว้ฆ่าหมาที่จะมากัดหนะรึ
แค่ขว้างก้อนหินใส่มันก็เผ่นแล้ว

จริงๆ แล้วการเลี้ยงหมาในหลายบ้านทุกวันนี้ก็เหมือนเลี้ยงไว้ให้ขู่คนอื่น มากกว่าจะเลี้ยงไว้หยอกเล่น
ผู้คนทำให้สังคมวุ่นวายจนไว้ใจกันไม่ได้ แล้วก็มาแก้ปัญหาด้วยการให้สัตว์ทำร้ายคนอื่นเช่นนั้นหรือ
คนต้องไม่ทำร้ายคน .. และต้องไม่ให้สัตว์ใดมาทำร้ายคน .. ไม่ให้ท้ายสัตว์ใดจนมันหาญกล้ากับมนุษย์
(นี่คือคำบ่นจากคนที่ถูกหมาไล่เห่า) ฮาา
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ล้ำเลิศ ที่สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายเกรงกลัวโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว
ไม่เชื่อก็ลองดูคลิปนี้ (บังเอิ้นเห็นในรายการ "ผู้หญิงถึงผู้หญิง" ช่อง 3)



คำทื่อประจำสัปดาห์

"แม้ฉันจะเดินหิ้วน้ำได้อย่างเชื่องช้า .. มันก็ยังเร็วกว่าตอนเดินจงกรม แถมยังได้ประโยชน์มากกว่าด้วย"


(พึงมีความสุขกับการทำงาน+การใช้ชีวิตในทุกขณะ แทนที่จะมัวรอวันสุขกับการวิปัสนากรรมฐาน .. ฝึกแล้ว เข้าใจแล้ว บรรลุแล้ว ต้องเอามาใช้ ไม่ใช่ฝึกแล้วก็ฝึกอยู่นั่น แล้วก็กลับมาทุกข์มาเครียดกับการทำงานอีก)

***********************************


พุธที่ 4 พฤษภาคม 2554


ชาวไร่ชาวนาแถวนี้ ดูเหมือนจะไม่มีครอบครัวไหนลำบากลำบนยากจนค่นแค้น .. หากไม่มีใครในครอบครัวติดเหล้า, ติดการพนัน, ติดผู้หญิง, ติดยาเสพติด, เจ็บป่วยร้ายแรง, ถูกหลอกลวงให้เสียทรัพย์, หรือใช้จ่ายเงินมากเกินกำลังที่จะหาได้

ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการช่วยชาวไร่ชาวนา .. การหาเงินมาให้กู้จึงไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาความยากจน .. รัฐควรเน้นหยุดปัจจัยมอมเมาต่างๆ และเสริมความรู้แก่ชาวบ้านให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างถูกต้อง จะได้ไม่มีโรคไม่มีภัย

---------------------------------------------------------

อย่าได้ซีเรียสกับการพัฒนางานให้มากมาย
หากเกิดผลผิดพลาดลงไปจนสังคมมนุษย์ต้องกลับไปอยู่แบบธรรมชาติๆ
มันก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรนักหรอก

---------------------------------------------------------

อาทิตย์นี้มีเฉลยโจทย์ GIS เพิ่มขึ้นอีก 1 ข้อครับ


คำทื่อประจำสัปดาห์

"สิ่งร้ายๆ ก็พอจะมีประโยชน์ของมันอยู่บ้าง .. หากขจัดสิ่งร้ายๆ นั้นไม่ได้ เราควรหันมาใช้ส่วนที่เป็นประโยชน์ของมัน และหลีกเลี่ยงส่วนที่เป็นโทษของมัน แทนที่จะมุ่งครุ่นคิดแต่จะกำจัดมัน"


***********************************


อังคารที่ 26 เมษายน 2554



       ต้นเหตุนำ สงครามใหม่ ไทย-เขมร
       คือความเป็น เจ้าของ ปราสาทเขาฯ ?
       หรือเพื่อยื้อ อำนาจชั่ว ที่มัวเมา ?
       หรือเพื่อเอา งบก้อนใหญ่ ใส่กองพัน ?

       ผลบังเกิด แก่ปวงชน ล้วนผลเสีย
       ชาวชายแดน แสนละเหี่ย แลเสียขวัญ
       สงครามคน ลวงคน จนเกลียดกัน
       สังคมคน ถูกปล้นฝัน วันหมดภัย

       ถึงเวลา น่า 'สวมหัว'   ปรากฏตัว อ.ปราสาท
       ป่าวประกาศ "เพื่อปราศโศก รวมโลกไหม !!
       หมดสงคราม หมดงบชั่ว หมดกลัวภัย
       ก้าวสู่ยุค โลกใหม่ ไร้พรมแดน"

       อนิจจา จิตสะอื้น เกินฝืนกล้า
       ลูกเทวา พาพ่อแม่ แห่ห่วงแหน
       จำใจพลาด โอกาสนี้ มิขอเป็นแกน
       เพียงบอกแผน แด่ผองเพื่อน ช่วยขับเคลื่อนโลกา




คำทื่อประจำสัปดาห์

(แด่ทหารเลวตามคำเรียกขาน ที่ไม่ได้ทำเลวโดยตั้งใจ หากแต่ถูกหลอกใช้ให้ทำผิด)
"ไม่มีเงินก็อยู่ได้     อย่าให้ใครใช้เงินมาจ้างคุณให้ทำเลวได้
และอย่าใช้เงินไปสนับสนุนใครให้ทำเลว"



"ทำไมจะต้องเสียใจ ที่ได้ทำผิดพลาด
จริงอยู่ ว่าตอนนั้นฉันทำผิด แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้กำลังทำผิดนี่นา"

ให้เวลาตอนนี้กับการแก้ไขความผิดพลาดและทำสิ่งถูกต้อง แทนที่จะมัวครุ่นคิดว่าไม่ควรทำเช่นนั้นเลย


***********************************


พุธที่ 20 เมษายน 2554


ต่อจากอาทิตย์ก่อน .... ที่สงสัยเกี่ยวกับความเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมของเงิน
จาก Wikipedia บอกว่า การพยายามหาแนวทางแลกเปลี่ยนของกันอย่างยุติธรรมระหว่างมนุษย์นั้น เกิดขึ้นได้สัก 100,000 ปีมาแล้ว
มนุษย์ในทุกสังคมได้พยายามคิดค้นเครื่องมือแลกเปลี่ยน หรือเงิน กันขึ้นมาใช้

เงินคงจะไม่ได้ถือกำเนิดมาจากผู้มีอำนาจที่ต้องการเอาเปรียบ หรือล่อลวงประชาชน

ผมจึงขอสรุปว่า
เงินไม่ได้ผิด เงินเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยน
เงินจะแลกเปลี่ยนได้อย่างยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรม ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้มัน
ถ้าใช้มันเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น หลอกลวงผู้อื่น มันก็ถูกใช้เช่นนั้นได้
แต่ถ้าใช้เพื่อบอกสอนคนให้รู้ค่าของการทำงาน เงินก็มีประสิทธิภาพตามนั้น

อย่างไรก็ตาม ... แม้แต่ความยุติธรรม บางครั้งมนุษย์ก็ไม่สนใจ
เราก็ไม่ได้ทำทุกอย่างให้ผู้คนเพื่อหวังความเท่าเทียม
พ่อแม่ที่รักลูก ก็ทำให้ลูกฟรีๆ
แฟนที่รักแฟน ยิ่งอยากให้เห็นว่า ฉันเป็นฝ่ายให้
เงินก็ถูกใช้เป็นสื่อแสดงออกถึงการให้ หรือการสนองความอยากต่างๆ ด้วยเช่นกัน

บางที .. มันดูเหมือนจะไม่คุ้มกัน ที่เราจะใช้เงินเป็นหลัก แล้วทำให้ผู้คนแข่งกันหาเงินจนเกิดปัญหาเต็มสังคม
หากคนรักกัน คงไม่มีใครอยากให้คนที่เรารักให้ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน หรือทำงานที่น่าเบื่อเพื่อสนองความอยากของตน

สรุปอีกทีว่า .. เงินเป็นสมบัติ หรือนวัตกรรมของมนุษยชาติ .. พึงใช้เงินอย่างถูกต้อง เหมาะสม เพื่อพัฒนาสังคมมนุษย์
และ .. พึงระลึกไว้เสมอว่า .. การดูแลตนเองและผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งแลกเปลี่ยน (เงิน) ก็ได้

-------------------------------------------------

ชีวิตที่ท้องทุ่งผมยังคงน่าอยู่ ... แต่ดูเหมือนจะทำให้ได้คิดอีกอย่างว่า
เหตุที่คนยากจนในเมืองกรุง ไม่ออกมาใช้ชีวิตเรียบง่ายในชนบท
อาจจะเพราะ ..... คน ไม่ได้ต้องการเพียงแค่การมีอาหารประทังชีวิตรอด
หากแต่ ต้องการความสบาย, ต้องการความสนุก, ต้องการความมีหน้ามีตา, ฯลฯ
เฮ้อ
ก็ยอมรับ อยู่บ้านนอก เราก็ยังพยายามปรับปรุงอะไรต่างๆ เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้ง่ายขึ้น
แต่ความลำบากนิดหน่อยนั้น มันก็มีคุณค่าของมัน
โดยเฉพาะการเผชิญความลำบาก โดยได้มีโอกาสคิดและทำด้วยตัวเอง มันวิเศษมากเลย
นี่ก็ทำให้สนุกได้ในระดับหนึ่ง ... แม้จะไม่สนองตอบความสนุกในบางลักษณะที่ผู้คนต้องการ
ส่วนความมีหน้าตานั้น .. ความรู้สึกว่าตัวเองได้ควบคุมตนเอง   มันน่าจะมีเกียรติกว่าการให้คนอื่นมองว่าเราฐานะดีกว่าคนทั่วไปเป็นไหนๆ


คำทื่อประจำสัปดาห์
"การทำอะไรที่ไม่สมเหตุสมผล แม้เพียง 1 นาที ก็ถือว่าเสียเวลา
การทำอะไรที่พึงต้องทำ แม้ต้องใช้เวลาทั้งวันหรือทั้งชีวิต ก็ไม่ถือว่าเสียเวลาเปล่า"


"หากป่าพูดได้ ป่าอาจจะบอกกับป่าไม้กังฉินบางคนว่า
ไม่ต้องมาดูแลฉันหรอก ฉันดูแลตัวเองได้ แถมยังมีอาหารเหลือเลี้ยงพวกมนุษย์ตะกละอย่างเธอได้ด้วย"




ร่วมงานผูกแขนน้องสะไภ้เพื่อนบัวทอง


หากผมหาปลาในระดับที่ไม่เสียสมดุลตามธรรมชาติ .. คงจะมีปลาตัวใหญ่ๆ แบบนี้ให้กินจากสระขนาดใหญ่นี้ได้ วันละตัว ทั้งปี

ฝีมือการจับปลาของน้าทั้งสองของกระผมนี้แหละครับ


ปิดท้ายด้วย อาทิตย์อัสดง ณ ท่งนาบ้านแกงเลี้ยว

***********************************


อังคารที่ 12 เมษายน 2554


กะเพราไก่ไข่ดาวราดข้าว 1 จาน ราคาประมาณ 35 บาท
สบู่ 1 ก้อน ประมาณ 15 บาท
รถยนต์ 1 คัน ประมาณ 500,000 บาท
คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ประมาณ 15,000 บาท
เบียร์ 1 ขวด ประมาณ 50 บาท
บุหรี่ 1 ซอง ประมาณ 50 บาท (มั้ง)
ปืน 1 กระบอก ประมาณ 10,000 บาท (มั้ง)
จตุคามรามเทพ สมัยออกใหม่ๆ ประมาณ 10,000 บาท (มั้ง)
เงินเดือนคนไม่ค่อยได้ทำอะไรบางกลุ่มคน หลายหมื่นบาท
เงินฟื้นฟูภัยสึนามิ, น้ำท่วม ... ก็มากอยู่
แต่ เงินทำสงคราม ... มหาศาล
เงินจัดงานไร้สาระบางงาน ... มโหฬาร
เงินเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรมแล้ว จริงหรือ?
การใช้เงินจะนำพาโลกมนุษย์ไปสู่ความเจริญได้จริงหรือ?


---------------------------------------------------------

เที่ยวสงกรานต์กันให้ปลอดภัยนะครับ


คำทื่อประจำสัปดาห์
"ความสุข-ความทุกข์, ความรวย-ความจน, ความสบาย-ความลำบาก, ความเจริญ-ความล้าหลัง, ความสวย-ความขี้เหร่, ความสุขภาพดี-ความสุขภาพแย่, ฯลฯ ล้วนใช้การเปรียบเทียบ (ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ มั้ง ;)
การเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างจึงเป็นสิ่งพึงมีไว้บ้าง"



***********************************


พุธที่ 6 เมษายน 2554


เป้าหมาย

จุดมุ่งหมายท้ายที่สุดของงานที่มนุษย์ทำนั้นคืออะไร
เป็นโลกที่ทุกชีวิตได้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องทำงานก็มีข้าวปลาอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกพรั่งพร้อมเช่นนั้นรึ
ถ้างั้นต้องทำงานกันอีกมากแค่ไหนจึงจะไปถึงจุดนั้น .. สบายแค่ไหนที่คนต้องการ .. ถึงขั้นต้องให้มีแขนกลป้อนข้าวเลยมั้ย
ถ้าเอาแค่สบายพอประมาณ .. สภาพอย่างว่านั่น ทำให้บรรลุในตอนนี้เลยก็ได้
แค่ใช้พื้นที่สักหน่อย ปล่อยต้นไม้กินได้ให้มันโต ถึงเวลากินเมื่อไหร่ก็เดินไปเก็บมันกิน .. (เก็บมาเผื่อคนที่ยังเดินไปเก็บเองไม่ได้ด้วย)
แค่นี้ก็ถึงสภาพโลกในฝันแล้วนี่ .. แล้วจะต้องทำงานอะไรกันให้ยุ่งยาก
ไม่จำเป็นต้องผลิตรถยนต์มาให้ทุกคนเป็นเจ้าของ .. ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงงานนิวเคลียร์ .. ไม่จำเป็นต้อง ฯลฯ

เป้าหมายของโลก อาจจะเป็นการมีสภาพที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตมากที่สุด
เป้าหมายของมวลมนุษย์ อาจจะเป็นโลกที่ไม่มีผู้คนทำร้ายเบียดเบียนกัน
เป้าหมายขององค์กร (สมมติว่าเป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง) อาจจะเป็นแค่รักษาคนไข้ที่มาแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอ .. แล้วเป้าหมายขององค์กรทั้งหลายแหล่เนี่ย มันสอดคล้องกับเป้าหมายของสังคมโลกในฝันหรือเปล่า การปฏิบัติงานในองค์กรเป็นไปในลักษณะที่บุคลากรมีแต่ความสบายใจหรือเปล่า ? หรือว่าเน้นให้คนแข่งกันทำงานหาเงินมาซื้อสิ่งของสนองความอยาก จนหลงเป้าหมายกันไปหมด
เป้าหมายของนักกีฬา อาจจะเป็นการทำลายสถิติโลก
เป้าหมายของกงจักร อาจจะเป็นวันที่ทุกประเทศบนโลกรวมเป็นหนึ่งเดียว
แล้วถ้าเป้าหมายมันมาไม่ถึงหละ .. จะต้องครุ่นคิดกังวลว่าทำไมยังทำไม่สำเร็จเช่นนั้นรึ
พระพุทธเจ้าบอกแล้ว "หยุด คือตัวสำเร็จ"
หยุด อยากให้มันสำเร็จ .. แล้วจงลงมือทำอย่างรู้ตัวทุกขณะ เพื่อให้มันสำเร็จ และเกิดความสุขสบาย (หรือสุขลำบากก็แล้วแต่) ในขณะที่ทำ

คำถามที่ยังไม่รู้คำตอบของวันนี้อีกอย่างก็คือ หรือว่า การแบ่งงานกันทำในหมู่ชาวโลก อย่างทุกวันนี้ แม้จะไม่สามารถทำให้โลกเจริญสมบูรณ์แบบได้ แต่มันก็ยังดีกว่าการปล่อยให้ทุกคนต้องทำงานทุกอย่างเพื่อดูแลตนเอง แล้วขาดเวลามาพัฒนาความสามารถเฉพาะด้าน เช่นนั้นหรือเปล่า ?
หรือว่า การเน้นให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ได้อย่างรอบด้าน แล้วค่อยเอาเวลาที่เหลือมาทำประโยชน์ให้สังคม (อย่างแนวทางที่ผมกะลังพยายามทำอยู่) จะเกิดผลดีมากกว่า หรือเปล่า ?


คำทื่อประจำสัปดาห์
"สายตาเราเองมิอาจช่วยให้มองเห็นใจตนเอง"

"อย่าได้ดูหมิ่นชนท้องถิ่นใด .. ทุกท้องถิ่นล้วนมีทั้งคนอัจฉริยะและผู้พิการทางปัญญา"

ปล. อาทิตย์ที่แล้วพูดถึงเรื่องลิงกินกล้วย แล้วสันนิษฐานว่าลิงคงไม่ได้ปอกกล้วยก่อนกิน .. ผิดครับ .. ขอโทษที่ประเมินระดับสมองลิงต่ำไปครับ
ลองดูวีดีโอข้างล่างนี้นะครับ (สรุปว่า .. ทั้งลิงและคนสามารถพูดได้ว่า "ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก")

บางที มนุษย์คนแรกที่เริ่มกินกล้วย อาจจะดูลิงกินเป็นตัวอย่างก็เป็นได้
กล้วยเนี่ยนะ ... บรรพบุรุษมนุษย์กินมาตั้งแต่ตอนเป็นลิงแล้ว   ;-)

***********************************


พุธที่ 30 มีนาคม 2554


ช่วงนี้ศรีสะเกษหนาวเย็นยังกะโอกินาว่าเลยแฮะ
เมื่อคืนวานได้ไปนอนที่บ้านนา
อาหารเย็นที่น้าตุ๋ยเอามาให้ .. ยำไข่มดแดง .. ช่างรสเลิศล้ำ
อีกทั้ง .. ต้มปลาช่อน .. ที่น้าติ๋มเอามาสมทบนั้น ก็ยิ่งบรรเจิด
กินเสร็จก็จัดเตรียมผ้าใบกั้นลม เพราะมิเช่นนั้นสายลมอันรุนแรงทั้งคืนอาจพัดพาชีวิตไปได้
ติดไฟเตาถ่าน ต้มน้ำไปด้วย ผิงไปด้วย
เดินมาบ่อน้ำ อาบน้ำ .. ห้องน้ำที่แสนจะโอ่โถงโล่งกว้าง .. ได้เพียงชั่วกะเดี๋ยวเดียว เย็นมากๆๆ ลมพัดสัมผัสร่างเปลือยเปล่า (ในยามมืดสนิท) .. ยกถังน้ำเทราดพรวด แล้วรีบเช็ดตัวก่อนชักตาย
เดินกลับมาถึงบ้านได้ .. ผิงไฟก่อนหละ
ใส่เสื้อผ้าที่ขนมาเยอะพอควร .. เสื้อใส่ไป 6 ตัวมั้ง ตัวนอกสุดเป็นเสื้อสูทที่เขียนข้อความด้านหลัง ซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้
ทบทวนงานแปลนิดหน่อย .. แล้วนอนหลับ อุ่นสบาย
ตื่น ตี 3 สี่สิบ ตามนาฬิกาปลุก .. เตรียมตัวเข้าห้องน้ำก่อนชาวบ้านจะตื่น
จอบกะเสียมอยู่ไหนหว่า .. ดันลืมดูไว้ก่อนนอน
เดินวนอ้อมบ้าน เห็นดุ้นไม้ปลายแหลมอยู่อันเดียว
เอาวะ .. ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า การอยู่ท้องทุ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก
แล้วก็ใส่เสื้อสูทไปขุดหลุมอุนจิอยู่กลางท้องทุ่ง
การใช้ไม้ขุดหลุมอุนจิ ให้ได้ขนาดมาตรฐานนั้น มิง่ายเลย .. เล่นเอาซะหายหนาว
ใส่เสื้อสูทนั่งอึอยู่กลางทุ่งช่างได้บรรยากาศดีแท้
ผ่านไปพักนึง ก็ได้ปลดปล่อยอุนจิปริมาณน่าพึงพอใจออกมา
ทำความสะอาดตามมาตรฐาน แม้อากาศจะหนาวเย็น
เสร็จแล้วก็กลบ จนไม่เหลือสภาพว่าเคยเป็นหลุม
เดินกลับมาบ้านอย่างสบายอุรา
พยายามทำงานแปลนิดนึง แล้วก็นอนต่อ รอรุ่งอรุณ

เห็นมั้ยครับ ว่าชีวิตที่อยู่กะธรรมชาตินั้น แสนสะดวก แม้จะไม่ค่อยสบาย
ต้องเรียกว่า "สุขลำบาก" ไม่ใช่ "สุขสบาย"
ความลำบากกายนิดหน่อย โดยไม่รู้สึกลำบากใจเนี่ย มันทำให้ชีวิตมีพลังดีมาก
ใครที่อดทนทำงานกะสภาพที่ต้องจำทน .. ขอบอกว่า .. อย่าไปทนเลย
อิสรภาพ มีค่าเกินกว่าจะให้ใครมาซื้อด้วยเงินทอง
ออกมาอยู่แบบผมเนี่ย .. เดี๋ยวพอเรารู้หลักปฏิบัติและปรับตัวได้เหมาะสมแล้ว ก็จะทำอะไรต่างๆ ได้ง่ายขึ้น มีเวลาเหลือให้ช่วยเหลือสังคมได้ โดยไม่ต้องง้อใคร
(ชวนเล่นๆ นะ .. ถ้ายังไม่มั่นใจก็รอดูข้อมูลจากผมต่อไปนะครับ)


บ้านอยู่บนเนิน บ่อน้ำอยู่ตรงเนี้ยะ


พ่อแม่ให้ต้นไม้มาปลูกบนเนินดินที่ถมไว้ (ที่เห็นเดินอยู่คือพ่อ ไกลออกไปคือแม่และน้าๆ)


จากเล้าไก่ กลายเป็นเล้าโก๋ .. บ้านได้รับการเทปูน และเตรียมทำห้องน้ำ โดยมีน้าเขยเป็นผู้จัดการให้


ภาพยำไข่มดแดง .. ต้มปลาช่อนภาพมืดไปหน่อย เลยไม่โชว์


อันนี้แหละครับ ดุ้นไม้มหัศจรรย์ .. ไว้ขุดนะครับ มิใช่ไว้เช็ด 55


มีน้ำสำหรับทำความสะอาดเหมือนห้องน้ำทั่วไป .. โปรดสังเกตว่าใช้น้ำเยอะทีเดียว และน้ำจากบ่อนั้นใสมาก


ยามเช้า ยกโต๊ะมานั่งกินกับข้าวที่เหลือเมื่อคืนกลางทุ่ง เพื่อให้พวกน้าๆ เห็นว่า ผมกินข้าวเช้าแล้วนะคับ ไม่ต้องหาอะไรมาให้แล้วนะ


แต่งตัวรัดกุม เพราะลมมันเย็น


เสื้อสูทกับท้องทุ่ง


ภาพก่อนไปทำงาน เช้าวันอังคารที่ 29 มี.ค. 2554

---------------------------------------------------------

มนุษย์กล่าวหา ว่าโลกทำร้าย ธรรมชาติรังแก ... แล้วที่มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ ทำให้ธรรมชาติเสียสมดุลเล่า .. คิดบ้างไหม
ผู้ประสบภัย อาจไม่ใช่คนทำร้าย แต่ .. เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เป็นผู้ทำร้าย .. ดังนั้น โลกต้องสั่งสอนมนุษย์โดยรวม

แล้วธรรมชาติ ทำไมต้องทำร้ายมดด้วย มดทำร้ายอะไรธรรมชาติหรือ ทำไมน้ำท่วมบ้านมดบ่อยจัง
อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
รู้แต่ว่า แผ่นดินไหว คงไม่ทำให้บ้านมดพังมากเท่าไหร่


คำทื่อประจำสัปดาห์
"สำหรับคน อาจพูดได้ว่า ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
แต่สำหรับลิง พวกเขาอาจมีคำอุปมาว่า ยากเหมือนต้องปอกกล้วยก่อนเอาเข้าปาก"

(ลิงคงไม่ได้ปอกกล้วยมั้ง)

"ถ้าเครื่องมือมันหายาก ลองพิจารณาซิว่า มือที่ไม่มีเครื่องเนี่ย ใช้ทำงานนั้นๆ ได้หรือเปล่า"

"คนที่อดทนต่อสู้กับสิ่งที่จำเป็นต้องทนนั้นเขาเรียกว่า คนใจสู้
แต่คนที่อดทนกับสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทน เขาเรียกว่า คนขี้ขลาดและไม่ค่อยฉลาด"

(ยอมคน แต่อย่ายอมแพ้)

***********************************


พุธที่ 23 มีนาคม 2554


มีใครได้ดูรายการ Thailand's Got Talent ที่ถ่ายทอดทางช่อง 3 ประมาณ 5 โมงครึ่งวันอาทิตย์มั่งป่าวครับ
ผมมีบุญได้ดูมาสามอาทิตย์แล้ว ... มีหลายการแสดงที่ประทับใจ
ดูเขาไป ก็คิดไปพลางว่า ถ้าเราได้ไปแสดง จะมีอะไรไปโชว์เขาหว่า .. เพราะไม่มีอะไรดีเด่นพอจะเรียกว่าเป็น talent ได้เลย
พึ่งจะมาคิดออกหลังได้ดูรายการอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง
ว่าเราจะไปสีซอ เรียกว่าเป็นการโชว์ "สีซอรวมโลก" .. บอกเขาว่า .. ผมสามารถสีซอแล้วทำให้ทุกประเทศบนโลกรวมเป็นหนึ่งได้
แล้วก็สีบ้าๆ บอๆ ของเราไป แล้วก็ตกรอบตามเคย แล้วก็บอกว่า .. ไม่ใช่แค่สีซอ ผมยังสามารถทำอย่างอื่นเพื่อรวมโลกได้ .. และก็ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น .. ทุกคนก็สามารถมาแสดงความสามารถที่จะช่วยให้โลกรวมเป็นหนึ่งได้ .. เพียงแค่ประกาศว่า นี่คือการแสดงเพื่อรวมโลก ... ไม่ว่าการแสดงนั้นจะห่วยแตกเพียงใด .. แต่ เชื่อได้เลยว่า การแสดงนั้นๆ จะมีส่วนช่วยให้โลกรวมได้เร็วขึ้น

ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว .. สุดท้ายโลกจะต้องรวมเป็นหนึ่ง .. สิ่งที่พวกเราทำ เพียงเพื่อเร่งกระบวนการ และเพื่อแสดงออกให้เห็นถึงพลังบริสุทธิ์ที่ต้องการรวมโลกเพื่อประโยชน์แก่มนุษย์ธรรมดาๆ ทั้งโลก .... เผื่อว่า จะได้เห็นโลกรวมภายในช่วงชีวิตนี้ .. พร้อมกับได้ภาคภูมิใจในการมีส่วนช่วยผลักดัน



คำทื่อประจำสัปดาห์
"เวลาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานที่ใช้แต่หัวเป็นส่วนใหญ่ หรือใช้แรงเป็นส่วนใหญ่ เราจะคิด คิด คิด ว่าทำอย่างไรจะเกิดผลดีที่สุด
แต่เวลากิน เรามักจะลืมคิด ว่ากินอย่างไรจะให้ผลดีที่สุด"

อย่าปล่อยให้ความอร่อยหรือเพลิดเพลินนำมาสู่ความพลั้งเผลอและผิดพลาด


***********************************


พุธที่ 16 มีนาคม 2554


สวัสดีครับ วันนี้เรามาอัพเดทชีวิตผมกันหน่อย
ช่วงนี้ บางคืนผมก็จะไปนอนบ้านน้อยกลางทุ่งนา บางคืนก็จะกลับมานอนบ้านสวนใจดีที่มีสระบัวเนี่ย และบางคืนก็อาจจะนอนค้างที่โรงพยาบาล
เมื่อวานก็นอนที่บ้านกลางทุ่ง .. ลมพัดแรงจนตื่นมาหนาวสั่นตอนตี 3 .. แต่เมื่อใส่เสื้อผ้าอีกเยอะๆ แล้วก็นั่งทำงานแปล อาการก็ค่อยๆ ดีขึ้น
ธรรมชาติที่มารบกวนให้เราตื่นในชนบทเนี่ย .. ไม่ว่าจะเป็นสายลม หรือ เสียงไก่ขัน .. คิดดูแล้วมันดีกว่าการถูกรบกวนด้วยเสียงคนข้างห้องทะเลาะกัน หรือเสียงมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงท่อไอเสีย ในกรุงเทพ มาก
การทำร้ายกันเองของมนุษย์ มันน่าสลดหดหู่กว่าการถูกทำร้ายโดยธรรมชาติมาก
เหมือนอย่าง การถูกสึนามิถล่มที่ญี่ปุ่น .. ความรู้สึกของผู้ที่โดนถล่มน่าจะรู้สึกดีกว่าการถูกขโมยปล้นบ้าน

------------------------------------------------------------
การจัดการความเสี่ยง

หลายหน่วยงานได้วิเคราะห์เรื่องความเสี่ยง
แต่ .. หลายคนที่ทำงาน .. เบื่อ .. แง่งง ต้องทำเอกสารมากมาย .. กับงานที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันมีความเสี่ยงอะไร อะไรคือความเสี่ยง ฯลฯ
จริงๆ แล้วในชีวิตคนเราเองเนี่ย ควรได้จัดการความเสี่ยงเฉพาะตัว
เพราะชีวิตเรามีความเสี่ยงอยู่รอบตัว
เดินไม่ระวังก็อาจตกกะได
ยิ่งยามใช้ของมีคม ยิ่งมีความเสี่ยง
เราจึงควรฝึกสังเกตสิ่งรอบตัวเพื่อดูว่าอะไรจะทำให้เราเสี่ยงที่จะได้รับภัยจากสิ่งนั้นๆ บ้าง
ถ้าเรารู้ และได้ระมัดระวังดีแล้ว โอกาสที่จะเกิดเหตุร้ายๆ จากสิ่งรอบตัวก็น่าจะน้อยลง

การจัดการความเสี่ยงนั้น เป็นไปตามหลักเหตุผล เป็นการทำดีอย่างแน่แท้ .. เพราะเราจัดการความเสี่ยงเพื่อหวังผลที่ดี หลีกเลี่ยงผลที่ร้าย
หลักการง่ายๆ คือ ให้คิดถึงผลที่จะตามมา หากเกิดเหตุร้ายนั้นขึ้น

การที่โลกนี้ยังมีภัยอยู่รอบตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภัยสังคม ก็ถือเป็นความเสี่ยง
ภัยธรรมชาติ ที่มันป้องกันยาก เรายังพยายามป้องกันมัน
แล้วทำไม ภัยสังคม ที่เราน่าจะป้องกันได้ง่ายๆ ด้วยการเรียกร้องให้รวมโลก
เราจึงไม่ทำ

ทำไม ไม่เรียกร้องรวมโลก
ทำไม ปล่อยให้ชีวิตอยู่อย่างเสี่ยง ที่จะถูกมนุษย์ด้วยกันปล้น ฆ่า ข่มขืน ทุจริต คดโกง อยู่เช่นนี้


ขอพูดอีกทีนะครับ ว่าทำไมถึงคิดว่ารวมโลกแล้วภัยสังคมจะหมดไป
ก็เพราะการรวมโลกจะทำให้คนทั้งโลกรักกันไง
อ๊ะ อ๊ะ จะเถียงใช่มั้ยล่ะ ว่าตอนนี้คนในประเทศเดียวกันยังไม่รักกันเลย
ก็ใช่สิ .. เพราะคนยังไม่ถูกปลูกฝังให้รักกันทั้งโลกไง .. แต่ละประเทศก็ยังเน้นให้รักกันแต่ในประเทศของตน เพื่อที่จะได้แข่งขันหรือสู้รับกับเพื่อนบ้านได้
จิตใต้สำนึกแห่งการแบ่งแยก การเกลียดชัง การริษยา การแบ่งพรรคแบ่งพวก จึงมีอยู่ในกมลนิสัยมนุษย์ยุคนี้ (ไม่ใช่กมลสันดาน .. เพราะคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงมารักและเห็นใจกันได้เสมอ)
การรวมโลกจะทำให้คนได้สำนึกอย่างยิ่ง ว่าโลกทั้งใบ และคนทั้งโลก มีคุณต่อเรา และถ้าเรารักกันทั้งโลก โลกทั้งโลกก็จะเป็นเหมือนสวรรค์อันกว้างใหญ่ของชาวโลกทุกคน

มิหนำซ้ำ .. ถ้ารวมโลกสำเร็จ .. เราก็จะจัดการกับปัญหาภัยธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ อย่างแผ่นดินไหวหรือสึนามิ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมากๆๆๆ
ท้องทุ่งอันกว้างใหญ่แห่งรัฐไทย ก็จะพร้อมให้ประชาชนจากรัฐญี่ปุ่นอพยพมาหลบอาศัยหนีภัยแผ่นดินไหวได้โดยสะดวก


คำทื่อประจำสัปดาห์
"อันการทำความดีนั้น ย่อมส่งผลดีอย่างแน่แท้
หากแต่ไม่ใช่ว่าทุกการกระทำของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น คนดี จะบังเกิดผลที่ดี"

(ทุกคน ยังมีความไม่รู้อยู่ในตัว .. และอาจทำผิดพลาดได้เสมอ)

***********************************


อังคารที่ 8 มีนาคม 2554


วิถีแห่งพระ เหมือนจะมีอะไรไม่ถูกต้องบางอย่าง
การรับทาน ทำให้เราจัดการปริมาณการให้ทานไม่ได้ .. ถ้าคนให้ทานมากเกินไป หรือให้ในสิ่งที่เราไม่ต้องการ มันก็เกิดการสูญเปล่า
เฉกเช่นเดียวกับชีวิตที่มีคนพยายามดูแลเรา .. สิ่งที่เขาทำให้ เกิดจากความคิดของเขา หาใช่ความประสงค์ของเราไม่
ชาวพุทธได้ยินคำสอน "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" อยู่บ่อยๆ .. หากแต่ไม่ค่อยมีใครเน้นปฏิบัติ .. ไม่ทำตัวพึ่งพิงผู้อื่น และไม่แทรกแซงการพึ่งตนเองของผู้อื่น

-----------------------------------------------------

ชีวิตคน มีแต่จะมุ่งหวังทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ .. ไม่เคยมีจุดสิ้นสุดแห่งการพัฒนา .. หากยึดติดกับเป้าหมายก็อาจพบว่าตนไปไม่ถึงสักที
แต่หากยึดติดกับการพยายามทำดีเท่าที่ทำได้ในปัจจุบัน .. เราก็จะได้ทำและทำได้ไปเรื่อยๆ
นี่คงเป็นนัยยะของคำพระที่ว่า "หยุด คือตัวสำเร็จ"



คำทื่อประจำสัปดาห์
"เงินเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม ก็ต่อเมื่อมันไม่ได้ถูกจัดสรรโดยอำนาจรัฐ"

"การทำงานอย่างอึดอัด ไม่เต็มใจ .. จะทำให้เหนื่อยเพิ่มขึ้นมากๆๆ"

"ความรัก ไม่ใช่เรื่องของการได้ครอบครองหรือการถูกครอบครอง .. หากแต่เป็นเรื่องของการมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน"



ร่วมการฝึกอบรมพัฒนาจิต ของ รพ.เมืองจันทร์ ที่สวนธรรมฯ บ้านหนองแคนใหญ่ อ.เมืองจันทร์ (4-5 มี.ค. 54)


***********************************


จันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554


หากโลกมนุษย์รวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว
ประเทศประเทศหนึ่ง ก็จะเหมือนเป็นหนึ่งจังหวัด หรือรัฐหนึ่งรัฐ
- ผู้ว่าการรัฐลิเบีย หรือจะมีกำลังทหารตำรวจมายิงผู้คน โดยรัฐบาลกลางปกป้องไม่ได้
- จังหวัดไทย .. มีหรือจะต้องแก่งแย่งดูแลเขาพระวิหารกับจังหวัดกัมพูชา .. จนชาวบ้านแถวพรมแดนเดือดร้อน
- ส่วนใต้สุดของจังหวัดไทย .. มีหรือจะคิดฝันแยกประเทศอิสระได้ .. ในเมื่อชาวโลกทั้งโลกต้องการเป็นเจ้าของโลกทั้งใบ

--------------------------------------------------------------------------

มีเว็บไซต์หนึ่งที่บอกว่ามี World Passport ให้ทุกคนสมัครขอรับได้ http://www.worldgovernment.org
ตามหลักแล้ว World Citizen (พลเมืองโลก) ผู้ถือ "พาสปอร์ตโลก" นี้ ต้องสามารถเดินทางทั่วโลก โดยโชว์แต่เพียงพาสปอร์ตโลกได้
แต่การใช้งานจริงๆ ก็คงทำไม่ได้ .. ต้องมีการขอวีซ่า ซึ่งก็ออกให้เป็นบางกรณี (อาจจะให้เฉพาะกรณีของ Mr. Garry Davis เจ้าของเว็บ ที่เป็นชาวอเมริกัน)
แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นเสรีชน ที่ต้องการเสรีภาพในการท่องทั่วโลก
ใครมีตังค์ อยากลองมี World Passport นี้ก็ลองสมัครดูกับเว็บไซต์ที่ว่านะครับ
ค่าสมัครบวกกับค่าส่ง passport ก็แค่ 35 เหรียญสหรัฐ
ใช้การได้ผลยังไงมาบอกกันมั่งนะครับ :-)

---------------------------------------
อาทิตย์ที่ผ่านมาทำเฉลยโจทย์ GIS เสร็จไป 2 ข้อ   ดูได้ที่ส่วน GIS นะครับ


อาทิตย์นี้ไม่มีคำคม .. คิดไม่ออก .. ขอเปลี่ยนเป็นคำทื่อ จากหัวทื่อๆ แทนดีมั้ย
คำทื่อประจำสัปดาห์

"ควายหรือหมามันยังเดินข้ามพรมแดนประเทศได้สบายๆ ... มีแต่คนเท่านั้นแหละที่ข้ามแล้วถูกจับ"

"ลองชะแว้บดูความอยากของจิตในยามที่เร่งรีบทำอะไรต่างๆ ให้เสร็จ ... ไอ้ความอยากนี่มันมีพลังดีแฮะ"

"ความใกล้ชิด อาจทำให้คิดอะไรไม่ออก"


***********************************


พุธที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554


มนุษย์กำลังเล่นเกม ... เกมการต่อสู้บนโลกที่อาศัยเงินเป็นสื่อวัดชัยชนะ
การแข่งขันทำให้หลายคนสนุก ... ขณะเดียวกัน หลายชีวิตก็อาจบาดเจ็บจากการแข่ง
ฉันขอเป็นคนดู ที่พลอยได้ผลประโยชน์จากเศษเหลือแห่งหยาดเหงื่อผู้แข่งขัน .. ว่างๆ ก็ช่วยส่งเสริมความสามารถของผู้แข่งขัน และช่วยเลียแผลให้ผู้พ่ายแพ้จากเกมอันเมามัน

--------------------------------------------------
อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ประกาศขายคอนโดใน Facebook
ขอประกาศขายตรงนี้อีกที ... ดูรายละเอียดได้ที่เว็บนี้ครับ

ขายได้ก็ดี จะได้เริ่มเป็นแบบอย่างการดำรงชีวิตแบบไม่ต้องใส่ใจเรื่องเงินซะที (ก้อไม่ใช่เนาะ เหมือนมีเงินสำรองใช่มั้ย)
ขายไม่ได้ก็ดี เพราะคงมีภารกิจให้ต้องใช้ห้องนี้ในอนาคต
หรือ
ขายได้ก็ไม่ดี เพราะเสียดายห้อง
ขายไม่ได้ก็ไม่ดี เพราะไม่มีเงินมาใช้หนี้บุญคุณที่มากมาย

ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย .. จะเลือกสบายใจหรือกลุ้มใจ ก็อยู่กับมุมที่เรามอง

--------------------------------------------------------------
แต่ .. ถ้าเพื่อการดำรงชีวิตอย่างสบายๆ ในบ้านหลังใหม่นี้ (ซึ่งได้เข้าอยู่เร็วเกินความคาดหมาย) .. ก็น่าจะพยายามขายให้ได้นะ



บ้านตั้งอยู่กลางเนินนู้น


ขอบพระคุณน้าตุ๋ย (ในรูป) และน้าวีรยุทธ ผู้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้


เพื่อนฝูงมาช่วยทำถนนน้อยๆ และเดินสายไฟ


บ้านชาวโลกธรรมดาๆ คนหนึ่ง


ชาวโลกธรรมดาๆ คนนั้น


สภาพบ้านก่อนไปทำงานยามเช้า

คำคมประจำสัปดาห์
"ในเมื่อมนุษย์กินสิ่งที่มีชีวิต ... แล้วมนุษย์จะอยู่ได้อย่างไรหากโลกปราศจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ .. ซึ่งพวกเขาก็อยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน"

"ผมไม่ใช่คนมักง่าย .. ผมเพียงแต่ชอบทำอะไรให้ง่ายที่สุด โดยได้ผลลัพธ์ที่ดีพอ"


***********************************


อังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554


สวัสดีวันหลังวันวาเลนไทน์ครับ
ขอให้ทุกท่านได้รับรักจากชาวโลกทุกคน


คนเป็นสัตว์ที่มีพัฒนาการช้ามาก เมื่อเทียบกับสัตว์อื่น
หากแม้นขาดไร้ซึ่งความรักจากใครอย่างน้อย 1 คน .. คนคนหนึ่ง จะไม่มีทางเติบใหญ่ได้
ดังนั้น คนทุกคน จึงรู้ซึ้งถึงค่าของ "ความรัก" อยู่เสมอ

ยุทธศาสตร์การรวมโลกให้สำเร็จก็เพียงแค่ ... ทำให้คนทุกคนรู้ค่าของ "การรักกันทั้งโลก"

-------------------------------------------------------

วาเลนไทน์ปีนี้ก็ผ่านไป ... โดยที่ ........ สถานภาพสมรสและสมรักของผม ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง .... แม้จะพยายามแล้ว     :-)


คำคมประจำสัปดาห์
"การทำใจ ก็คือการทำดีอย่างหนึ่ง"

"จงดีใจที่มีรักที่ยังไม่เคยสมหวัง .. เพราะนั่นหมายถึง ยังรักษาความบริสุทธิ์ของรักไว้ได้
(รักที่บริสุทธิ์คือรักข้างเดียว .. หากรักสมบูรณ์สองข้างมันก็เสียความบริสุทธิ์แล้วแหละ ;)"




Remains of LOVE ... (The flower's color is purple ;-)


***********************************


อังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554




อาจจะดูเหมือนบ้า .. จะใส่หัวลูกโลกไปตามที่ต่างๆ ทำไม .. ไม่เห็นจะช่วยให้รวมโลกได้เลย
.... ไม่ว่าอย่างไร มันคือการแสดงออกอย่างสันติ ชัดเจน และมั่นคง
.... ฉันทำ ในส่วนที่ฉันทำได้
แล้วคนอื่นล่ะ ทำอะไร ?
ทำไมเราถึงไม่ร่วมกันต่อต้านการแบ่งแยกประเทศกันอย่างทุกวันนี้ ?
เห็นหรือไม่ว่าสงครามมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ?
เห็นหรือไม่ว่าสังคมมีภัยอันตรายแฝงอยู่มากแค่ไหน จากการที่คนไม่ถูกปลูกฝังให้รักคน ?
เข้าใจหรือไม่ว่างบประมาณหลายแสนล้านบาทต่อปีที่ใช้กับการทหารนั้น สามารถใช้เพื่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนได้มากแค่ไหน ?
สำนึกหรือไม่ในบุญคุณของโลกทั้งผืน นักวิทยาศาสตร์ทั้งโลก ที่มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน ?
อายสัตว์อื่นหรือไม่ ที่ท่องไปได้เสรีทั่วโลก ขณะที่มนุษย์ถูกกีดกันด้วยความไม่รู้ว่า โลกควรเลิกมีทหาร เลิกมีการบังคับใช้พาสปอร์ต (passport + visa) ?

อยากจะบอกตรงๆ ว่า .. อย่าไปยอมกลุ่มคนที่ได้ผลประโยชน์จากการแบ่งแยกประเทศ .. แต่ก็กลัวเขาโกรธ .. การทำให้คนโกรธ ไม่ใช่วิสัยของคนรักโลก .. แต่บางครั้ง การเตือนสติก็จำเป็น

ขอบคุณ "เพื่อนบัวทอง" ผู้ถ่ายภาพข้างบน

คำคมประจำสัปดาห์
"นักวิทยาศาสตร์ ต้องไม่กลัวกับการลองผิด"

การอยู่อย่างไม่รู้ หรือรู้ไม่จริง .. น่ากลัวกว่าการเกิดความผิดพลาดจากการทดลอง (ตามหลักการของวิทยาศาสตร์)

***********************************


พุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554


สัปดาห์นี้มาทักทายกันวันพุธ แทนที่จะเป็นอังคารอย่างเคย .. เพราะเช้าเมื่อวานต้องเร่งแปลงานส่ง
ต้องได้กินแกงร้อนทุกทีสิเรา .. ไม่จวนตัวก็ไม่เร่งจริงจัง ... แต่ ยังไงก็ทำเสร็จตามกำหนดทุกครั้ง
ก็คงเหมือนกับเรื่องการรวมโลก .. ตอนนี้ผมก็ทำแบบใจเย็นๆ ไปเรื่อยๆ
เดี๋ยวพอใกล้ตาย .. ผมก็รวมโลกสำเร็จในท้ายที่สุดจนได้แหละ
หัวเราะกันเข้าไป .... เดี๋ยวทำได้จริงแล้วจะหนาว  หึ หึ

------------------------------------------------
แต่ ....
ไม่ว่าตัวเองจะตายก่อนได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่
หรือว่าพ่อแม่จะตายก่อนที่เราจะทันได้ทดแทนคุณ
...... มันก็ล้วนเป็นสิ่งที่น่ากลัวพอกัน

---------------------------------------------------

ว่าถึงเรื่องการแปลภาษาเนี่ย .. เป็นงานที่ดูแล้วว่า จำเป็นต้องใช้มันสมองคนทำจริงๆ
เพราะขนาด Google ที่มีโปรแกรมเมอร์ชั้นยอดก็ยังไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีการแปลให้ถูกต้องอย่างสมองมนุษย์ได้
(อย่างไรก็ตาม .. ขอคารวะ Google Translation ที่สร้างคุณประโยชน์อย่างเอนกอนันต์แก่ชาวโลก)

คงเป็นเพราะภาษานั้น คนเป็นผู้เขียนขึ้นมา ถ้าให้คอมพิวเตอร์เขียนเอง มันก็คงแปลของมันถูกอยู่หรอก :)
--------------------------------------------------

หากเปรียบชาวโลกเป็นเหมือนทีมบาส 1 ทีม หรือเป็นครอบครัวโลก 1 ครอบครัว
เราจะเข้าใจว่า .. ทำไม .. เราจึงไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือนกัน .. และไม่ควรทำอะไรเหมือนกัน
เราต้องแบ่งงานกันทำ เพื่อบรรลุผลร่วมกัน ... ถ้าทำอะไรตามกันหมดก็อาจไม่บรรลุ
ดังนั้น .. เมื่อคนส่วนใหญ่ในสังคมยุคนี้ทำงานกันแบบรวมกลุ่ม .. ก็ไม่จำเป็นว่าผมจะต้องไปรวมกลุ่มกับใคร
(แต่ตอนนี้ก็ยังปลาบปลื้มกับการได้ทำงานร่วมกันอยู่นะ .. พี่น้องชาว รพ.เมืองจันทร์)
--------------------------------------------------

ทีวี .. ดูไปก็ทำอะไรกับมันไม่ได้
แต่ .. ธรรมชาติ .. ดูแล้วเข้าใจ และเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างยั่งยืนกับมันได้

----------------------------------------------------

หลักแห่งการ "พอใจ ==> ไร้ทุกข์ .... ทำดี ==> มีสุข" สามารถช่วยให้เป็นสุขได้เสมอ แม้ยามเจ็บป่วย
เพราะแม้ขณะที่ร่างกายทำอะไรได้ไม่เต็มที่นั้น .. มันก็ยังสามารถทำดีที่สุดได้อยู่ดี (เท่าที่จะพอทำได้)
(ทำดีในที่นี้ รวมถึงการดูแลสุขภาพให้กลับมาแกร่ง เพื่อให้สามารถทำอะไรได้มากขึ้น ด้วย)

----------------------------------------------------

จงอย่าทำสิ่งที่ผิด เพื่อสิ่งที่ถูก
จงอย่ากินเหล้าสูบบุหรี่ เพื่อความรื่นเริง
จงอย่าด่าทอผู้อื่น เพื่อให้เขากลับตัวกลับใจ
จงอย่าฆ่าคน เพื่อให้คนเลิกฆ่าคน
จงอย่าปิดถนนให้คนเดือดร้อน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเรียกร้องที่ตนคิดว่าถูกต้อง
จงอย่าทำให้สังคมวุ่นวาย เพื่อให้โลกสงบสุข (บอกตัวเอง)

การทำแต่เพียงสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้น ที่จะสามารถทำให้สังคมเหลือแต่เพียงสิ่งที่ถูกต้องได้


คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าบังคับตัวเองไม่ได้ ... ก็สมควรแล้วล่ะที่จะถูกผู้อื่นบังคับ"

หากรู้จักบังคับตัวเอง .. จะสามารถเอาชนะธรรมชาติและอยู่รอดได้ โดยไม่ต้องถูกใครบังคับให้ทำอะไร

เหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวัน .. ไม่ว่าจะดีหรือร้าย .. ล้วนให้ความรู้ได้ .. หากเพียงเราเปิดใจมองด้วยสติ

***********************************


อังคารที่ 25 มกราคม 2554


ไปกรุงเทพฯ อาทิตย์ที่ผ่านมา บังเอิญได้เข้าชม "พิพิธภัณฑ์อัยการไทย" ที่ตึก "สำนักงานอัยการสูงสุด"
สะดุดตากับมุม "กฏหมายคอมมิวนิสต์" ... แล้วก็ได้อ่านหนังสือ "ชีวประวัติเลนิน"
อ่านดูถ้อยคำ "เลนินดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย และมั่นคงในแนวทางที่ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ต้องการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง"
ช่างคล้ายคลึงกับเรายิ่งนัก .. 55 ไม่เชิง เมื่อก่อนเคยคิดอยู่มั้ง ว่า จะต้องทำให้โลกเห็นว่าฉันรวมโลกได้
แต่วันนี้ ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ในโลกที่รวมแล้ว .. ไม่ว่าใครจะทำมันขึ้นมา หรือว่า ฉันจะมีบทบาทหรือไม่
ใช่ซี้ ... ทำมาสาสมใจแล้วนี่
หึ หึ ... อย่างน้อยก็ได้ประกาศว่า ไม่ส่งเสริมการแบ่งแยกชาติบนโลก .. ไม่ส่งเสริมการมีความสุขบนความทุกข์ของชาวโลก
แต่ ... หากทำไม่สำเร็จมันก็แค่ได้ทำ .. "การทำไม่ได้ แต่ก็ได้ทำ" นั้น คือการทำที่ยังไม่ได้ผล .. เมื่อผลดียังไม่เกิด การกระทำนั้นจะมีประโยชน์แก่ผู้อื่นอยู่หรือ? หรือเพียงให้ตนสบายใจ?

สิ่งที่ต่างกันระหว่าง เลนินกับผมก็คือ ความเปลี่ยนแปลงที่เลนินต้องการเห็น อาจมีเพียงระบอบการปกครอง (มั้ง)
แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ผมต้องการเห็น ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องรวมโลก แต่ยังเป็นเรื่องของ โลกที่มนุษย์ทุกคนอยู่อย่างเป็นสุขทุกขณะด้วยรู้แจ้งเห็นจริงว่า "พอใจ = ไร้ทุกข์ .. ทำดี = มีสุข" ... และการได้อยู่ในสังคมที่ ไม่มีมนุษย์คิดร้าย มุ่งร้าย และ ทำร้าย กันเอง

ความรู้ใหม่อย่างหนึ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือกฏหมายคอมมิวนิสต์ก็คือ
คอมมิวนิสต์คือ "การริบเอาทรัพย์สินส่วนบุคคลทุกอย่างมาเป็นของรัฐ ให้รัฐจัดการบริหาร"
อืมม .. การให้นิยามเช่นนี้จึงดูคล้ายว่า คอมมิวนิสต์คือเผด็จการ หรือเปล่า?


คำคมประจำสัปดาห์
"แม้จะไม่ให้ความสำคัญกับเงิน .. แต่จงอย่าลืมให้ความสำคัญกับงานที่มนุษย์ทำขึ้นมา .. ไม่ว่าจะเป็นการทำเพื่อแลกกับเงินหรือไม่ก็ตาม"





***********************************


อังคารที่ 18 มกราคม 2554


แม้มนุษย์ (ส่วนหนึ่ง) จะพยายามเข้าใจธรรมชาติ และทำในสิ่งที่เหมือนฝืนธรรมชาติได้
.... แต่ดูแล้ว .... วิถีชีวิตส่วนใหญ่ของมนุษย์ในเมือง เหมือนจะทำให้สวัสดิภาพของชีวิตไม่ยั่งยืน
มนุษย์จะสู้ธรรมชาติได้เมื่อมนุษย์ไม่ฝืนธรรมชาติ
หากเราอยู่กับธรรมชาติ เข้าใจธรรมชาติ ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ เฉพาะเท่าที่จะไม่ไปทำลายสมดุลของธรรมชาติ .. ชีวิตก็น่าจะอยู่ได้อย่างสุขสบายอย่างยั่งยืน
วันนี้ .. ดูเหมือนจะมีธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ให้เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ... นั่นคือ ธรรมชาติของสัตว์ ที่เรียกว่า มนุษย์
เป็นธรรมชาติที่หลากหลาย ซับซ้อน และค่อนข้างเอาแน่เอานอนไม่ได้

-------------------------------------------------
จิตคนเรานั้น มักชอบคิดให้จิตอื่นๆ .. คิดแทนสิ่งอื่นๆ ความรู้สึกของคนอื่นๆ
ลองสังเกตดู .. อย่างเช่นตอนอธิษฐาน เราก็มักจะคิดว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นคุยกับเราได้ .. แท้จริงสิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดอยู่เพียงในจิตของตน

-------------------------------------------------
เพื่อให้หน้าเว็บนี้โหลดได้เร็วขึ้น
ผมจึงได้ตัด บทบันทึก ที่เขียนขึ้นก่อนวันที่ 22 ธันวาคม 2552 ไปไว้อีกหน้าเว็บหนึ่ง
หากต้องการเข้าดูบทบันทึกเก่าๆ เหล่านั้น โปรดคลิ้กที่นี่


คำคมประจำสัปดาห์
"การให้อะไรแก่คนที่เรารัก หรืออยากให้ .. ก็เหมือนให้แก่ตัวเอง"

(มันจึงอาจไม่ได้หมายถึงความงดงามในจิตใจที่ชอบเป็น "ผู้ให้")


***********************************


อังคารที่ 11 มกราคม 2554


ทฤษฎีสัมพัทธภาพ (Theory of Relativity)
หลักการพื้นฐานของทฤษฎีนี้กล่าวถึงว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบ
ชีวิตมนุษย์ หากเทียบกับมนุษย์ด้วยกัน เราอาจเสียใจที่อยู่ดูโลกได้ไม่นาน
แต่หากเทียบกับสุนัข .. เราก็ผ่านโลกมามากพอแล้ว
.... ใครที่สนใจเรียนรู้ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ควรได้ดูวีดีโอชุดนี้ (มีหลายตอน)
http://www.youtube.com/watch?v=30KfPtHec4s

------------------------------------------
ธรรมชาติ
ทำไมมนุษย์ชอบเปลี่ยนธรรมชาติ
กลิ่น เราก็ชอบปรุงแต่ง, อุณหภูมิ เราก็ชอบควบคุม, ความตายของตัวเอง เราก็พยายามควบคุม
แล้วก็คิดที่จะควบคุมการเกิดใหม่ของตน ... โชคดีที่ไม่มีใครควบคุมได้

------------------------------------------
อิสรภาพ
ทำไมลูกๆ ไม่ค่อยปรึกษาปัญหากับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่จำกัดอิสระมาชั่วชีวิต
ทำไมสามี มักไม่ค่อยบอกทุกเรื่องกับภรรยา เพราะภรรยาชอบจำกัดอิสรภาพ
หากทุกคนได้มอบอิสรภาพแก่กัน (พร้อมด้วย ความรัก และ ความรู้) โลกคงจะสงบสุขขึ้นมากๆ
เพื่อนชาวโลกเอ๋ย .. ทำเถิด ในสิ่งตนเองคิดว่าควรทำ ..

คำคมประจำสัปดาห์
"ชีวิตที่รู้รักแต่ไร้คู่ ยังดีกว่าชีวิตคู่ที่อยู่อย่างไร้รัก"

"ทุกสิ่งเป็นจริงได้ ในความคิดฝัน"




มันกลับมาแล้ว   หึ หึ หึ


***********************************


จันทร์ที่ 3 มกราคม 2554

สวัสดีปีใหม่ 2554
ขอแสดงความยินดีกับทุกคนที่อายุยืนขึ้นอีกปี



คำคมประจำสัปดาห์
"รักแท้ คือความรักแบบพิเศษที่มอบให้แก่คนเพียง 1 คน ซึ่งเป็นคนที่เรามั่นใจว่าเขาก็ได้มอบรักแบบพิเศษนั้นให้แก่เราเพียง 1 คน เช่นกัน"


***********************************


จันทร์ 27 ธันวาคม 2553


และแล้ว ผลการโหวต Thailand's Got Talent ก็ออกมา   ปรากฏว่าได้เพียง 24 คะแนน .. ไม่เพียงพอที่การรวมโลกของเราจะเข้ารอบต่อไป (เขาคัดเอา 100 คลิปแรกที่ได้คะแนนสูงสุด ของเรารู้สึกจะต้องการอีกประมาณ 200 คะแนน แหะ แหะ)

บางที การที่คนเรามักผิดหวัง ก็เพราะเราหวังเกินกว่าสิ่งที่เราทำ

อย่างเช่น ตอนถางหญ้า เราก็อยากให้มันเสร็จเร็ว แต่ความจริง หญ้าที่โดนจอบถางแต่ละครั้งเท่านั้น ที่ถูกเคลียร์ออกไป
หรืออย่างตอนวิ่งแข่ง เราก็ฝันไปว่าจะสามารถไปถึงเส้นชัยได้ในบัดดล แต่ความจริง เราก็ไปได้แค่ทีละก้าว
การรวมโลกก็เช่นกัน .... ในเมื่อแต่ละวัน ผมไม่ได้ทำอะไรมากมายในช่วงนี้ ย่อมไม่อาจเห็นความคืบหน้าของงานรวมโลกได้

------------------------------------------------------
เมื่อคืนวันเสาร์มีคอนเสิร์ต "ไหมไทย ใจตะวัน" ที่โลตัสแถวบ้าน .. อยากไปดูมาก แต่ด้วยคนชอบพูดกันว่าวัยรุ่นแถวนี้มักตีกันในงานแบบนี้ (หนังช่อง 7 คืนนั้นก็มีแต่ฉากยิงกันอีก) .. ก็เลยไม่กล้าไป
ทำไมงานรื่นเริงเช่นนี้คนต้องตีกันด้วยหว่า .. ใครหนอ (อะไรหนอ) ช่างเสี้ยมสอนให้คนทะเลาะ/ทำร้ายกัน


คำคมประจำสัปดาห์
"หากตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทำอะไรดี จงเลือกทำในสิ่งที่ส่งผลดีต่อโลกมนุษย์โดยรวมมากกว่า"


***********************************


จันทร์ 20 ธันวาคม 2553


เมื่อวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมาได้ร่วมลงแข่งวิ่งกีฬาสาธารณสุขศรีสะเกษ ระยะ 100 เมตร, 800 เมตร, 4x400 เมตร, 4x100 เมตร, และ 400 เมตร
ไม่ได้เหรียญอะไรเลยซักอย่าง
พอวิ่งแข่งจริงๆ มันมิเป็นอย่างที่คิด .. เราไม่ได้เป็นอัจฉริยะ (สำคัญผิดว่าตัวเองเร็วกว่า ยูเซ็ม โบลต์ 55) .. และก็ไม่ได้อ่อนแอกว่าคนทั่วไป .. เป็นเพียงแค่คนธรรมดา


คำคมประจำสัปดาห์
"ยิ่งฝึกฝน ยิ่งค้นพบ"

"การได้รู้จักคำว่าแพ้ ดีกว่าการไม่รู้ศักยภาพของตนเอง"


***********************************


จันทร์ 13 ธันวาคม 2553


แจ้งข่าวอัพเดทก่อนนะครับ
- แข่งบาส .. เล่นได้ดีนัดเดียว .. ที่เหลือ แย่ .. สุดท้ายทีม รพ. เมืองจันทร์ จอดแค่รอบสอง ... แต่ข่าวดีคือ หัวเข่าที่ย่ำแย่ก่อนแข่ง .. หลังฝืนแข่งบาสไป 4 นัด พร้อมแข่งปั่นจักรยานอีก 9 กม .. ตอนนี้ หลังได้พักสองวัน เริ่มรู้สึกว่าจะเดินได้โดยไม่เสียวเข่าแล้วครับ
- ร่วมประกวดร้องเพลง รพ.เมืองจันทร์ .. ไม่ได้รางวัลอะไรเลย .. แต่ได้ร้องในเนื้อหาที่อยากถ่ายทอดสมใจ 55
- จากนี้ไป .. มีห้องพักให้นอนที่ รพ. เมืองจันทร์แล้ว .. คาดว่าจะนอนคืนวันจันทร์ พุธ ศุกร์    ที่เหลือกลับมานอนบ้านสวนแห่งนี้ .. จากนี้ไปจึงขออัพเดทเว็บทุกเช้าวันจันทร์แทน

มีเรื่องขอความร่วมมือ/ช่วยเหลือครับ
ในฐานะแฟนเว็บ GoodJai .. ผมขอสันนิษฐานว่าท่านน่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดรวมโลก (รวมทุกประเทศบนโลกเป็นหนึ่งเดียว)
ดังนั้น .. ช่วยกันหน่อยนะคับ
เรื่องของเรื่องคือว่า
ผมได้ทราบข่าวว่ามีการจัดแข่งขันประกวด "Thailand's Got Talent"
ผมไปสมัครแข่งด้วยตัวเองที่กรุงเทพไม่ได้ .. และถึงไปได้ก็ไม่รู้จะมี Talent (พรสวรรค์) อันใดไปโชว์
บังเอิญว่าเขามีให้สมัครออนไลน์โดยส่งคลิปวีดีโอเข้าประกวดด้วย
ผมก็เลยส่งคลิปที่ผมเคยทำไว้ใน Youtube ตอนรณรงค์ด้วยหัวข้อว่า "ถ้าเหล่าผู้นำไม่เจรจารวมโลก .. เราจะโดด!" ส่งเข้าประกวด   โดยให้คำอธิบายไปว่า "นี่คือการแสดงความสามารถในการรวมโลก (ซึ่งยังทำไม่สำเร็จ)"
ทีมงานผู้คัดเลือกคลิปก็ช่างใจดี .. ยอมเอาไปลงให้ผู้คนได้โหวตกัน
ดูเหมือนจะมีคลิปเข้าประกวด 200 กว่าคลิป ... เขาจะคัดเลือกผู้ได้คะแนนโหวตสูงสุด 100 คลิปแรก ให้เข้ารอบต่อไป
จึงขอเชิญชวนท่านที่คิดว่า แนวทางนี้น่าจะพอมีส่วนช่วยรวมโลกได้ ช่วยไปโหวตให้กันหน่อย
วิธีการโหวตนั้นก็คือ ท่านต้องสมัครเป็นสมาชิกของ Facebook ซะก่อน
จากนั้นก็ Login เข้า Facebook ของท่าน แล้วก็พิมพ์ URL นี้ลงในช่องใส่ชื่อเว็บ (ก้อปแล้ววางแล้วกด Enter ได้เลย) http://apps.facebook.com/tgt_audition/index.php?a=video&vid=320
เท่านี้ท่านก็น่าจะเจอกับคลิปวีดีโอที่ผมส่งประกวด และสามารถกด Vote ให้ผมได้
แต่ถ้าวิธีนี้ไม่เวอร์ค
ก็ไปที่เว็บ www.thailandgottalent.tv
คลิกที่ตัวหนังสือที่เขียนตัวใหญ่ๆ ว่า "Online Audition (ชมคลิปที่เข้าร่วมประกวดออนไลน์ คลิกที่นี่)"
แล้วก็จะปรากฏหน้าต่างให้ท่านล็อกอินด้วย username และ password เข้า Facebook ของท่าน
พอเข้าไปท่านจะเห็นคลิปวีดีโออยู่ 16 คลิปในหน้าแรก (คลิปของผมก็จะอยู่ที่หน้าแรกนี้แหละครับ เพราะเขาเรียงลำดับตามการอัพโหลด
ท่านก็โปรดคลิกดูวีดีโอของผม ซึ่งสังเกตได้จากมีผมตัวเล็กๆ ยืนอยู่กลางสะพานข้ามคลองเล็กๆ ใน ม.เกษตร
แล้วก็จะมีปุ่มให้กด Vote อยู่ทางมุมล่างซ้าย
เท่านี้ คะแนนโหวตที่อยู่มุมล่างขวาของผมก็จะเพิ่มขึ้น
(สถานะตอนนี้ ที่ 1 ดูเหมือนเขาจะได้ 800 กว่าโหวต .. ส่วนผมมี 6 โหวต)

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกโหวตครับ (บางทีคะแนนนี้อาจเห็นผลกว่าตอนลงสมัครผู้ว่า กทม.)
แต่ถ้าท่านติดขัดประการใด ช่วยวิธีนี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องกังวลใจนะครับ
เรามีวิธีการให้รวมโลกได้เยอะแยะไป
ขอเพียงอย่ายอมแพ้ ... ได้เห็นแน่ .. โลกที่ผู้คนเดินได้อย่างเสรีรอบโลก .. ภายในชีวิตนี้

คำคมประจำสัปดาห์
"หากโลกทั้งใบสงบสุข .. ไม่ว่าจะเกิดใหม่ในมุมใดของโลก ย่อมมีชีวิตที่สงบสุข"

"การมีแผนสู้รบ คือการยอมรับความชอบธรรมในการทำร้ายกันเองของมวลมนุษยชาติ"


***********************************


อังคาร 7 ธันวาคม 2553


เมื่อวานร่วมแข่งกีฬาสาธารณสุขของจังหวัดศรีสะเกษ 2 รายการ
ปั่นจักรยานได้ที่ 6 จากประมาณ 40 คนในรุ่นเดียวกัน (อายุ 30-39 ปี)
แข่งบาสเก็ตบอล .. ทีม รพ. เมืองจันทร์ ชนะ รพ. ราษีไศล .. เย้ (ทำแต้มได้พอสมควรด้วยน้าา)
ดูท่าสังขารจะยังดีอยู่นะเนี่ย
------------------------------------------------

อินเตอร์เน็ตจะทำให้โลกเสรีเป็นจริง
เมื่อก่อนผมเคยนึกเสียดายมากที่สูญเสียแผ่น MP3 เพลงร็อคเก่าๆ ไป
เคยนึกเสียดายที่ผมหาซื้อวีดีโอบาสเก็ตบอลของ Michael Jordan มาดูไม่ได้
บัดนี้ ... สิ่งเหล่านั้นมีให้ดูให้ฟังได้มากมายใน
Youtube
จากการที่มนุษย์แบ่งปันอะไรต่างๆ ให้กันฟรีๆ เช่นนี้
ผมเริ่มได้คิดว่า Youtube เป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่จะช่วยทำให้ทุกประเทศบนโลกรวมเป็นหนึ่งเดียวได้สำเร็จ
Facebook ก็เช่นกัน
นอกจากจะแบ่งปันแล้วก็ยังได้พูดคุยทำความรู้จักมักคุ้นกัน
แล้วชาวโลกก็จะพบว่า ผู้คนบนโลกล้วนมีจิตมีใจคล้ายๆ กัน
ชาวโลกจะซาบซึ้งบุญคุณกันมากขึ้น
ตัวผมเองที่ได้รับการแบ่งปันผมยังซาบซึ้งเลย
ค่อยๆ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ บนอินเตอร์เน็ตเพื่อไปสู่ฝันแห่งการรวมโลกด้วยกันนะครับ
ประเทศต่างๆ อาจจะยังพยายามจำกัดเสรีภาพในการใช้เน็ต .. แต่สักวัน .. กลุ่มคนที่เป็นผู้ปกครองประเทศจะได้สำนึกจากการท่องอินเตอร์เน็ต

ก่อนจาก ขอฝากเทคนิคดีๆ ที่ผมพึ่งค้นพบจากการใช้ Youtube
บังเอิญชอบเพลง เพลงนึงมาก ... "ลึกซึ้งแต่ไม่ถึงแฟน" ของน้องครีม พิมวลัย (จากการได้ยินโดยบังเอิญ)
ก้อเลยอยากเก็บไว้ฟังในมือถือ
จึงใช้เว็บไซต์ www.keepvid.com เพื่อดาวน์โหลด
ปรากฏว่า พบว่าถ้าดาวน์โหลดวีดีโอประเภทที่แปลงจาก VCD คาราโอเกะมา ในรูปแบบไฟล์ .3gp ด้วย keepvid เนี่ย จะได้เฉพาะเสียงดนตรีของเพลง ไม่ติดเสียงนักร้องมาด้วย
(แต่ถ้าเลือกประเภทไฟล์เป็น MP4 จะติดเสียงมาด้วย)
เท่านี้เราก็ได้ดนตรีคาราโอเกะมาไว้ประกวดร้องเพลงกันแล้วใช่มั้ยล่ะ
(พี่น้องชาวเมืองจันทร์ทำกันเองได้ใช่มั้ย .. รอ IT ทำให้ไม่ทันประกวดแน่)

คำคมประจำสัปดาห์
"ธรรมชาติของมนุษย์คือการชอบแข่งขัน ... ไม่งั้นมันไม่เข้าป้ายเป็นอันดับหนึ่งตั้งแต่ตอนเป็นสเปิร์มหรอก ว่ามั้ย :)"


***********************************


อังคาร 30 พฤศจิกายน 2553


คนเป็นโรค ก็สุขได้ .. คนไม่เป็นโรค ก็ทุกข์ได้
เรามักจะมองกันว่า ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลคือคนที่น่าสงสาร เพราะต้องทุกข์ทรมานกับโรค
แต่ บางที เขาอาจจะทุกข์เพราะอยากหายจากโรค
บางที .. วิถีการบำบัดผู้ป่วยในโรงพยาบาล อาจไม่ตรงกับวิถี "ธรรมโลก" ของเรา
(แต่อาจจะดีกว่าของเรา .. อิ อิ .. จงศึกษาและครุ่นคิดต่อไป)

--------------------------------------------------------

เงินจะเสื่อมค่าของมันไปเอง

อีกหน่อย .. คนทุกคน (หรือครอบครัวทุกครอบครัว) คงจะมีความรู้ความสามารถที่จะพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งใคร (ด้วยทรัพยากร ความรู้ เครื่องมือ ต่างๆ ที่มนุษย์สั่งสมกันมานี่แหละ)
และเมื่อนั้น .. ก็จะไม่มีใครทำงานเพราะต้องการเงิน
จะมีแต่คนที่ทำงานเพื่อพัฒนาสังคมไป ตามเวลาว่างที่ตนเองมี
ทุกผู้คนจะรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเสรีภาพที่เงินซื้อไม่ได้
แล้วเงินก็จะเสื่อมค่าของมันไปเอง .. โดยไม่ต้องบอกสอนกันว่า "อย่าเห็นแก่เงิน"
หรือเปล่า ?
หรือการรวมตัวกันของมนุษย์เพื่อทำงานใหญ่ๆ ร่วมกันให้สำเร็จ จำเป็นต้องใช้เงินเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน ?


เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีที่ได้ถูกรับเป็นน้องใหม่ที่คณะวนศาสตร์ .. ขอพูดถึงหลักสูตรการสอนของคณะหน่อย
การทำงานของชาวป่าไม้ มักจะเน้นให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่า
แต่ชาววนศาสตร์เองกลับไม่ได้เรียนวิชาการอยู่ร่วมกับป่าอย่างเป็นกิจลักษณะ
ภาควิชาของเราได้แก่ "ปลูกป่า", "สัตว์ป่า", "ลุ่มน้ำ", "จัดการป่า", "ตัดไม้", "แปรรูปไม้", "เที่ยวป่า", "ชีวป่า", "ป่าไม้ชุมชน", (อะไรอีกมั่งหว่า) .... โดยไม่มีวิชาพรานไพร หรือวิชาที่เรียนรู้วิถีการอยู่กับป่าจริงๆ
ตอนฝึกงาน น่าจะมีแบบทดสอบ ให้อยู่ในป่าโดยไม่ต้องใช้เงิน และต้องไม่ทำลายสภาพธรรมชาติให้เสียสมดุล ... เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า คนสามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนจริงหรือไม่?

คำคมประจำสัปดาห์
"ความรู้ไม่ได้อยู่กับเราตลอด ... รู้แล้วจงเผื่อลืม"



เป็นเวลาเพียง 5-6 เดือน .. บักสีดาก็เริ่มให้ผล .. แคก็ออกดอก .. ข้าวก็ออกรวง .. บัวก็ออกฝัก .. มะรุมก็แตกยอด .. อ้อยก็งดงาม


***********************************


อังคาร 23 พฤศจิกายน 2553


เหตุผลหนึ่งที่เคยบอกว่า พึงบูชาความดี มิใช่บูชาคนดี
ก็เพราะ ความดีที่แสดงออกมา (ไม่ว่าจะโดยการทำหรือพูด) จากคนที่เราคิดว่าดีนั้น อาจเป็นสิ่งที่เขาจดจำมาจากผู้อื่น มิได้เกิดจากความรู้ที่แท้จริงของเขา ดังนั้น หากเราเกิดไปเห็นการกระทำที่ไม่ดีตามความรู้จริงๆ ของเขา เราก็อาจจะพาลเสื่อมศรัทธาในสิ่งที่เป็นความดีที่เคยเห็นเขาปฏิบัติ และเข้าใจไขว้เขวว่า นั่นไม่ใช่ความดีที่แท้จริง
พึงเข้าให้ถึงเหตุผลด้วยตนเอง ว่าการกระทำไหนดี การกระทำไหนไม่ดี โดยไตร่ตรองว่าทำแล้วส่งผลอย่างไร

--------------------------------------------------

หรือว่า คำสอนที่ว่า "เรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น" จะไม่ถูกต้อง
หรือบางทีเราควรจะ "เรียนเป็นเล่น เล่นเป็นเรียน"
กล่าวคือ ผสมผสานให้มีการกระทำที่ได้ทั้งความรู้และความบันเทิงเกิดขึ้นในกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
การจริงจังกับอะไรมากไปจะทำให้เครียดสะสมมั้ย
แต่ถ้าหากทำเล่นๆ ก็อาจส่งผลให้ทำอะไรไม่สำเร็จ หรือผิดพลาด
..... ยานอวกาศก็อาจหล่นก่อนได้ออกนอกโลก ... หมอก็อาจรักษาผู้ป่วยไม่ทันเวลา
คงจะต้องหาความเหมาะสมในการผสมผสานการกระทำที่ได้ผลสัมฤทธิ์พร้อมกับการเป็นสุขในทุกขณะ

---------------------------------------------------

รายงานความคืบหน้า (คืบหลัง) เรื่องการวิ่งไปทำงาน
ตอนนี้หยุดแล้วครับ
ตั้งแต่ไป OD และไปประชุมต่อที่ กทม. กลับมาก็ยังไม่ได้วิ่งระยะ 12 กม.เช่นนั้นอีกเลย
เพราะรู้สึกว่าเข่าแย่มาก .. ตอนนี้แค่เดินยังรู้สึกเสียวกระดูกอ่อนรองหัวเข่า
อาการก็คล้ายๆ กับตอนที่เล่นบาสติดต่อกันช่วงก่อนจะกลับจาก กทม.
ความแก่มีจริง ... สังขารร่วงโรยได้จริง (แต่ก็อาจจะฟื้นคืนได้จริง .. เกิดใหม่เหอะ 55)
ขอพักฟื้นก่อนดีกว่า .. เดี๋ยวร่วมแข่งกีฬาสา'สุข ศรีสะเกษ (6-18 ธ.ค.) ไม่ได้

คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าไม่ประมาท โอกาสพลาดก็เป็นศูนย์"

คิดตอนตักส้วม เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว

***********************************


อังคาร 16 พฤศจิกายน 2553


ความรู้บางอย่าง มนุษย์ในโลกยุคปัจจุบันก็อาจจะไม่จำเป็นต้องรู้อีกต่อไป
(หรือเป็นความรู้ที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรู้ .. เพราะสังคมเราใช้วิธีแบ่งงานกันทำ)
เช่น ความรู้ว่าจะทำกรรไกรตัดเล็บยังไง, ทำคอมพิวเตอร์อย่างไร, ฯลฯ
เราอาจต้องหาความรู้เพียงแค่ว่า จะใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างไรให้ดียิ่งขึ้นไป
----------------------------------------------------

โลกยุคพระศรีอาริย์จะมีแต่คนสวยคนหล่อทั้งนั้นเลยใช่มั้ย
แล้วถ้าหากว่า โลกในตอนนี้ ทุกคนสามารถทำหน้าทำรูปร่าง ให้สวยให้หล่อได้
แล้วเขาจะทำกันไหม
อาจจะไม่
เพราะทุกวันนี้หลายคนก็ปล่อยตัว เหมือนไม่สนใจเรื่องรูปลักษณ์ของตนเอง

... ทำไมคนเราจึงต่างกัน
... ทำไมจิตใจมนุษย์จึงไม่สวยงามเหมือนกัน
... ขนาดคนรูปร่างหน้าตางดงาม ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะมีจิตใจสวยงาม
(เช่นเดียวกัน คนที่รูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์ ก็ไม่อาจบอกได้ว่ามีจิตใจชั่วร้าย)


คำคมประจำสัปดาห์
"การกระทำของคน คือสิ่งที่บ่งบอกจิตใจคน"



ได้มีโอกาสไปขึ้นป้ายโฆษณา "สำนักงานรวมโลก" เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


***********************************


จันทร์ 8 พฤศจิกายน 2553


มนุษย์ชอบทำอะไรที่ตนเองได้ควบคุม
ไม่ชอบทำอะไรที่เหมือนถูกบังคับควบคุม
เช่น การทำงานที่เหมือนจำเป็นต้องทำ
ขณะที่งานที่ไม่ต้องทำ แต่อยากทำ จะสนุกในการทำมาก
ดังนั้น งานส่วนใหญ่ทุกวันนี้จึงไม่ค่อยน่ารื่นรมย์สำหรับมนุษย์ .. เพราะมีมนุษย์ส่วนใหญ่ที่ถูกควบคุม และมีมนุษย์ส่วนน้อยที่ได้เป็นผู้ควบคุม (แต่ตัวเองก็ถูกควบคุมด้วยปัจจัยต่างๆ เช่นกัน)
แต่มนุษย์ที่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เพื่ออะไร ย่อมได้ควบคุมตัวเอง

-------------------------------------------

อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่เกือบทุกคนที่ รพ. เมืองจันทร์ ซึ่งเป็นกิจกรรม OD (Organization Development) ที่เขาจัดประจำทุกปี
เราไปทำกิจกรรมกันที่ภูเขางามรีสอร์ท จ.นครนายก และ อ่าวพร้าวบีช รีสอร์ท ที่เกาะกูด จ.ตราด
สถานที่อันสวยงามมิอาจเทียบได้กับบรรยากาศครื้นเครงที่มนุษย์เมืองจันทร์รังสรรค์ขึ้น ;)
ข้อดีของ OD คือ การได้เห็นน้ำใจกันทำให้เกิดความรักสมัครสมาน .. การได้หยอกล้อกันทำให้คุ้นเคย (พระท่านว่า ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง)
แต่การได้เห็นการกระทำตามความอยากที่อาจเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ปุถุชน (เหมือนกระผม ;) ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อกันได้


คำคมประจำสัปดาห์
"ความรักเป็นเรื่องของอิสรภาพ .. จึงมิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยการบังคับหรือกดดันใดๆ"



อยากบอกน้องกะปอยกะน้องกะติ๊บ (ผู้ไม่เคยเข้าดูเว็บนี้ ;) ว่ารีสอร์ทในเมืองไทยก็สวยไม่แพ้ Fancourt Hotel ที่แอฟริกาใต้สักเท่าไร



สมาชิกชมรมรวมโลกรายล่าสุด



สมาชิกรายล่าสุดแห่งบ้านสวนใจดี


***********************************


อาทิตย์ 31 ตุลาคม 2553


และแล้ว คนเราก็มีเวลาออกกำลังกายได้ถึงวันละ 4 ชั่วโมง

ผมเปลี่ยนพาหนะในการเดินทางไปทำงานอีกแล้วครับ
หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจมาพักนึง (ระหว่างนั้นก็ขี่มอไซค์ไปทำงานหลังจากที่จักรยานไม่สมบูรณ์)
และแล้วผมก็วิ่งไปทำงาน .. ตอนนี้ก็วิ่งมา 4 วันแล้ว   เริ่มหายปวดน่อง แต่รู้สึกเหมือนปวดหัวเข่า
ระยะทาง 12 กม. โดยประมาณ
เริ่มวิ่งออกจากบ้านตอนเช้าก็เกือบๆ ตี 5 ไปถึงโรงบาลวันแรกก็ 7 โมงกว่า ล่าสุดดูเหมือนจะไปถึงตอน 6 โมง 40 นาที
ที่โรงบาลมีห้องน้ำให้อาบน้ำเยอะแยะ มีที่ตากผ้าด้วย
ขากลับก็ออกจากที่ทำงานประมาณ 5 โมงครึ่ง ถึงบ้านก็ประมาณทุ่มครึ่ง .. ความมืดไม่เป็นอุปสรรคในการวิ่งเท่าไรนัก
หวังว่า วิ่งเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ร่างกายผมจะแกร่งขึ้นอีกระดับหนึ่ง .. ปอดแข็งแรง .. ผมขึ้น 55
(ปล. วิ่งต่อเนื่องรวดเดียวไม่ไหวหรอกนะครับ ผมก็วิ่งๆ เดินๆ แวะกินตะขบ ใบกระถินข้างทางไปเรื่อยแหละ)

หลายคน อาจจะบ่นว่า ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
แต่คิดดูสิครับ ถ้าเราเอาเวลาในการเดินทางมาใช้ออกกำลังกาย .. เราก็น่าจะมีเวลาออกกำลังกายกันได้ถึงวันละ 4 ชั่วโมง


คำคมประจำสัปดาห์
"จงรักษาชีวิตไว้เถิด .. เพราะแม้อาจจะเกิดใหม่ได้    แต่มันต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเองและผู้อื่นได้ใหม่"



บรรยากาศตอนวิ่ง



เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ใบบัวจะเต็มสระ :) อย่าเห็นดอกบัวเป็นกงจักร


***********************************


อาทิตย์ 24 ตุลาคม 2553


หลายพื้นที่น้ำกะลังท่วม ... แต่ที่นี่ อำเภอเมืองจันทร์ และอำเภออุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ น้ำไม่ท่วม
น้ำท่าอยู่ในระดับพอดี ไม่ขาดไม่เกิน
โลกมนุษย์ไม่เคยมีสภาพที่ไม่น่าอยู่ทั่วทั้งโลกในเวลาเดียวกัน (อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตผมเนี่ย)
หากเรารวมทุกประเทศบนโลกเป็นหนึ่งเดียว .. และอยู่กันอย่างแบ่งปัน แทนการครอบครองผืนดินเป็นของใครของมัน .. ปัญหาน้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติในบางพื้นที่ ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ... เพราะโลกทั้งใบจะเป็นดั่งบ้านของเรา
------------------------------------------

หลายคนทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย .. หรือเบื่อ
เช่น งานรีดผ้า ... ก็แล้วจะไปรีดทำไม .. ไม่เห็นจำเป็นเลย ใช่มั้ย
แล้วซักผ้าล่ะ .... จำเป็นเนาะ
บางที .. มนุษย์อาจชอบใช้สมองคิดค้นเครื่องมือมาช่วยทำงาน มากกว่าการทนทำงานอย่างเดิมๆ ... เหมือนเดิม ... ทุกวันๆ
แต่ถึงแม้จะคิดค้นเครื่องมือมาช่วยไม่ได้ .. ก็สามารถคิดท่าซักผ้าใหม่ๆ มาทำให้งานมันไม่น่าเบื่อได้นะ
แต่เมื่อเช้าผมก็ไม่ได้คิดค้นท่าใหม่หรอกนะครับ
เมื่อเช้าซักผ้าไปร้องเพลงไป .. แม้จะใช้เวลาซักผ้านานกว่าทุกครั้ง .. แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว .. ไม่มีอะไรน่าเบื่อ
--------------------------------------------------

เมื่อเช้า (ตอนตากผ้ามั้ง) แว่วเสียงพระเทศน์และอวยพรให้ญาติโยมที่มางานตักบาตรเทโว ว่า
"ขอให้ร่ำรวยกันทุกคน"
จะรวยได้รึ หากไม่มีใครจน .. ความรวยที่ผู้คนเข้าใจกันนั้น หมายถึงมีเงินมากกว่าคนทั่วไปใช่มั้ย
งั้นคนทั่วไปก็ต้องจนกว่าตัวเองสิ
หากเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องความรวยเป็นว่า .. หมายถึงการสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ลำบาก .. อันเนื่องจากมีความรู้, มีข้าวปลาอาหาร, มีความพึงพอใจในสภาพที่เป็นอยู่, ฯลฯ .. ก็น่าจะพอเป็นไปได้ว่าทุกคนจะรวยด้วยกันหมด


คำคมประจำสัปดาห์
"ชีวิตที่อยู่เพื่อช่วยเหลือสังคม .. ย่อมไม่ต้องกังวลว่าจะมีวันใดที่หมดปัญญาดูแลตัวเอง"




***********************************


อาทิตย์ 17 ตุลาคม 2553


กาลเวลาเปลี่ยนไป .. สถานการณ์, สถานที่, ผู้คน, สิ่งแวดล้อมรอบตัว ต่างเปลี่ยนแปลงหลากหลาย
หลายสิ่งใหม่ๆ ล้วนน่าตื่นใจกับการได้พานพบ
หากแต่ความรู้สึกนั้นก็ยังคงไม่มีอะไรใหม่ .. ยังคงเป็นความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเช่นเดิม
----------------------------------------------------

แม้ไม่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต .. เราก็ยังสามารถหาความรู้ใหม่ๆ ได้
แต่การมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ก็ช่วยให้เราได้คำตอบที่ต้องการได้โดยง่ายและรวดเร็วขึ้น
แต่บางทีความรู้ที่หาไปเรื่อยก็อาจไม่ใช่ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้ .. และจะเป็นความรู้ที่ถูกลืมและไม่ได้ใช้ประโยชน์
---------------------------------------------------

หากโลกต้องการให้มีเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์เหลืออยู่บนโลก .. โลกคงไม่มีสรรพชีวิตมากมายเช่นนี้
ดังนั้น หากมนุษย์ทำลายความหลากหลายที่โลกสร้าง .. บางที .. โลกอาจเลือกที่จะเสียเผ่าพันธุ์มนุษย์ แทนที่จะเสียอีกหลายเผ่าพันธุ์
----------------------------------------------------

วันนี้ขอคุยอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า มนุษย์ไม่มีใครเลว
หากแบ่งคนเป็นคนดี คนเลว .... คนที่เลวก็คงเลวทั้งชีวิต
การที่คนกลับตัวได้ก็เพราะความรู้
ดังนั้น มนุษย์จึงควรถูกพิจารณาที่ความรู้ที่เขามี
ไม่มีคนดี คนเลว .. มีแต่การกระทำที่ดี หรือเลว
คนเรา ถ้ารู้อย่างถูกต้อง ก็ทำได้ดี .. ถ้ารู้ผิดๆ ก็อาจทำในสิ่งที่ถือว่าเลว
แต่การกระทำอย่างเดียวกัน อาจมีผู้เข้าใจว่าดีหรือเลวต่างกัน
ผลที่เกิดขึ้น อาจต้องดูระยะยาว
---------------------------------------------------


คำคมประจำสัปดาห์
"หากเขารู้ ว่าการทำให้สังคมเดือดร้อน จะส่งผลร้ายต่อเขาเหมือนอย่างการที่เขาเอาหัวโขกเหลี่ยมเสา
.... เขาก็คงจะเลิกทำร้ายสังคม .... เหมือนอย่างที่เขาไม่มีวันเอาหัวโขกเหลี่ยมเสา"


***********************************


อังคาร 12 ตุลาคม 2553


หลังจากที่จักรยานคอหัก แล้วก็เอาไปเชื่อม แต่คอรถก็ไม่เที่ยงตรงอย่างเดิม .. จึงเปลี่ยนมาขี่มอเตอร์ไซค์
การขี่มอไซค์ไปทำงานเนี่ย ฟามคิดออกจะไม่ค่อยบรรเจิด เนื่องจากไม่มีช่วงจิตว่างล่ะกระมัง
แต่ก็ได้เห็นว่า .. มันไม่เลวเท่าไรที่เราจะฝึกฝนใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ (มอเตอร์ไซค์) ที่ชาวโลกช่วยกันคิดค้นมา เพื่อให้ใช้การได้ดีในยามที่จำเป็น

การทำงานในช่วงนี้ก็ทำได้ดีขึ้น มีความรู้มากขึ้น ทำงานต่างๆ ให้โรงพยาบาลได้มากขึ้น
แต่บางทีก็รู้สึกว่า ยังทำงานไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร .. ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากเครื่องมือและความพร้อม
บางที .. หากเรายังทำงานตามลำพัง โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือ (คอมพ์) ที่เตรียมพร้อมไว้อย่างดี .. เราอาจจะทำงานได้มากขึ้น ศึกษาเรียนรู้อะไรต่างๆ ได้เร็วขึ้น
.... แต่ความรื่นเริงบันเทิงใจอาจจะลดน้อยลงนะ ... บางที .. มนุษย์อาจเกิดมาเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น .. พร้อมๆ กับอยู่อย่างสิงห์เดี่ยว


คำคมประจำสัปดาห์
"ความสนุกที่ขาดสติ อาจนำมาซึ่งความทุกข์"

"การช่วยคนแบบฟรีๆ ก็เป็นการช่วยคนเหมือนกัน
การช่วยคนแบบแลกกับเงินก็เป็นการช่วยคนเหมือนกัน"


***********************************


อาทิตย์ 3 ตุลาคม 2553


มันก็อาจมีบ้าง สักช่วงเวลาหนึ่ง .. ที่คนเราอาจไม่มีการค้นพบแง่คิดใหม่ๆ .. อิ อิ



คำคมประจำสัปดาห์
"เราอาจจะไม่สามารถรีบเร่งรวมโลกได้
แต่สิ่งที่เราทำได้และควรรีบเร่งทำคือ .. สร้างความเข้าใจแก่ผู้คนถึงผลดีของการรวมโลก และผลเสียของการแบ่งแยกประเทศ"


***********************************


อาทิตย์ 26 กันยายน 2553


ฮ่า ฮ่า วันนี้ทักทายกันมั่งดีกว่า .. ประเดิมด้วยแง่คิดมาหลายอาทิตย์แล้ว
สบายดีมั้ยครับ พี่น้อง :D
ตั้งแต่ทำงานที่ รพ.เมืองจันทร์เนี่ย รถผมประสบอุบัติเหตุ ยางแตกล้อหน้ามา 2 ครั้งแล้ว
แต่ .. เดชะบุญอันยิ่งใหญ่ของผม .. แม้มาด้วยความเร็ว แต่รถก็ไม่ลื่นไถลไปชนอะไร .. เพราะเป็นรถจักรยาน .. คิก คิก
------------------------------------------

การส่งเสริมให้คนมีความรู้นั้น หากว่าไม่ได้มาพร้อมกับการส่งเสริมความรัก ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น
มนุษย์ก็อาจใช้ความรู้ทำร้ายกัน และเกิดโทษมหันต์ด้วยว่ามีความรู้มาก และมีความโกรธเกลียดมาก
------------------------------------------

บรรพบุรุษมนุษย์คิดค้นเงินขึ้นมาก็เพื่อให้มนุษย์อยู่กันได้อย่างมีความยุติธรรม มีการช่วยกันทำงาน และมีสังคมที่เจริญก้าวหน้า
ดังนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าเงินก็คือ ความยุติธรรม, ความขยัน, ความร่วมมือร่วมใจ, ความเจริญรุ่งเรือง, ความสะดวกสบาย, ความสนุกสนาน, ความรู้จักรับผิดชอบตัวเอง
หากใครที่ใช้เงินเพื่อการแข่งขัน การเอาเปรียบ การกดดัน การล่อลวง ฯลฯ ก็ถือว่าผิด

อีกอย่าง .. ไม่ได้หมายความว่าสิ่งดีๆ ที่เกิดแก่โลกเรานี้จะมีขึ้นได้ด้วยการใช้เงินเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังเกิดจาก ความเสียสละ ความมีคุณธรรม ความรัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น
หากมีเครื่องมืออื่นๆ ที่ช่วยให้ทุกคนในสังคมทำแต่สิ่งดีๆ และไม่เอารัดเอาเปรียบกันได้ .. สังคมก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้เงิน
หรือถ้าหากว่า การใช้เงินเช่นนี้ทำให้ผู้คน "อยาก" จนลืมถูกลืมผิด ก็อาจสมควรต้องยกเลิกการใช้เงิน


คำคมประจำสัปดาห์
"3 สิ่งสำคัญที่พึงให้แก่ผู้อื่น อันได้แก่ ความรู้, ความรัก, และ อิสรภาพ นั้น
นอกจากผู้ให้แทบจะไม่ต้องเสียอะไรเลยแล้ว ... ยังอาจจะได้สิ่งเหล่านั้นกลับคืนมาอีกด้วย"


***********************************


อาทิตย์ 19 กันยายน 2553


คนเราอาจจะตัดสินใจทำอะไรตามความรู้ หรือความอยาก ที่มีในตอนนั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้ก็อาจเปลี่ยนไป (เพิ่มขึ้น) ความอยากก็อาจเปลี่ยนไป (ลดลง)
ดังนั้น หากจะตัดสินใจเลือกสิ่งใด พึงเผื่อใจรับความเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่อาจเกิดขึ้นได้
----------------------------------------------

สำหรับคนที่ใช้เหตุผล .. การได้ทำอะไรเพื่อให้เกิดผลดี คือความสุข .. การต้องทำอะไรที่คิดว่าส่งผลเสีย คือความทุกข์
สำหรับคนที่ใช้อารมณ์ .. การได้ดู ได้ดม สิ่งที่ชอบ คือความสุข .. การต้องดู ต้องดม สิ่งที่ไม่ชอบ คือความทุกข์
คงไม่สามารถบอกได้ว่า ควรใช้เหตุผลหรืออารมณ์ .. มนุษย์อาจควรมีสมดุลระหว่างทั้งสองอย่างนี้
คำว่า "ไร้กิเลส .. ใช้เหตุผล" .. อาจพึงคำนึงถึงผลแห่งการ build อารมณ์อย่างบรรเจิดและเหมาะสม


คำคมประจำสัปดาห์
"ขอมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก แล้วโดนธรรมชาติเล่นงาน ...
... ยังดีซะกว่า อยู่อย่างสุขสบาย แล้วโดนมนุษย์ด้วยกันทำร้าย"


Happy Birthday to .... :)

***********************************


อาทิตย์ 12 กันยายน 2553


ทุกวินาทีที่กำลังทำอะไร ชีวิตล้วนเกี่ยวข้องกับความรู้ และการเรียนรู้
ถ้าทำอะไรด้วยความรู้ .. ก็สามารถทำสิ่งนั้นได้โดยง่าย
แต่แม้ทำอะไรโดยไม่รู้ .. ผลลัพธ์อาจเป็นการเรียนรู้ .. หากมีสติไตร่ตรองผลของการกระทำ
-------------------------------------

รู้สึกจะมีคนสอนว่า ให้มีสติอยู่กับลมหายใจเสมอ
แต่ปกติแล้ว การทำสิ่งใดให้ได้ผลดี สติต้องอยู่กับสิ่งที่ทำ
และ .. มนุษย์ก็คงไม่ได้เกิดมาเพียงเพื่อแค่หายใจ ใช่มั้ยล่ะ
--------------------------------------

ภัยสังคมดูเหมือนจะยังเยอะอยู่
เมื่อก่อน ผมเคยคิดว่าถ้าคนที่รักถูกคนทำร้าย .. ผมจะต้องลงโทษผู้ที่ทำร้าย
มาบัดนี้ ... ผมไม่แน่ใจ .... ผมไม่แน่ใจว่าผู้ที่ทำร้าย ลงมือแต่เพียงลำพัง .. หรือลงมือเพราะมีสิ่งไม่ดีมากมายในสังคมเป็นสิ่งผลักดันเขา
แล้วเช่นนี้ เราจะโทษใคร .. โทษเขา .. หรือโทษทุกคนในสังคม ที่ไม่ช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้น ให้มากๆๆๆๆ กว่านี้


คำคมประจำสัปดาห์
"การทำดี ไม่ว่าจะทำกับคนหรือยุง ก็อย่าทำจนตนเองเดือดร้อน"

คงจะมียานพาหนะเพียงอย่างเดียวที่ผมไม่อยากก้าวออกไปเพื่อให้ได้สัมผัสกับสรรพสิ่งภายนอก .. นั่นก็คือร่างกายนี้


***********************************


อาทิตย์ 5 กันยายน 2553


การรวมตัวกันทำงานเป็นองค์กรดูเหมือนช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หรือว่า เราควรจะมีบริษัทโลก, สำนักงานโลก, ฯลฯ ที่มีทุกคนเป็นสมาชิก เป็นเจ้าหน้าที่ในองค์กร
ทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ เพื่อการพัฒนาขององค์กรโลกและสมาชิกขององค์กร
ทุกวันนี้ ดูเหมือนเราแบ่งแยกองค์กรกันเกินไป
ผมเองอาจใช้วิธีเปลี่ยนองค์กรไปเรื่อย เพื่อแสดงถึงความไม่ยึดติดกับกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด
วันหนึ่ง ผมอาจจะออกจากองค์กรนี้ แต่ผมจะไม่มีวันออกจากองค์กรโลก
------------------------------------------------------

จริงอยู่ ว่าเราได้รับประโยชน์หลายอย่างจากระบบทุนนิยมที่ผู้คนแข่งขันกันทำธุรกิจ
แต่โทษของมันล่ะ ... การที่เราต้องเผชิญภัยสังคมมากมายอย่างทุกวันนี้ล่ะ ...
การทำธุรกิจที่กระตุ้นความอยากของลูกค้า โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะเกิดแก่ลูกค้าที่หลงอยากมากไป ส่งผลให้ลูกค้านั้นเดือดร้อนจนความเดือดร้อนนั้นย้อนกลับคืนสู่ทุกคนในสังคม
ทำไงระบบธุรกิจของเราจะให้แต่ผลดี ไม่มีผลเสีย
สงสัยจะเข้าหลักปฏิบัติ "สัมมาอาชีพ" ของพุทธศาสนา
มีอาชีพมากมายที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ เช่น ให้ความรู้, ให้อาหาร, ให้เครื่องมือพัฒนาตน, ให้ความสุข, ฯลฯ


คำคมประจำสัปดาห์
"ความโกรธ .. ไม่ว่าจะโกรธหมาหรือโกรธคน ก็ส่งผลต่อจิตใจตนเช่นเดียวกัน
ความรัก .. ไม่ว่าจะรักและปรารถนาดีต่อคน หรือต่อยุง ก็ยังผลให้จิตงดงามเช่นเดียวกัน"


***********************************


อาทิตย์ 29 สิงหาคม 2553


ช่วงนี้มีคนรู้จักมักคุ้นเสียชีวิตหลายคน
ขอไว้อาลัยแด่ หัวหน้า และ เธอ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
จากนี้ไปก็คงจะมีแต่คนรู้จักเจ็บป่วยและล้มตายไปเรื่อยๆ (โดยคงไม่ได้ข่าวว่ามีใครมั่งที่ได้กลับมาเกิด)
ชีวิตวัยนี้ อาจจะพบเจอกับข่าวคราวเศร้าๆ มากกว่าข่าวดี

----------------------------------------

การเปลี่ยนแปลงนั้นดีตรงที่ทำให้เราพบเจอสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ชีวิตคนเราพบเจอการเปลี่ยนแปลงเสมอ .. การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล .. การเปลี่ยนแปลงของอายุขัย
คนเรามักไม่อยากแก่ .. แต่การแก่ขึ้นก็คือการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง .. ทำให้เราได้รู้รสชาตของความแก่
คนอื่นแก่ คงไม่เหมือนกับเราแก่เอง
ได้ลองแก่ดูเองมั่ง ก็น่าจะดีมิใช่หรือ

----------------------------------------

ปกติ เราจะรณรงค์ รักษาโลกให้สะอาด เมืองให้สะอาด บ้านให้สะอาด ร่างกายให้สะอาด
แต่หากเราเน้นรักษาใจให้สะอาดด้วย น่าจะส่งผลดีได้อย่างสูงสุด
การรักษาใจให้สะอาด ก็คือให้ปราศจากสิ่งใดๆ อันจะทำให้จิตใจขุ่นมัว
ปราศจาก อยาก, โลภ, โกรธ, หลง, น้อยใจ, เสียใจ, ร้อนรน, ฯลฯ


คำคมประจำสัปดาห์
"ยอมรับความจริง .. แต่ไม่ทิ้งความฝัน"


ยอมรับว่าทำไม่ได้ในวันนี้ .. แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ตลอดไป

"กฏแห่งธรรมชาติ คือกฏที่มนุษย์มิอาจฝืนได้ .. สิ่งใดที่มนุษย์ทำได้ ล้วนอยู่ภายใต้การอนุญาตของธรรมชาติ"

***********************************


อาทิตย์ 22 สิงหาคม 2553


การทำให้คนทั้งโลกหมดทุกข์กายทุกข์ใจ เท่ากับต้องทำให้เขามีความรู้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้กับเด็กที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับความไม่รู้อะไรเลย หรือคนทั่วไปในยามสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ หรือแม้แต่มนุษย์เราทุกคน ซึ่งคงไม่มีใครรู้แจ้งทุกสิ่งทุกอย่าง
อย่างดีที่สุด ก็อาจทำได้แค่ ทำให้หมดทุกข์ใจ .. แม้ว่าจะทำอะไรด้วยความไม่รู้แล้วส่งผลให้กายเป็นทุกข์ .. แต่ด้วยใจที่รู้จักพอใจในทุกสภาวะ ความทุกข์ใจก็จะไม่บังเกิด
และเมื่อไร้ความทุกข์ใจแล้ว .. ความทุกข์กายก็น่าจะน้อยลง .. เพราะหลายๆ โรคก็เกิดจากความเครียด หรือความทุกข์ใจนี่เอง มิใช่หรือ

---------------------------------------------------------

ทำไมมนุษย์ต้องซื้อขายของให้กัน ?
ในเมื่อหลายสิ่งหลายอย่างอันล้ำค่าที่โลกมีให้ .. ยังไม่เห็นว่าโลกจะเรียกร้องให้เราต้องใช้เงินซื้อเลย
ทั้ง "พ่อโลกแม่โลก" และ "พ่อเราแม่เรา" ต่างก็ไม่ได้ขายอะไรให้เราเลยแฮะ


คำคมประจำสัปดาห์
"ช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็คือปัจจุบัน"

เพราะเป็นเวลาเดียว ที่เราจะทำอะไรต่างๆ ดังใจได้
ความรู้สึกดี หากขึ้นอยู่กับการได้ทำ มากกว่าการทำได้ หรือการได้มา ก็น่าจะทำให้เรามีความสุขได้เสมอ .. เมื่อมีสติ

***********************************


อาทิตย์ 15 สิงหาคม 2553


ชีวิตที่ยึดถือหลัก "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"
ยินดีกับการมีอะไรกินอะไรใช้ แค่เท่าที่ตัวเองหาได้ ทำได้
แม้แต่ในเรื่องของความรู้ ก็ยังยินดีที่จะมีความรู้แค่เท่าที่ตัวเองค้นพบได้
(แต่ก็ไม่ปฏิเสธความรู้ที่เพื่อนร่วมโลกยินดีมอบให้)
--------------------------------------

สุข-ทุกข์บางอย่างอยู่ที่ใจ (ใจไม่ครุ่นคิดเมื่อกระทำสิ่งผิดนั้นๆ ก็อาจจะไม่เกิดทุกข์)
แต่ ผลที่จะให้สุขหรือทุกข์นั้นเป็นไปตามกฏแห่งกรรม (หลักแห่งเหตุและผล) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


คำคมประจำสัปดาห์
"ความต้องการที่จะหยุดอยากได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ยังคงเป็นความอยากอยู่ดี"



โรงพยาบาลเมืองจันทร์


***********************************


อาทิตย์ 8 สิงหาคม 2553


สวัสดีครับเพื่อนๆ
เป็นเวลา 1 เดือนกว่าแล้ว ที่ผมทำงานที่ รพ. เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้รับเงินเดือนครั้งแรก .. เกือบ 7,000 บาท ปลาบปลื้มใจมาก

วันนี้จะขออธิบายสภาพโรงพยาบาล และอำเภอเมืองจันทร์ให้ได้รู้จักกันมั่งดีมั้ย
อำเภอเมืองจันทร์ ในสมัยที่ผมยังเป็นเด็กนั้น ยังไม่ได้เป็นแม้แต่กิ่งอำเภอ .. แถวที่ตั้งอำเภอนั้นยังมีแต่ป่า
หลังจากที่ได้เป็นกิ่งอำเภออยู่หลายปี ในที่สุดก็ได้เป็นอำเภอ .. สภาพความเป็นอำเภอนั้น ถ้าไม่บอกอาจจะดูไม่ออกว่านี่คืออำเภอ
แน่นอน .. อำเภอแห่งนี้ก็มี ที่ว่าการอำเภอ, สถานีตำรวจ, และ โรงพยาบาล
แต่ นอกเหนือจากนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรหลายๆ อย่างที่อำเภอทั่วไปเขามี
ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์, ไม่มีสำนักงานไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์, ไม่มีธนาคาร, ไม่มีตลาดสด
ไม่มีคาเฟ่, ไม่มีผับ, ไม่มีเธค .... และ แน่นอน 7-eleven ก็ไม่มี
เป็นอำเภอที่ดูบริสุทธิ์สดใสมากเลยใช่มั้ย :)
ในส่วนของโรงพยาบาลนั้น .. ก่อตั้งมาได้ 16 ปีแล้ว .. ผู้อำนวยการโรงบาลคนก่อนๆ มา (ซึ่งก็คือนายแพทย์ซึ่งมีอยู่คนเดียวใน รพ.) ดูเหมือนจะรักษาไม่ค่อยดี .. โรงพยาบาลจึงไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือ .. พึ่งมาถึงยุค ผอ. คนปัจจุบัน ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง (เหมือนผม อิ อิ) จึงทำให้ตอนนี้ โรงบาลมีสภาพที่ค่อนข้างดูดีมากทีเดียว
โรงบาลมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นป่าช้า .. แต่ตัวตึกไม่ใหญ่นัก .. มีตึกบ้านพักเจ้าหน้าที่ด้วย แต่ไม่เพียงพอกับทุกคน (รวมถึง จนท. ใหม่อย่างผมด้วย)
มีเจ้าหน้าที่ตอนนี้ก็ 86 คน .. แต่เปิดรับอีกเรื่อยๆ .. วันจันทร์นี้ก็จะมีเปิดสอบรับคนดูแลผู้ป่วยอีก อย่างน้อย 2 คน
ผู้ป่วยก็เป็นชาวบ้านในพื้นที่ .. สภาพของผู้ป่วยก็จะดูน่าสงสารบ้าง .. การแต่งกายบอกให้รู้มากเลยว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา (แต่ดูอาการป่วยแล้ว ไม่น่าเวทนาเท่าผู้ป่วย รพ. ในกรุงเทพฯ นะ ผมว่า)
ตัวเจ้าหน้าที่จะมีแบบฟอร์มใส่ แล้วแต่ตำแหน่ง .. อย่างผมเจ้าหน้าที่ทั่วไปก็จะใส่เสื้อลายดอกลำดวนสัญลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ 5 วัน 5 สี
เจ้าหน้าที่หลายคนในดินแดนชนบทนี้จะดูหน้าตาไฮโซ น่ารัก (ยกเว้นผมนะครับ 55)
ไม่แปลกเนาะ .. ในป่าเขาชาวดอยที่ อ. แม่แจ่ม ยังมีนางฟ้าอยู่กลางป่ามากมาย

เจ้าหน้าที่ที่นี่ ทำงานกันแบบคุ้มค่าเงินเดือนมาก
ระดับเงินเดือนที่ต่ำสุด ดูเหมือนจะเป็น 5,500 .. สูงสุด น่าจะอยู่ที่ประมาณ 45,000 ... ความไม่เท่าเทียมดูเหมือนจะยังมีอยู่เนาะ .. บางคนอาจบอกว่านี่เป็นสิ่งที่ยุติธรรมแล้วก็เป็นได้
ในเรื่องของงานนั้น ดูเหมือนว่า แทบจะไม่มีใครได้ว่างงาน .. ตัวพวกผมที่เป็นเจ้าหน้าที่ IT (3 คน) นั้น .. ทำงานแถมให้โรงบาลเยอะ แต่ก็ยังเคลียร์งานไม่เสร็จ
อ้อ .. มาอยู่นี่ นึกว่าตัวเองจะเจ๋งสุดในเรื่องไม่เห็นแก่เงินแฮะ .. มาเจอคนเจ๋งกว่า .. เขาจบวิศวะไฟฟ้า .. มาสอบพร้อมกันกับผม และตอนนี้ก็ได้ทำงาน IT ด้วยกัน .. นายคนนี้ก็ทำงานเกินเวลา และเอางานกลับไปทำบ้าน โดยไม่ขอเอา OT เช่นกัน .. มีเป้าหมายอยากมีบ้านอยู่แบบสงบๆ ธรรมดาๆ ด้วย
อ้ออีก .. ขอเคลียร์นิดนึง ตัวผมเอง ตอนนี้เนี่ย ก็ไม่ใช่ว่าเห็นเงินไม่สำคัญนะครับ .. ตรงข้าม .. รู้สึกซาบซึ้งคุณค่าของเงินมากขึ้น .. เพียงแต่เห็นว่าเราควรเปลี่ยนแปลงค่านิยมเรื่องเงิน เรื่องการหาเงิน และเรื่องการใช้เงิน ให้มีความเท่าเทียมและเกิดผลประโยชน์ต่อมนุษย์ทั้งมวลมากกว่าทุกวันนี้

ที่โรงบาลเนี่ย จะมีข้อเสียอย่างนะครับ คือทำงานกันมากเกินไป .. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะมีคนมาประเมินโรงบาล .. บางแผนกต้องทำงานกันเกือบทั้งคืน (ไม่รวมห้องฉุกเฉินและแผนกผู้ป่วยในที่เปิด 24 ชั่วโมงนะครับ)
บางที รู้สึกเหมือนว่า ... เอ .. เป้าหมายของงานโรงบาลกับงานของเราเนี่ย ไม่ตรงกันหรือเปล่าน้าา
... การมีผู้ป่วยมาโรงพยาบาลแห่งนี้มากขึ้น ถือเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างหนึ่งของโรงบาล
... แต่เป้าหมายของตัวผมเอง คือการที่ทุกคนมีความสุขทุกขณะ ทั้งกายและใจ .. คนรู้วิธีดูแลสุขภาพตัวเอง .. มีความจำเป็นให้ต้องมาโรงบาลน้อยมาก
เอาเต๊อะ .. ตอนนี้ก็ต้องถือว่า ช่วยๆ กันไปก่อน ... ไม่มีใครอยากให้ใครป่วย .. แต่เมื่อมีคนป่วย ก็ต้องทำการรักษากันไป และ IT ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในระบบการรักษาปัจจุบัน

บางทีน้าา ก็รู้สึกว่า ได้รับ order มากไป .. ระบบราชการอาจจะมีข้อเสียตรงนี้ .. คือมีความแตกต่างของระดับชั้น (หัวหน้า - ลูกน้อง) .. น่าจะเป็นในลักษณะว่า ต่างคนต่างก็รู้หน้าที่รับผิดชอบของตน ทุกคนมีสามัญสำนึกที่จะทำงานให้สังคมดีขึ้น และทำงานของใครของมันให้สัมฤทธิ์ผล โดยมีอิสระในการตัดสินใจของตนเอง รับผิดชอบผลงานของตน

อ้อ .. ก่อนจบ วันนี้ ผมว่า สุดท้ายแล้ว ชีวิตผมอาจจะจบที่การทำธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัวลูกโลก
คำว่าธุรกิจ มันก็หมายถึงการขายอะไรบางอย่างใช่ไหมครับ
สำหรับเพื่อนๆ ที่มองหาธุรกิจจะทำในตอนนี้ .. เรามาลองคิดกันดูเนาะครับ ว่าของที่ผู้คนเขาขายกันอยู่ในท้องตลาดทุกวันนี้มีอะไรมั่ง
ผมว่า มันพอจะแยกได้เป็น 7-8 ประเภทนะ ... 1) อาหาร 2) เครื่องมือเครื่องใช้ 3) วัตถุดิบ 4) พลังงาน 5) ความรู้ความสามารถ 6) ความบันเทิง 7) บ้านและที่ดิน 8) ยารักษาโรค (เหมือนจะยังมีอีกหลายประเภทแฮะ)

คำคมประจำสัปดาห์
"อิสรภาพเป็นสิ่งที่แต่ละคนสามารถมอบให้ตัวเองได้เสมอ"


***********************************


อาทิตย์ 1 สิงหาคม 2553



การได้ดื่มน้ำฝนสดๆ ผ่านหลังคาสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก
ที่ กทม. เหมือนจะเคยได้ยินว่าอากาศไม่สะอาดพอ .. น้ำฝนไม่น่าดื่ม
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง น่าจะถือได้ว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเข้าขั้นวิกฤตแล้ว

---------------------------------------------
เรามีนาฬิกา มีปฏิทิน .. ช่วยให้เราได้วางแผนชีวิต
แต่บางทีก็เหมือนเรายึดติดกับมันมากไป
ต้องแต่งงาน มีลูก ตอนอายุเท่านั้นเท่านี้
พอรู้ว่าตัวเองมีอายุมาก ก็เตรียมตัวแก่และตาย
วางแผนมากไปหรือเปล่า .. ถ้าไม่รู้จะดีกว่ามั้ย

----------------------------------------------
ความเท่าเทียม
พึงปฏิบัติต่อหมาทุกตัวเยี่ยงหมาตัวหนึ่ง
ปฏิบัติต่อคนทุกคนเยี่ยงคนคนหนึ่ง

---------------------------------------------
หมาก็มีหลายพันธุ์
คนก็คงจะแบ่งเป็นหลายพันธุ์ได้เหมือนกัน
แต่คำว่า พันธุ์ กับ สัญชาติ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน .. และก็ยังสรุปได้ว่า โลก ไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นหลายประเทศ


คำคมประจำสัปดาห์
"ด้วยดวงจิตที่ผูกพันกับประสบการณ์ดีๆ ที่มีกับเพื่อนร่วมโลกมาชั่วชีวิต
ชีวิตนี้ขอเวียนวนเกิดตายบนโลกที่แสนหฤหรรษ์นี้ตลอดไป"


***********************************


อังคาร 27 กรกฎาคม 2553


สวัสดีวันเข้าพรรษาครับ

ยามขี่ จกย. (จักกะยาน) ไปทำงาน อากาศดีมากแฮะ
แต่อยู่ที่บ้านกลางท้องทุ่งช่วงนี้อากาศไม่ดีนัก
นาข้างบ้านเหมือนจะฉีดยาฆ่าหญ้าเยอะเกินไป .. ได้กลิ่นแล้วรู้สึกหายใจไม่สะดวก
การทำนาของชาวนายุคใหม่ (ยุคทุนนิยม) ดูเหมือนจะส่งผลเสียหลายอย่างนะ
ดินเสีย น้ำเสีย อากาศเสีย ... ผลผลิตและผลกำไรก็อาจจะเสียไปเยอะกับการลงทุน (โดยไม่ค่อยลงแรง)

เราน่าจะแบ่งกันทำในพื้นที่เล็กๆ เท่าที่พอมีแรงทำกันจะดีกว่าการใช้เครื่องจักร สารพิษ ฯลฯ ดีกว่ามั้ย

----------------------------------------------

การเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลคอมพิวเตอร์ใน รพ. ก็คล้ายๆ กับหมอดูแลสุขภาพคนไข้
หากคนไข้มีความรู้ในการดูแลสุขภาพตัวเอง .. หมอก็คงไม่ต้องทำงานมาก
หากผู้ใช้คอมพิวเตอร์มีความรู้ในการใช้งานคอมพ์ .. เจ้าหน้าที่คอมพ์ก็คงได้มีเวลาสร้างสรรค์งานใหม่ๆ
จะว่าไปแล้ว ... หากทุกคนรู้จักดูแลรับผิดชอบตัวเองและองค์ประกอบต่างๆ ในชีวิตของตน .. งานหลายงานที่พวกเราทำกันอยู่ทุกวันนี้ก็อาจจะไม่ค่อยจำเป็น
บางที การเป็นตัวอย่างและเป็นบทสอนในเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง อาจจะเป็นประโยชน์กว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเช่นนี้
อย่างไรก็ดี .. งานนี้ยังมีอะไรน่าสนใจ น่าเรียนรู้ น่าทำ และน่าค้นหาอีกมาก


คำคมประจำสัปดาห์
"หากมนุษย์มีเป้าหมายทำงานให้งานเสร็จสัมฤทธิ์ มากกว่าการทำงานเพื่อให้ได้เงินเดือน ปัญหาสังคมต่างๆ คงน้อยลงมาก"




ถ่ายขณะปั่นจักรยานกลับใกล้ถึงบ้าน ยามซักเกือบทุ่มนึง

***********************************


อาทิตย์ 18 กรกฎาคม 2553


ผมมุ่งหวังที่จะให้โลกถึงยุคพระศรีอาริย์ (เขียนถูกมั้ย) ก่อนที่จะสิ้นใจ
เพราะผมคิดว่า มันเป็นไปได้
อันที่จริงผมก็ไม่ชัดเจนว่าความหมายมันคืออะไร
และก็ไม่สนใจคำจำกัดความของโลกยุคที่ว่าในมุมมองของผู้อื่น
โดยที่ ตัวผมเองให้คำจำกัดความ "โลกยุคพระศรีอาริย์" ว่า "โลกที่มนุษย์ทุกคนมีความสุขกายและใจในทุกขณะ"
ผมเชื่อว่า ถ้าเรามีความรู้ที่ถูกต้อง (สัจธรรม) ไว้สอนทุกคนให้ได้รู้หลักการปฏิบัติตนปฏิบัติใจ ก็จะทำให้ทุกคนมีแต่ความสุขได้
แต่ถ้าเราพิจารณาหลักความจริง .. เด็กเกิดใหม่ จนถึงตอนที่สามารถรู้เข้าใจอะไรได้นั้น เป็นช่วงที่ยังต้องเผชิญความทุกข์เนื่องจากความไม่รู้หลายอย่าง (นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้ป่วย กลุ่มที่ถูกจัดว่ามีความบกพร่องทางการเรียนรู้)
ถ้าเช่นนั้น ..... โลกยุคพระศรีอาริย์ที่ผมมุ่งฝัน จะเป็นจริงได้หรือ????
สงสัยจะต้องยอมรับว่า ถ้าจะเอาแบบ 100% นั้น .. ไม่มีทาง
เอาไงดี
เอางี้ดีกว่า
ถ้ามีวันใดที่ผมไม่พบ ไม่เจอ ไม่ได้ข่าว ใครที่เป็นทุกข์เลย ก็ถือซะว่า วันนั้นโลกถึงยุคพระศรีอาริย์แล้ว
.... (หรือว่า วันนั้นจะเป็นวันที่ผมหลับทั้งวัน .. ไม่พบเจอแม้แต่ตัวเอง อิ อิ)
พูดเล่นนะครับ ..... มันต้องมีทาง ..... ช่วยกันคิดนะครับ

คำคมประจำสัปดาห์
"ผมคือพลเมืองของโลก .. อยู่บนผืนดินผืนน้ำของโลก .. หายใจเอาอากาศที่แบ่งปันกับคนทั้งโลก .. พึ่งพาความรู้และเทคโนโลยีของชาวโลก .. พูดจาภาษามนุษย์โลก .. ดำรงตนตามวัฒนธรรมโลก .... โปรดหยุดแบ่งแยกโลกของผม"


***********************************


อาทิตย์ 11 กรกฎาคม 2553


งานใหม่อาทิตย์แรกผ่านไปอย่างหนักหน่วง เข้านอนตี 4 ถึงสองคืน (ที่โรงพยาบาล) คืนอื่นๆ ก็ล้วนแต่กลับบ้านยามมืดแล้ว
แม้จะทำงานกับระบบ network ของ รพ. แต่ตัวเองกลับไม่ได้เช็คเมลเลยซักครั้งจากจันทร์ถึงศุกร์
เนื่องจากโรงพยาบาลยังขาดบุคลากรอยู่มากพอควรมั้ง จึงได้จ้างคนที่มาสมัครพร้อมผมเข้าทำงานเกือบทุกคน (สอบ 5 คน รับ 4 คน .. ทำด้าน network & IT 3 คน รวมผมด้วย)
(แต่นั่นก็คงไม่ได้ช่วยให้งานน้อยลง .. เพราะระบบ network ใน ร.พ. ยังมีปัญหาและต้องการการพัฒนาอีกมาก ในขณะที่ความรู้เราเองก็ยังน้อย .. สงสัยจะต้องปิดกิจการรับแปลงานแล้วมั้งเนี่ย)
สรุปว่า งานนี้ เกือบได้ตามเกณฑ์ที่ผมเคยบอกไว้ ทั้งเรื่องเงินเดือน (7,100 ซึ่งถือได้ว่าใกล้เคียงแรงงานทั่วไป) และการรับคนเข้าทำงาน (90% ซึ่งถือได้ว่ารับเกือบทั้งหมด)

การเดินทางด้วยจักรยาน 15 กิโล เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
แต่ก็มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในขากลับยามค่ำ 1. เสี่ยงจากการถูกรถยนต์ชน 2. เสี่ยงต่อการถูกกลุ่มวัยรุ่นติดยา/โจร ทำร้าย
ไม่น่าเชื่อใช่มั้ย ว่าบ้านนอกก็มีปัญหาโจรขโมย และวัยรุ่นอันธพาล ติดยา ฆ่าข่มขืน ฯลฯ
ปัญหานี้มันไม่ได้ไกลตัวพวกเราเลย ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก (เวอร์ไปนะ .. มีหลายมุม หลายสถานการณ์ ที่ปลอดภัย)
ทำไงล่ะ เราจะมีมุมที่ปลอดภัยในทุกที่ทุกส่วนทั่วโลก .. เป็นโลกทั้งใบที่ ไม่มีผู้ใดอยากทำอะไรไม่ดี
ความโปร่งใส สว่างจ้า หรือว่า ความสนิทสนมคุ้นเคย เท่านั้นหรือ ที่จะป้องกันไม่ให้มนุษย์กระทำอะไรจากใจด้านมืดได้
ความรู้ที่ว่า การทำร้ายผู้อื่นเท่ากับทำร้ายบ้านตัวเอง น่าจะมีประสิทธิภาพในการทำให้คนไม่ทำร้ายคน .. (การทำร้ายกันนั้นมีหลายแบบ อันที่จริง เพียงบังคับจิตใจผู้อื่น ก็ถือว่าทำร้ายเขาแล้ว)
ความไม่ปลอดภัยในชีวิตที่เราประสบกันอยู่ .. มันไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่แม้แต่ความผิดของผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น หากแต่เป็นความผิดของคนทั้งหมด ที่ไม่บอกไม่สอน ไม่เอาใจใส่กัน
เราไม่มีความรู้สึกว่า เราเป็นคนในสังคมโลกเดียวกัน
เรามีแต่ความต้องการเอาตัวรอด และเอาให้ตัวเองสบาย
ทุกคนมีส่วนช่วยได้ ... โปรดทำหน้าที่ของ "คน" ... ผมเองก็จะพยายามทำเช่นกัน

คำคมประจำสัปดาห์
"มนุษย์ ไม่สามารถสร้างสิ่งที่ธรรมชาติทำได้ ... แต่ ... ธรรมชาติก็ไม่สามารถทำในสิ่งที่มนุษย์ทำได้เช่นกัน"

"บรรพบุรุษมนุษย์เกิดมาตามธรรมชาติ .. หากมนุษย์รุ่นใหม่ทำร้ายธรรมชาติ .. บางทีเผ่าพันธุ์ของเราอาจสูญสลาย"


***********************************


อาทิตย์ 4 กรกฎาคม 2553


งานใหม่ดีมากครับ .. ในที่สุดก็ได้ลักษณะงานคล้าย Network Administrator เหมือนเพื่อนๆ ที่อบรมที่ Okinawa
ต้องเสาะหาความรู้ใหม่เยอะเลยครับ
หมอๆ+เจ้าหน้าที่ ที่โรงบาลก็น่ารัก (หมายถึงเพื่อนร่วมงานนะครับ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะผู้หญิง อิ อิ)
งานมีอะไรให้ทำเยอะมาก จากนี้ไปคงต้องเปลี่ยนวันอัพเว็บเป็นทุกวันอาทิตย์ครับ

คำคมประจำสัปดาห์
อันนี้จำเขามานะครับ "Do things one by one, you'll get all done eventually." (Melanding)

แปลว่า มีอะไรหลายอย่างให้ทำก็ไม่ต้องกังวล ทำอะไรให้เสร็จทีละอย่างไป แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็จะเสร็จไปได้




***********************************


อังคาร 29 มิถุนายน 2553


ในที่สุดก็ไม่ทัน ... ช้าไป .. ผมต้องเริ่มงานใหม่แล้ว .. หมดเวลาขายคอนโดแล้วครับ
ไปอยู่กรุงเทพได้แค่คืนเดียว ต้องเดินทางกลับ เพราะต้องไปรายงานตัวที่ทำงานใหม่

ผมต้องขออภัยที่ผิดคำพูด .. ไม่ใช่เรื่องขายคอนโด แต่เป็นเรื่องการสมัครงาน
ขออภัยที่ลืมคำที่เคยบอกไว้ .. ที่ว่า จะไม่กลับเข้าทำงานราชการถ้าหากว่า 1. รัฐยังให้เงินเดือนคนไม่เท่ากัน 2. รัฐไม่ยอมรับทุกคนเข้าทำงาน
งานใหม่ที่ผมจะทำนี้เป็นงานราชการครับ (แต่ไม่ใช่ข้าราชการ) .. เป็นเจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ โรงพยาบาลเมืองจันทร์
แต่ผมก็พอมีเหตุผล (ข้อแก้ตัว) ที่ไปสมัครนะคับ
- เป็นการทำงานที่บ้านเกิด .. ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ ผมเพียงต้องการสมัครให้รู้ว่าสนใจช่วยบ้านเกิด
- เป็นงานด้านคอมพิวเตอร์และ network .. ผมเคยอบรมด้านนี้ที่ Okinawa แต่ยังไม่ได้ใช้งานให้สมกับอบรมมา
- เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย .. น่าจะเป็นงานที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
- เงินเดือน 7,100 .. น่าจะพอถือได้ว่าเป็นระดับเงินเดือนเท่าๆ คนทำงานทั่วไป

ก่อนไปสมัคร ผมก็ลังเลที่จะสมัคร แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปสมัคร
เมื่อสมัคร และไปสอบ .. มันก็ต้องพยายามทำข้อสอบให้ดีที่สุด (อัตนัย, ปรนัย, ปฏิบัติ) เพื่อแสดงความรู้ที่แท้จริง
ตอนสอบสัมภาษณ์ ก็ได้พูดเรื่องอุดมการณ์รวมโลก และความเป็นตัวตนของตัวเองหลายๆ อย่างด้วย

แล้วก็ได้รับเลือก .. งานนี้เอาเพียงคนเดียว จากคนสอบ 6 คน (อาจมีรับเพิ่มภายหลัง)
เมื่อได้ทำงานนี้แล้ว ผมก็จะตั้งใจทำงานให้ดี .. งานแปลและงาน GIS ก็จะยังรับ แต่ทำให้น้อยลงมาก (ในอนาคตคิดว่า จะเปลี่ยนเป็นประมาณว่า ใครใช้บริการของผม ขอให้ร่วมลงชื่อสนับสนุนการรวมโลกในเว็บไซต์ที่เขาทำมาเพื่อรวมโลกด้วย)
ช่วงแรกนี้ ผมคงใช้ชีวิตลำบากหน่อย เพราะส่วนใหญ่ของเงินเดือนต้องหมดไปกับค่าผ่อนคอนโด .. แต่นั่นก็มีข้อดี .. การมีเงินน้อยทำให้ไม่ต้องคิดมากว่าจะใช้เงินยังไง

ชีวิตเปลี่ยนแปลงอีกแล้วครับ .. แต่คงไม่ได้เปลี่ยนอีกนานเลยแหละ

คำคมประจำสัปดาห์
"จงทำให้เขารัก แต่อย่าทำให้เขาหลง .. เพราะคนหลงมักจะทำอะไรผิดๆ"




เอามาให้ดูกันเฉยๆ นะครับ ตอนนี้ไม่ได้ขายแล้ว เพราะคงไม่มีเวลาไปกรุงเทพอีกนาน

***********************************


อังคาร 22 มิถุนายน 2553


สวัสดี เพื่อนฝูง
วันนี้จะมาประกาศขายคอนโดอีกครั้ง (ดีไหม ? (ถามตัวเอง))
คงจะพยายามขายให้ได้ก่อนสิ้นเดือน เหมือนสิ้นใจ อิ อิ
2 แสนถ้วน จ่ายสด ทำสัญญาซื้อขายแล้วอยู่ได้เลย หลังจากนั้นผมจะไถ่คืนจากกรมป่าไม้และโอนกรรมสิทธิ์
ท่านที่ติดตามมาตลอดอาจแปลกใจว่า .. อ้าว ไหนบอกว่าให้คนเช่า
ก้อ .. เขาบอกว่าห้องเราสกปรก ยังไม่ได้เข้าอยู่ขอเลิกสัญญา .... (ผมอยากบอกว่า ถ้าผมได้หาคนเช่าเอง เรื่องคงไม่จบอย่างไม่ค่อยสวยเช่นนี้)
เรื่องมันเกิดนานมาแล้ว .. ผมไม่ได้เล่าให้ฟังเพราะไม่อยากให้แฟนเว็บเป็นกังวล
วันนี้มาบอกขายคอนโด ก็ไม่ได้อยากให้เป็นกังวล
ผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ลำบากอะไร ... คนที่ยึดมั่น "พอใจ .. ไร้ทุกข์ , ทำดี .. มีสุข" ไม่มีวันที่จะเป็นทุกข์หรือลำบาก
เพียงแต่ นี่ก็เป็นเพียงการทำดีอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าพอจะทำได้
ผมว่าผมน่าจะขายคอนโดไป .. เพราะเก็บไว้ก็รังแต่จะเป็นภาระ
ต่อให้ผ่อนสหกรณ์เดือนละเกือบ 4000 หมดไป เหลือแต่ค่าส่วนกลางเดือนละ 350 กว่า ก็ยังรู้สึกว่ามากไปเลย
ผมจะไปอยู่ทำต่องอะไรที่กรุงเทพได้ (ถ้าไม่ได้เป็น Entertainer อิ อิ)
หรือผมควรจะเก็บไว้เพื่อให้ได้สิทธิ์สมัครผู้ว่า กทม. สมัยหน้า
ตลก ... ถ้ามีเงินพอสมัคร ผมก็เอามาไถ่คอนโดนี่ให้หมดซะก่อนไม่ดีรึ (ตอบ.. ไม่ดี .. เพราะการสมัครสำคัญกว่า ผ่อนเมื่อไหร่ก็ได้)
แต่มันทำให้เป็นกังวลจริงๆ (เพราะผมคงไม่มีเงินพอทั้งสมัครทั้งไถ่คอนโดน่ะแหละ)
ชีวิตผม ไม่ค่อยชอบทำงานหาเงิน .. แม้จะรู้ว่าเงินเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนได้อย่างยุติธรรม
แต่ผมรู้สึกว่า ... ผมไม่ต้องไปแลกอะไรกับใคร ผมก็อยู่เล่นกับธรรมชาติอย่างมีความสุขของผมคนเดียวได้
ผมทำงานแปลได้ด้วยดีสักพัก .. ผมก็รู้สึกว่า มันไม่ค่อยใช่ความชอบของผมซักเท่าไร .. เอกสารวิชาการมันช่างน่าเบื่อจริงๆ เล้ยยย .. (หวังว่าคงไม่มีลูกค้าที่จ้างแปลมาอ่านตรงนี้ ฮ่า ฮ่า)

คราวนี้ประกาศขายถูกมากเลยใช่มั้ย    2 แสน
แค่นี้ก็แพงแล้วแหละ
คนซื้อไปก็ไม่รู้จะอยู่ได้อย่างมีความสุขแค่ไหน เพราะต้องทนอยู่กับสภาพสังคม กทม. ที่ผู้คนดิ้นรนนนนนทนทุกข์รอบข้างเพราะไม่มีจะกิน
ผมอยู่บ้านนอกอย่างน้อยก็ยังหาหญ้ากินได้ (เออ ช่วงนี้หายากแล้วนะ เพราะเขาปลูกข้าวในนากันหมดแล้ว)
บางคนก็คงมีความจำเป็นต้องอยู่ใช่มั้ยล่ะ .... อย่างตัวผมเองก็เถอะ สมมติว่าสักวันกลับไปทำงาน สทอภ. ก็ต้องหาคอนโดอยู่ จะให้เช่าหอก็เป็นการไม่คุ้มค่า
แต่ผมกำลังจะสร้างบ้านรูปลูกโลกที่ อ. อุทุมพรพิสัย นี่
มันไม่จำเป็นต้องใช้เงินหรอกนะ .. แต่มันต้องใช้เวลากับแรงของผม
สร้างเสร็จแล้วก็คงอาศัยอยู่นี่ .. ไปกรุงเทพก็คงน้านนานครั้ง
แล้วจะเก็บไว้ทำไม
ขายดีกว่า
อ้อ .. ไม่ใช่ว่าจะขายทางเว็บนี้เท่านั้นนะครับ
สิ้นเดือนนี้จะไปอยู่ กทม. จนกว่าจะขายได้ค่อยกลับมา
เชื่อว่ายังไงซะก็ต้องขายได้ เพราะห้องทั่วไปเขาขายกันขั้นต่ำก็ 250,000
ห้องผมตำแหน่งสุดเท่ หัวมุมเจ๋งสุดๆ ขาย 2 แสนถ้วน ขายไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว
แต่ที่บอกทางเว็บนี้ด้วย เพราะกลัวแฟนเว็บจะหาว่า .. ปล่อยของดีแล้วไม่บอกกัน
อ้อ .. ใครที่คิดจะซื้อเพราะความสงสาร .. ขอบอกไว้ว่า ไม่ขายให้นะคับ
เอาละ .. พูดมากไปแล้ว .. ทำงานแปลต่อดีก่า .. บ้านลูกโลกรอไปก่อน .. เว็บสร้างบ้านก็รอไปก่อน .... รวมโลกก็รอไว้ตอนนู้นนนนนนแหละ

(หมายเหตุ การตัดสินใจนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกะใคร .. พอประกาศขายจริงๆ แล้วชักลังเลแฮะ)

คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าผมมีลูก .. ผมจะไม่สอนลูกให้หางานทำ .. แต่จะสอนลูกให้รู้วิธีดูแลตัวเองให้ได้อย่างสมบูรณ์ในวิถีธรรมชาติ .. เมื่อลูกพึ่งตัวเองได้สมบูรณ์แล้ว .. ลูกจะทำงานอะไรก็ได้ อย่างปัญญาปลอดโปร่ง"


***********************************


อังคาร 15 มิถุนายน 2553


เชื่อว่าชาวโลกคงสนุกสนานกับการดูบอลโลกในช่วงนี้นะครับ
ยังไงชาวโลกก็อย่าลืม "ดูตัวเอง" ด้วยนะครับ
----------------------------------------------

เราจะมุ่งแสวงหาความก้าวหน้า ความร่ำรวย ความเหนือกว่าผู้อื่นไปทำไม
ในเมื่อ ยิ่งเราทิ้งห่างเขามากเท่าไหร่ .. เขาก็ยิ่งรู้สึกเป็นปัญหามากขึ้นเท่านั้น
แล้วสุดท้ายปัญหาของเขาก็จะเป็นปัญหาของเรานั่นเอง
จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน ดีมั้ย :D

คำคมประจำสัปดาห์
"ดูนั่นสิลูก .. เห็นหมามันกัดกันมั้ย ... เราเป็นคนต้องไม่กัดกันอย่างหมานะลูก"

(วันนั้น หมากัดกันเพราะมันแย่งอาหาร .... บางที เราอาจต้องเน้นเพิ่มอาหารในโลกให้มีพอกับมนุษย์ทุกคนได้อยู่อย่างสบาย เผื่อจะมีสติกันมากขึ้น)



***********************************


อังคาร 8 มิถุนายน 2553


สิ่งที่นำเสนอในเว็บนี้ อาจไม่ใช่สัจธรรม
แต่เว็บนี้ .. มุ่งค้นหา และส่งเสริมให้คนเข้าถึง สัจธรรม (ความจริง)

--------------------------------------------------------
หยุดคือตัวสำเร็จ
หยุดที่ใจ ย่อมถึงความพอใจ
แต่หากหยุดการกระทำ ย่อมไม่มีทางไปถึงจุดหมาย
ก้าวช้าๆ ก็ยังมั่นใจว่าจะถึงในวันหนึ่ง

----------------------------------------------------

ศาสนาพุทธ (พระพุทธเจ้า) สอนว่า ทุกสิ่งเกิดมาแล้วก็ดับไป
ไม่มีอะไรอยู่ยืนยง
คงจะรวมถึงความสุขและความทุกข์ในใจคนด้วย
กระนั้นก็ดี ....
หลายสิ่งก็เกิดได้และดับได้ด้วยตัวเราเอง
คงจะรวมถึงความสุขและความทุกข์ในใจคนด้วย ?

----------------------------------------------
การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ที่ผ่านมา
ทำให้เข้าใจกุศโลบายว่า ที่ให้ผู้เฒ่าผู้แก่ถามพวกที่จะขึ้นบ้านใหม่ว่า มีของอะไรมาบ้าง? ก็เพื่อเตรียมความพร้อมใช้ชีวิตอยู่ของเจ้าของบ้านใหม่
ซึ่งจริงๆ สิ่งต่างๆ ที่เอามาขึ้นบ้านใหม่ ไม่ควรต้องยึดถือว่าต้องตามตำรา
กาลเวลาเปลี่ยนไป .. ความพร้อมของคนเปลี่ยนไป .. สิ่งต่างๆ ก็อาจเปลี่ยนได้
คนเรายึดถือประเพณีมากไป โดยไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของประเพณี+พิธีกรรม
การมุ่งแต่จำ โดยไม่ทำความเข้าใจเหตุผล ย่อมเกิดประโยชน์น้อย และหลงลืมง่ายด้วย







คำคมประจำสัปดาห์
"หลงทาง เสียเวลา แต่ใช่ว่าจะ เสียโอกาสเรียนรู้"


***********************************


อังคาร 1 มิถุนายน 2553


ไม่ใช่เพียงสิ่งมีชีวิตเท่านั้นที่ทำอะไรได้
สิ่งไม่มีชีวิตก็ทำอะไรได้เหมือนกัน
ลมก็พัดได้
ฝนก็ตกได้
ภูเขาไฟก็ระเบิดได้
.... เพียงแต่ .. อาจจะไม่ได้ตั้งใจทำเหมือนคน

------------------------------------------

ผมต้องการให้คนทั้งโลกรักกัน
แต่ผมไม่สามารถทำให้คนทั้งโลกรักกันได้
การที่คนทั้งโลกจะรักกัน ย่อมต้องเกิดจากความตั้งใจที่จะรักผู้อื่นของแต่ละคนเอง
การดำเนินงานของผมจึงไม่ควรต้องทำอะไรมากไปกว่าการจุดประกายให้คิด

---------------------------------------------

ความตั้งใจจะทำ หน้าเว็บการสร้างบ้าน ก็ยังไม่ได้เริ่มทำ .. จนบ้านเสร็จ
พ่อแม่จะจัดงานขึ้นบ้านใหม่หลังนี้วันพรุ่งนี้
ส่วนตัวผมเองก็คงจะขึ้นบ้านใหม่ไปเรื่อยๆ .. จนกว่าบ้านจะเก่า
จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นขึ้นบ้านเก่าแทน :D







คำคมประจำสัปดาห์
"ผมไม่ได้รังเกียจเงิน .. แต่ผมรังเกียจการหาเงินและการใช้เงินอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่ยุติธรรม"


***********************************


อังคาร 25 พฤษภาคม 2553


หวัดดีคับ เพื่อนร่วมโลก
ที่บอกไว้เมื่ออาทิตย์ก่อนว่าจะทำเว็บเสนอเรื่องการสร้างบ้าน ยังไม่ได้เริ่มทำเลยครับ
แต่อาทิตย์นี้ มีข้อมูล GIS มานำเสนอแทน
(เพราะสำนึกว่างานเร่งด่วนของผมน่าจะเป็นการให้ความรู้ต่างๆ ที่ผมมี มากกว่าการค้นหาความรู้ใหม่ๆ ที่น่าจะมีคนอื่นทำอยู่แล้ว)
เป็นชุดชั้นข้อมูล GIS แนวเขตตำบล อำเภอ จังหวัด ตำแหน่งหมู่บ้าน ถนน ลำน้ำ เขตป่า ฯลฯ
เหตุที่ได้นำข้อมูลนี้มาให้โหลดกัน เพราะมีน้องคนหนึ่งบอกว่าอยากเรียน GIS เลยคิดว่า สิ่งสำคัญในการเรียน GIS คือข้อมูล ถ้าเรามีข้อมูลที่เขาสนใจ และให้โจทย์ให้เขาไปทำ เช่นว่า "มีป่าสงวนอยู่ในเขตตำบลตอบดอบทั้งหมดกี่ไร่ ชื่อป่าอะไร ทำแผนที่มาให้ดูซิ"
อะไรทำนองนี้ .. ถ้าเขาทำได้ ก็เท่ากับว่าเขาสามารถเข้าใจการทำงานของ GIS และต่อยอดเรียนได้เองไม่ยากแล้ว
สนใจก็เข้าไปดาวน์โหลดได้ในส่วน "GIS" นะครับ
----------------------------------------------

จริงๆ แล้ว ผมนี่ ค่อนข้างโง่และดื้อพอสมควร .. การไม่ค่อยศึกษาค้นคว้าเรื่องทั่วไป ชอบคิดเอาเอง อาจทำให้เข้าใจอะไรบางอย่างได้ช้า ..
เมื่อเร็วๆ นี้ พึ่งเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำธุรกิจ ขนาดใหญ่ มีลูกน้องมากมาย
มันไม่ใช่เพียงเพราะเขาอยากมีอำนาจ อยากปกครองคน
หากแต่เพราะงานใหญ่ๆ มันต้องใช้คนทำหลายคน ทำคนเดียวไม่ไหว แต่อยากทำ ก็เลยต้องตั้งเป็นบริษัท หรือองค์กรขึ้นมา
ทั้งนี้ การบริหารองค์กร .. ก็ไม่จำเป็นว่าผู้นำองค์กรจะต้องฐานะดีที่สุด ... เพียงแต่ต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายขององค์กร หรือเป้าหมายของตนแต่เดิมได้
------------------------------------------------

การประท้วงที่จบด้วยการเผาครั้งใหญ่ในกรุงเทพเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
ทำให้ผมอยากพูดเตือนเรื่อง "ความคึกคะนอง" อันเป็นผลจาก "การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม"
การรวมกลุ่มมักจะทำให้หลงกันมาก ... คึกคะนอง .. ไม่รู้ตัว .. ไม่ได้ไตร่ตรองก่อนพูดก่อนทำ
สมัยที่ผมอยู่รวมกับเพื่อนเยอะๆ ก็เป็นมั่งเหมือนกัน ... มาเป็นสิงห์เดี่ยวที่อยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกับสังคมทั้งโลกกันดีกว่ามั้ย

อ้อ .. ช่วงท้ายของการประท้วงนั้น รู้สึกมี TV หลายช่องที่เปิดเพลง Imagine ประกอบภาพการทำร้ายกันของผู้คน
เห็นมีเวอร์ชั่นแปล 2 version .. แปลได้ใจความเดียวกัน คือ ... จินตนาการว่าถ้าโลกนี้เลิกแบ่งแยกประเทศ และรวมเป็นหนึ่ง
ขอย้ำ .. เพลง Imagine คือเพลงที่บอกให้รวมประเทศชาติ รวมศาสนา และรวม (แบ่งปัน) ทรัพย์สิน อย่างชัดเจนที่สุด
การที่หลายช่องเปิดเพลงนี้ .. แสดงว่า หลายคนเริ่มเห็นด้วยแล้วว่า การรวมโลก จะยุติความโกรธเกลียดระหว่างกันของมนุษย์ได้


คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าคนมุ่งแต่อยากจะได้เงิน .. จะทำให้เงินเสียค่าของเงิน (ราคาที่เป็นธรรม)"

เงินมีหน้าที่เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม


***********************************


อาทิตย์ 16 พฤษภาคม 2553



บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ "พ่อแม่ใจดี" ตั้งใจให้เป็นของขวัญสำหรับปีนี้แก่ผม
ณ วันนี้ บ้านนี้ยังไม่เสร็จดี แต่คาดว่าอีกไม่เกินสองอาทิตย์น่าจะเข้าอยู่ได้
แต่ ผมคิดว่า เราทั้งบ้านใจดี ควรได้อยู่ร่วมกันในที่นี้
โดยผมเองน่าจะมีบ้านกระต๊อบเล็กๆ ในสไตล์ธรรมชาติๆ ของผมอยู่ในมุมหนึ่งของผืนดิน (+ผืนน้ำ) 2 ไร่นี้

ผมถ่ายรูปการปลูกบ้านนี้ไว้ทุกวัน กะว่าจะทำเว็บเสนอวิธีการสร้างบ้าน ตามที่ผมได้เรียนรู้จากการทำงานของช่าง
ขอเวลาหน่อยนะครับ

----------------------------------------------------
เห็นข่าวท่านผู้ว่า กทม. รณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก
ในที่ผืนนี้ นอกจากจะปลูกต้นไม้และพืชผักแล้ว ก็จะเรียกร้องไม่ให้มีใครซื้อขนมก๊อบแก๊บในถุงพลาสติกมากิน

------------------------------------------------
วันนี้ ... สงครามกลางเมืองเหมือนจะลุกลามในกรุงเทพฯ
มีเพียงรวมโลกเท่านั้นที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยได้
สิ่งที่ท่านต้องการ เช่น ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเสมอภาค ความรักสามัคคี ก็จะเกิดได้จริง

(เพิ่มเติม 18 พ.ค.)
หลายคนบอกว่า "ไม่เอาความรุนแรง" ... ผมว่ามันฟังดูไม่ชัดเจน
เราใช้คำว่า "ไม่แก้ปัญหาด้วยการทำให้ผู้ใดเดือดร้อน" จะเข้าใจง่ายกว่ามั้ย
หมายถึงว่า การที่เสื้อแดง (เสื้อเหลืองด้วยนะครับ) ทำให้การจราจรติดขัดและการใช้ชีวิตของผู้คนลำบากขึ้นนั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาโดยมีชาวบ้านเดือดร้อน รัฐบาลเดือดร้อน
การที่รัฐบาลใช้กำลังทหารบุกประชิด นปช. ก็เป็นการทำให้เขารู้สึกเดือดร้อน
ใครที่มี "สติ" มากกว่า ก็ควรหยุด และใช้เหตุผลพูดคุยกับอีกฝ่าย โดยไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเดือดร้อน ให้เหตุผลแก่เขา หรือแก้ไขตัวเอง จนกว่าเขาจะเห็นด้วย และยุติเรื่องราวที่เห็นไม่ตรงกัน โดยไม่มีใครเดือดร้อน


คำคมประจำสัปดาห์
"ธรรมชาติ (สิ่งไม่มีชีวิต) ทำอะไรตามหลักเหตุผลเสมอ
สิ่งที่ทำอะไรอย่างไม่มีเหตุผลก็คงมีเพียงแต่มนุษย์นี่แหละ"


***********************************


อังคาร 11 พฤษภาคม 2553


เมื่อคืนฝนตกหนักมาก
ต้นไม้ที่ปลูกไว้อาจได้รับน้ำมากไป หรืออาจถูกลมพัดล้ม
มนุษย์คงอยากคุมปริมาณน้ำฝนได้ เหมือนกับที่ควบคุมอุณหภูมิอากาศในบ้านได้ด้วยเครื่องปรับอากาศ
ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่นัก .. อย่างไรเสียมนุษย์คงไม่อาจควบคุมธรรมชาติได้ทั้งหมด ... แต่ธรรมชาติอาจกวาดล้างมนุษย์ได้ในบัดดล
การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติจึงเป็นเรื่องที่พึงทำด้วยความระมัดระวัง

----------------------------------------------------
ความเจริญทางระบบนิเวศน์
ในที่ที่เราเตรียมดินปลูกบ้าน ปลูกต้นไม้ .. มดกลับสร้างรังอยู่แล้วเรียบร้อย
ในขณะที่มนุษย์เร่งสร้างความเจริญ .. สัตว์อื่นก็สร้างเช่นกัน
สุดท้ายมนุษย์ก็ทำลายความเจริญของระบบนิเวศน์ เพื่อความเจริญที่มนุษย์คิด
เป็นเรื่องน่าคิดว่า ... โลกนี้ ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ทำงาน
สิ่งมีชีวิตอื่นก็ทำงาน ... ทำงานเพื่อให้โลกอยู่ได้
หากมนุษย์กระทำการที่ทำให้โลกอยู่ไม่ได้ ก็น่าอายสารพัดสัตว์และพืช

------------------------------------------------
ความเก่งกับความรู้ อาจจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้อื่น
แต่ .. ถ้าเพียงแค่ช่วยตัวเอง ให้อยู่ได้ โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดี
.. สิ่งที่จำเป็นมากกว่าสำหรับเราอาจเป็น ผืนดิน, ความขยัน, และ ความพอใจในสภาพที่เป็นอยู่


คำคมประจำสัปดาห์
"จงเชื่อมั่นในมนุษย์
มนุษย์จะไม่หลงผิดเสียจนไม่มีวันรู้ว่านั่นคือสิ่งผิด (วันหนึ่ง มนุษย์จะรู้)"




***********************************


พุธ 5 พฤษภาคม 2553


บางทีผมอาจควรเปลี่ยนชื่อ "ศาสนาโลก" เป็น "ศาสนาเหตุผล"
น่าจะทำให้สื่อความหมายได้ขึ้นว่า .. ถ้าอะไรที่ไม่มีเหตุผล ไม่สมเหตุสมผล ก็ไม่ต้องทำ ไม่ต้องสอน

----------------------------------------------
ธรรมชาติ มีเหตุผลของเขา
การที่ธรรมชาติไม่ให้กระจกเรามาก็เพื่อให้เราดูหน้าให้กัน (หรือเพื่อให้เราตักน้ำใส่กะโหลกแทน ;)
ธรรมชาติไม่ได้ให้มีดติดมา เพราะมีฟัน มีเล็บให้มาแล้ว
เราเพียงต้องรู้จักใช้และรักษาอวัยวะอย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทันธรรมชาติ

----------------------------------------------
การล้มสถาบันไม่ใช่การล้มคน
บางทีเราอาจจะหลงประเด็นกันไปหรือเปล่า
หากสถาบันล้มไปด้วยความเหมาะสมก็คงไม่ได้เป็นการทำลายคน
หากแต่เป็นการสร้างระบบสังคมที่ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน รวมถึงคนที่ดูเหมือนว่าได้ประโยชน์จากการมีระบบสถาบันในทุกวันนี้ด้วย
หากระบบใหม่ที่ไม่มีสถาบันนั้นเป็นระบบที่ดีกว่าเดิมจริง ประโยชน์ย่อมบังเกิดแก่ส่วนรวม แก่ทุกคน ทุกคนบนโลกจริงๆ
พิจารณากันด้วยเหตุผลอย่างเปิดเผย พูดคุยกันดีๆ บางทีเราอาจจะได้คำตอบเรื่องนี้ และขจัดปัญหาคาใจของทุกฝ่าย


--------------------------------------------------
สิ่งที่น่าทำเพื่อความเจริญและน่าอยู่ของโลกมากที่สุดในตอนนี้ น่าจะเป็น
- ฐานข้อมูลทุกด้าน อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
- ทำให้แต่ละคนสามารถช่วยตัวเองได้ (เผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่างๆ)
- ทำให้แต่ละคนรู้จักพอ (ถ้าหากช่วยตัวเองไม่ได้ก็ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน)
- ขจัดความไม่รู้ (ความรู้ที่เป็นเท็จ) เพื่อให้ผู้คนทำได้ถูกต้องจริง


คำคมประจำสัปดาห์
"อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เพราะโลกนี้ยังมีเรื่องยากๆ ให้ทำอีกมาก"


***********************************


อังคาร 27เมษายน 2553


ความคิดของหลายคนที่แอนตี้เงิน น่าจะเนื่องจากวิสัยการใช้เงินของมนุษย์เราในยุคนี้
เหมือนว่า หลายคนหาเงิน เพื่อมีชีวิตอย่างสุขสบาย
เหมือนว่า หลายคนอยากมีเงิน เพื่อปรนเปรอความอยากของตัวเอง
ผลของมันก็คือการเกิดสังคมที่วุ่นวาย เพราะคนแย่งกันหาเงิน .. บางคนก็เอาเปรียบผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองได้เงิน
.... เงินไม่ผิด .. การใช้เงินกับการหาเงินของคนเราตะหากที่ผิด
เราควรเน้นสอนกันให้รู้ว่า .. เงินเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ .. และเป็นสิ่งที่ใช้ส่งเสริมการทำงานที่เป็นประโยชน์ของผู้คนได้
.. ไม่ใช่คิดกันเพียงว่า มีเงินมากแล้วใช้ได้ชีวิตอย่างสุขสบาย .. นั่งกินนอนกิน ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป
ต้องเปลี่ยนความคิด ... เราอาจควรมีเงินมาก เพื่อช่วยคนอื่นได้มากขึ้น .. เพื่อทำงานให้เห็นผลมากขึ้น
แต่จริงๆ แล้ว การช่วยผู้อื่นก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องใช้เงิน .. ความรู้และปัจจัยสี่ที่พร้อมแบ่งปันให้ผู้อื่นอาจให้ประโยชน์ได้มากกว่าเงิน


----------------------------------------------------------------------------
ยังคงรู้สึกเหมือนมีใครบ่นว่า เราไม่ได้ใช้ความรู้ทำประโยชน์
ด้วยความสำนึกผิด ผมก็จะทำ+หาอะไรมาให้ดาวน์โหลดเรื่อยๆ (ที่ส่วน GIS)
ซึ่งก็อาจไม่มีเวลาว่างทำซักเท่าไร ... ถ้าอยากได้จริงๆ ก็มาถามเอาละกันครับ ไม่เคยหวงความรู้อยู่แล้ว เพียงแต่หวงเวลาส่วนตัวบ้างแค่นั้นแหละ (ดังนั้น ถามยังไงก็ได้ที่ไม่รบกวนเวลาผม :)

----------------------------------------------------------------------------

บางทีหนทางรวมโลกอาจจะเป็น social network อย่าง twitter
----------------------------------------------------------------------------

เกี่ยวกะงานราชการเนี่ย .. มีวิธีคิดหลายอย่างนะครับ
คิดแล้วทำแบบผม ก็อาจจะคิดไปว่า "เล่นหลอกใช้ตรูทำงานเพื่อสังคมอันไม่เท่าเทียมนี่หว่า"
คิดอีกแบบก็ได้ว่า "เขาก็เปิดโอกาสให้เราได้ทำงานเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวมแล้วนะ" (เขาจะเอาประโยชน์ส่วนหนึ่งเข้าตัวเขาก็ไม่เกี่ยวกับเรานี่นา .. เหรอ?)
-----------------------------------------------------------------------------

ช่วงนี้ ขุดหลุมเตรียมปลูกต้นไม้ ขนาดประมาณ 70x70x70 ซม. ใช้เวลาขุด 1 หลุมประมาณ 20 นาที
ถ้าขุดทำเป็นห้องส้วมชั่วคราวไปเลยล่ะ?

คำคมประจำสัปดาห์
"ระบบราชการทุกวันนี้ .. ไม่ทุจริตก็ยังรู้สึกผิดเลย"

การเกิดเป็นคน .. ไม่ทำอะไรก็ยังรู้สึกผิดเหมือนกัน

***********************************


พฤหัส 22เมษายน 2553


พึ่งนึกออก
ลักษณะการปกครองโลกแบบ "หัวหน้าครอบครัวโลก" ที่ผมเคยพูดถึงก็เปรียบได้กับการดูแลประชาชนในลักษณะ "พ่อปกครองลูก" ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงนั่นเอง

ในสภาพที่โลกรวมเป็นเสมือนหนึ่งครอบครัวเดียวกันนั้น (หรือแม้กระทั่งตอนนี้)
การใช้จ่ายเงินของพวกเราก็จะเหมือนการจ่ายเงินให้คนในครอบครัวเดียวกัน
เงินจะไม่สูญเสียไปไหน .. ไม่ต้องเสียดายที่จะใช้ไป .. เพราะจะหมุนเวียนอยู่ในโลกของเรานี่แหละ
ก็แค่ให้พี่น้องของเราคนหนึ่งได้ไปใช้ต่อ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้เขาได้ทำงาน

คำคมประจำสัปดาห์
"การดูแลต้นไม้ในที่ของใครก็ช่วยให้อากาศโลกสะอาดได้ทั้งนั้น"


***********************************


อังคาร 13 เมษายน 2553


สวัสดีสงกรานต์ครับ ... ขอให้ทุกคนชุ่มฉ่ำเย็นชื่นรื่นรมย์ในหัวใจ

ช่วงนี้การประท้วงและการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจก็ยังไม่สิ้นสุดนะครับ
การที่เขาทะเลาะกันอยู่ทุกวันนี้
ทำให้ได้สำนึกว่า ประเทศนี้ไม่ใช่ของเรา
การคงรักษาสภาพประเทศก็เพียงเพื่อประโยชน์ของผู้นำ
การรวมโลกตะหาก ที่จะได้ประเทศโลกที่เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง

คำคมประจำสัปดาห์
"ดีที่คนเราลืมตาไม่ได้ ลืมหูก็ไม่ได้ ลืมจมูกก็ไม่ได้ ไม่งั้นคงลืมกันแย่ :)"


***********************************


อังคาร 6 เมษายน 2553
สวัสดีครับ กลับมาถึงศรีสะเกษเรียบร้อยแล้ว .. ของขนขึ้นรถไฟ 15 กล่อง น้ำหนักรวม 180 kg ค่าขนส่งทางรถไฟทั้งสิ้น 900 บาท
ของที่หิ้วกับตัวอีก 8 ชิ้น .. ทุกอย่างถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
บัดนี้ พร้อมเริ่มทำงานแล้ว

***********************************


อังคาร 30 มีนาคม 2553


Hello   ชมรมกู๊ดใจทุกท่าน
แหะ แหะ ... วันนี้ได้มาคุยกันอีก เพราะผมยังไม่ได้กลับ .. เป็นเพราะผู้ที่จะมาเช่ายังไม่พร้อมทำสัญญา
สรุปว่าผมจะกลับวันเสาร์ .... ขนาดว่าได้เวลาในการเก็บของเพิ่มขึ้นอีก 3 วัน ผมก็ยังหนักใจอยู่ดี ว่าผมจะเก็บข้าวของได้ทันหรือเปล่า ... ให้ตายเหอะ ผมเป็นโรคเสียดายความหลังมากๆๆ

วันนี้ผมจะพร่ำรำพันต่อ ในเรื่องการกลับไปชนบทของผม
มีหลายคนบอกว่าเสียดายความรู้ด้าน GIS ของผม .. ผมอยากถามว่า .. ทำไมไม่เสียดายความรู้จักพอของผมมั่ง
ความรู้ในธรรมะเนี่ย   มันสำคัญยิ่งกว่าความรู้ GIS อีกนา .... ผมต้องการเวลาให้สามารถถ่ายทอดความรู้ทุกเรื่องได้ บวกกับความเศร้าและอึดอัดภายใน เพราะไม่สามารถทนอยู่กินเงินเดือนโดยไม่รู้ว่าทำงานคุ้มกับเงินเดือนหรือเปล่าได้ (ผลจากการทำงานราชการหลายอย่าง เช่น ฝึกอบรม ประชุม ดูงาน สนทนาฮาเฮ รวมถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เหมือนไม่ได้ช่วยให้ชาวบ้านสุขสบายขึ้น)

การกลับคืนสู่ธรรมชาติครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีหลายๆ อย่าง
- การหาข้าวปลาอาหารกินมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับมนุษย์ ? (ดังจะเห็นได้จากการที่ข้าวมีราคาถูกเมื่อเทียบกับรถ เมื่อเทียบกับทอง     แต่ .. ถ้าเราไม่สนใจรถ ไม่สนใจทอง .. เราแค่ต้องการข้าวกินเพื่อดำรงชีพ .. มันก็คงไม่ยากนักในการทำมาหากินใช่มั้ยล่ะ)
- การอยู่กับธรรมชาติจะทำให้สุขภาพกายและใจดีกว่าอยู่ในเมือง ?
- ถ้ามนุษย์รู้จักปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ (แทนการปรับธรรมชาติให้เข้ากับตัว) มนุษย์จะดำรงชีพได้อย่างสะดวกสบาย ?
- สังคมชนบทที่ผู้คนไม่ต้องดิ้นรนมากมาย แม้ว่าจะอยู่กันแบบไม่ค่อยมีกฏกติกา ก็ยังน่าอยู่กว่าในเมืองใหญ่ ?
- การมีเสรีภาพ มีเวลา แม้ไม่มีเงิน ก็จะส่งผลให้เราช่วยเหลือผู้อื่นได้มากกว่ามีเงิน ?
- ขอแค่มีดิน ความรู้ และความเพียร มนุษย์จะอยู่อย่างสนุกสนานได้ ?
- เงินและเทคโนโลยีอาจจะจำเป็นในการช่วยผู้อื่น .... แต่ไม่ได้จำเป็นมากมายต่อการช่วยตัวเอง ?


ขอต่อด้วยเรื่องการเมืองหน่อย
เมื่อวานนี้ ดูท่านนายกกับท่านฝ่ายเสื้อแดงคุยกันแล้ว ..... เสียดายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่สังคมพลาดโอกาสรอด
มีอยู่จังหวะหนึ่ง ที่ท่านนายกถามย้อนว่า ถ้าท่านมั่นใจว่าประชาชนต้องการให้ยุบสภา ก็ลองลงประชามติดูไหมล่ะ
โอ้ โหววววววว ... ทำไมน้าาาาา ท่านฝ่ายเสื้อแดง ไม่มีสักคนฉุกคิดได้และตอบไปว่า โอเคเลยครับ
คิดดูสิ .. ถ้าสมมติว่าถ้าอีก 1 เดือนลงประชามติ การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ภายในอีกไม่กี่วันที่รู้ผล
เชื่อได้เลยว่า ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ยุบสภา .. ไม่ใช่เพราะชอบเสื้อแดงหรอกนะครับ .. แต่เพราะเบื่อทั้งสองฝ่าย กับอีกอย่างก็คือ ถ้าเลือกตั้งเมื่อไร ชาวบ้านก็ได้เงินค่าลงคะแนน
เหมือนเพลงคุณนิค นิรนาม ที่บอกว่า "คงจะดี ถ้าหนึ่งปีเลือกผู้แทนทุกเดือน สุขใดจะเหมือนดั่งคน คนกินแดด"
การที่มีผู้คนโวยวาย ไม่ว่ารัฐบาลไหน แสดงว่าต้องมีข้อบกพร่องในการทำงานบางอย่าง ... ก็เลือกตั้งใหม่ไปเรื่อยๆ .. ถ้าการเลือกตั้งบ่อยๆ มันทำให้ระบบเศรษฐกิจแย่ เดี๋ยวคนก็ได้คิดเอง .. แต่ผมว่า มันน่าจะทำให้ได้นักการเมืองรุ่นใหม่ดีๆ มามากขึ้นมากกว่า
การที่ฝ่ายเสื้อแดงไม่ยอมรับการทำประชามติครั้งนี้ .. หากเป็นเพราะคิดไม่ทันก็แล้วไป
แต่ถ้าเป็นการไม่ยอมรับเพราะไม่ได้อยากให้มีการยุบสภาจริงๆ แล้วล่ะก็ .. อันนี้น่าคิดมาก .. ท่านพาคนมาชุมนุมเพื่ออะไรกันแน่
ทั้งสองฝ่ายเล่นเกมหลอกประชาชนหรือเปล่า ... ไม่มี สส. คนไหนเลยที่อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเปล่า

(อ้อ .. เชื่อว่าแฟนเว็บกู๊ดใจคงรู้จักผมดี .. ไม่ได้อยากให้ยุบสภาเพื่อไปร่วมลงเลือกตั้งหรอกนะครับ .. ลงผู้ว่า กทม. นั่นครั้งเดียวก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว .. ถ้าภาพลักษณ์ของนักการเมืองยังเป็นอย่างนี้ ผมไม่มีวันไปเป็นด้วยหรอก .. เหมือนกับกรณีภาพลักษณ์ข้าราชการนั่นแหละ)

จะว่าไป ผมเองก็ผิด ที่มัวใส่ใจเรื่องนี้ น่าจะเอาเวลาไปฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น หรือภาษา PHP ให้เก่งพอที่จะทำงานด้วยความรู้เหล่านี้ได้
ไอ้ความรู้เรื่องการเมืองเนี่ย .. ต่อให้ผมรู้ไป ก็คงไม่มีใครมาใช้บริการความคิดผม เพราะเรื่องอย่างนี้ทุกคนก็คิดได้กันทั้งนั้น มีความคิดของตัวเอง ... ไม่มีใครจ้างให้คนอื่นคิดให้ .. แต่ถ้าเป็นความรู้ในการแปลภาษาหรือใช้โปรแกรมที่ต้องอาศัยความขยันมากกว่าความอยากในการศึกษาแล้ว ก็มักจะมีคนมาใช้บริการเสมอ ... เพราะคนส่วนใหญ่นั้นขี้เกียจฝึกฝนด้วยตนเอง ... บางทีก็ไม่ได้ขี้เกียจ แต่เป็นเพราะถ้าทำเองต้องใช้เวลามาก .. ดังนั้น ถ้ามีเงินก็นิยมจะใช้เงินทำให้มากกว่า
แต่ .. ผมว่ามันสมควรพูดเหมือนกันนะครับ ประเด็นนี้ .. ผมหวังว่าจะมีคนมีชื่อเสียงพูดประเด็นเดียวกันนี้มั่ง .. เพราะนี่แหละคือทางรอด .. การรับฟังเสียงคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะโดยเลือกตั้งใหม่ หรือโดยประชามติ .. นั่นคือทางออกสู่ความสงบ .. เพราะทุกฝ่ายยอมรับเสียงส่วนใหญ่อันแท้จริงอยู่แล้ว
ว่าแล้ว ขอพูดถึงความฝันหน่อย ว่ากลับไปศรีสะเกษแล้วจะไปทำอะไรมั่ง ==> ทำงานแปล+GIS ให้ดี (แต่ทำน้อยลง), ทำที่อยู่อาศัยที่มีธรรมชาติรอบข้าง, ทำแผนที่อิเล็กทรอนิกพื้นที่ทำกินตัวเองพร้อมข้อมูลทุกอย่างขึ้นเว็บ, สอนการใช้อินเตอร์เน็ตให้ทุกคนรอบข้าง, ใช้ภาษาอังกฤษกับทุกคนรอบข้าง, แต่งเพลง, แต่งหนังสือ, แต่งภาพยนตร์, แต่งงาน 555, เผยแพร่ความรู้ทุกอย่างทางเว็บ


เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ผมได้ไปเล่นบาสกับเพื่อนร่วมแก๊งค์บาส ม.ก. วันสุดท้าย จึงได้ทำวีดีโอมาให้ดูกัน ... ถ้าเด็กบ้านนอกแต่งตัวอย่างนี้มาเล่นบาสกันคงน่ารักดี



จากนั้นก็ขอรณรงค์รวมโลกที่กรุงเทพครั้งสุดท้าย (ไม่ได้ผลอะไรเช่นเคย .. สงสัยครั้งต่อไปต้องไปแถวชายแดน)


นี่ก็เล่นคอนเสิร์ตรวมโลกครั้งสุดท้ายใน "ออฟฟิศรวมโลก"


คำคมประจำสัปดาห์
"หากยอมทิ้งอดีต แล้วมุ่งสู่อนาคตเพียงอย่างเดียว เราก็อาจจะหมดห่วง .. (เพราะเราไม่มีอนาคตให้ห่วง 55)"

"โลกยุคพระศรีอาริย์อาจมาถึงได้ในวันนี้ หากชาวโลกทุกคนพร้อมใจยอมรับความจริง พอใจทุกสภาวะ และทำดีเท่าที่พอทำได้ในทุกขณะ"

"การทำงานแลกกับเงินนั้น ย่อมมีผู้ได้บางอย่างผู้เสียบางอย่าง ... แต่การพึ่งตัวเองให้อยู่รอดได้บนผืนดินนั้น จะไม่ทำให้ใครต้องเสียอะไรเลย"

"หากมองว่าความทุกข์คือปัญหา .. โลกก็คงไม่มีวันไร้ปัญหาอย่างถาวร"

(กงจักร ตัดทุกข์ไม่หมด .. เลยขอพอใจกับความทุกข์นิดหน่อยมั่งก้อได้ฟะ)

***********************************


อังคาร 23 มีนาคม 2553


ใกล้ถึงเวลา .. วันที่เราหวัง ... แหละฉันก็คงต้อง ไป
555 ... วันนี้เริ่มด้วยเสียงเพลง ... มีความหวังอันสดใสกับชีวิตใหม่ที่ท้องทุ่งนา
วันอังคารหน้าคงเป็นวันเดินทาง .. ดังนั้น ก็ขอถือโอกาสลาอังคารนี้เลยนะครับ
แต่กลับศรีสะเกษก็ยังมีอินเตอร์เน็ตใช้นะครับ    เพียงแต่ ขอเวลาจัดข้าวของสักสองอาทิตย์
ผมจะใช้วิธีทำงานอยู่บ้านครอบครัวใจดี โดยมีที่นอนอยู่ท้องทุ่ง เช้ามาก็ปั่นจักรยานมาทำงาน (พร้อมกับทานอาหารแสนอร่อยของปะป๊าหม่าม๊า) เย็นก็ปั่นกลับไปนอน
จะเป็นชีวิตที่ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงิน .. แต่ทำงานได้

มาคุยเรื่องซีเรียสต่อกันหน่อยดีกว่า


เห็นกลุ่มผู้นำการประท้วงใช้คำว่า "เพื่อประชาธิปไตย" .. ก็สงสัยว่า .. เอ ใช่ป่าวหว่า
เห็นรัฐบาลใช้คำว่า "เพื่อความรักสามัคคีในชาติ" ... ก็สงสัยอีกว่า ... อืมม มันใช่เหรอ

สรุปว่า คำดีๆ ถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์
ถามว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะ .. ประชาธิปไตย และความรักสามัคคีจะมีได้จริงในประเทศนี้หรือไม่
ไม่มี (ในภาพรวม)
ถ้าจะให้รักกันก็ควรพูดคุยกันด้วยดีและจริงใจไปเลย .. ถ้าจะให้เป็นประชาธิปไตย ก็หาวิธีรับฟังและทำตามเสียงส่วนใหญ่ที่สุดไป
การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก็ใช่อยู่ว่าเป็นการใช้ระบบประชาธิปไตยใหม่
แต่ว่า ผลการเลือกตั้งใหม่ มันจะทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นหรือเปล่า
ทำไมเราไม่เรียกร้องให้มีกฏหมายควบคุมให้พวกทำงานรัฐทุกคนมีเงินเดือนเท่ากันหมด .. ทุกคนห้ามทำงานอื่น ห้ามมีรายได้จากแหล่งอื่น .. กิจกรรมทุกอย่าง (หนังสือราชการทั้งหมด) ต้องโปร่งใสดาวน์โหลดได้
อย่างนี้มันน่าจะทำให้รับประกันได้ว่า นักการเมืองที่เข้าไปก็จะไม่มีอำนาจหรือเงินทองเหนือคนทั่วไป .. คนที่อยากเป็นนักการเมืองก็จะเหลือแต่คนที่มุ่งทำงานให้ผู้คนจริงๆ .. ปัญหามันก็น่าจะจบได้จริงๆ
เอ.. หรือว่าถ้าเราเลือกตั้งใหม่บ่อยๆๆๆๆๆๆ แล้วจะทำให้สุดท้ายก็จะได้นโยบายอย่างนี้หว่า
อ้อ ... แต่อย่าลืมนะ .. ปัญหาในประเทศหมดไป .. ปัญหาจากต่างประเทศก็ยังคงเข้ามาได้ .. ดังนั้น ต้องรวมโลกเป็นลำดับต่อไปด้วย


สังคมนิยม (แท้ๆ) นั้นบอกว่า ทุกคนต้องมีเท่ากัน
ทุนนิยม บอกว่า ขืนเป็นอย่างนั้นก็ไม่มีใครทำงาน รอแต่กินแรงคนอื่นสิ
ทำไมคิดได้แค่นั้น !!!!
ถ้ากำหนดให้ทุกคนเท่ากัน แล้วคิดว่าคนจะงอมืองอเท้าจนพากันอดตายหรือ .. สัญชาตญาณของคนน่ะ ยังไงก็ต้องเอาตัวรอด และทำให้สภาพชีวิตดีขึ้นอยู่แล้ว .. และด้วยกฏที่ใครดีขึ้นก็ดีขึ้นด้วยกัน ดังนั้น ทุกคนในสังคมก็จะช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้นในที่สุด
สำคัญคือให้มันเท่าเทียมกันจริงๆ เท่านั้นแหละ .. ไม่ใช่ผู้นำรวยกว่าใครเพื่อน มีอำนาจกว่าใครเพื่อน (อย่างจีน) .. ไม่น่าเชื่อ .. จีนเรียกตัวเองว่าเป็นสังคมนิยมได้ยังไง .. ช่างไม่อายปาก (เชื่อว่า รัฐบาลจีนจะอ่านภาษาไทยไม่ออก 55)


ผมถามหน่อยเถอะ โลกเรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหน
จะพัฒนาเทคโนโลยีไปไร้ที่สิ้นสุด แต่ปัญหาไม่เคยหมดเช่นนั้นหรือ
การทำตัวเป็นตัวอย่างของการเอาตัวเองรอดได้นั้นยังไม่พอ
การทำตัวเป็นตัวอย่างของการมุมานะจนตนเองได้ก้าวขึ้นมาอยู่เหนือผู้อื่นก็ยังไม่ใช่
จงทำตัวเป็นแบบอย่างของความไม่ยอมก้มหัวต่อความไม่เท่าเทียม
เป็นแบบอย่างของการไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่หลง ไม่เสแสร้ง


คำคมประจำสัปดาห์
"ความเจ็บป่วยความพิการนี้ใช่จะอยู่กับเราตลอดไป .. (เกิดใหม่ก็หายป่วยหายพิการแล้ว) .. ดังนั้น พิการกาย จงอย่าให้พิการใจ"

"พระเจ้าคือธรรมชาติ
และธรรมชาติก็เป็นสิ่งที่ต้องศึกษา ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกราบไหว้บูชา"


***********************************


อังคาร 16 มีนาคม 2553


ช่วงนี้มีการประท้วงกันอยู่
ผมก็อยากจะบอกว่า การที่ผมออกจากงานราชการหรือองค์กรใดๆ และจะกลับไปอยู่ตามธรรมชาตินั้น ก็เป็นการประท้วงแกมประชดด้วยเช่นกัน

การตัดสินใจกลับบ้านนอกของผมนั้น ไม่ใช่ว่าผมเห็นว่าคนหนึ่งคนควรต้องทำงานทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด
ผมยังสนับสนุนการอยู่แบบพึ่งพาอาศัย แบ่งงานกันทำในสังคม
เพียงแต่ ผมต้องกลับไปบ้านนอกคอกนา เพื่อประชดคนเหล่านี้
1. พวกที่มีเงินเดือนพอกินแล้วก็ยังไม่พอ ชอบคอรัปชัน หาเศษหาเลย
2. พวกที่บอกว่าตัวเองยากจน แล้วก็มาอยู่แบบน่าเวทนาในเมืองกรุง ทำไมไม่ไปอยู่ตามมีตามเกิดในชนบท (ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยนะ .. ตามเมืองใหญ่ทั่วโลกเลยแหละ)
3. พวกที่ตั้งค่านิยมบ้าบอหลายอย่างในสังคม ทำให้จำกัดสิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมชาติของมนุษย์
4. รัฐบาลที่ทำตัวเหมือนช่วยประชาชน (แต่ฉันต้องรวยกว่าและมีอำนาจมากกว่าทุกคน)
5. พวกที่ได้ทำงานสบาย แล้วก็ยังทำตัวสบาย ไม่ตั้งใจทำงาน เอาเวลางานมาเล่นๆๆๆๆๆ
6. พวกที่อยู่กันแบบเห็นเงินสำคัญกว่ารอยยิ้มให้กันของผู้คนในสังคม
7. พวกที่สามารถช่วยรวมโลกอันเป็นการช่วยมนุษย์ทั้งโลกได้ แต่ไม่ยอมช่วยเรียกร้องการรวมโลก

หากจะถามว่า .. การทำเพื่อประชดใครนั้นดีอยู่หรือ? ... ไม่แน่ใจ แต่มันก็อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดผลดีตามมามิใช่หรือ


คำคมประจำสัปดาห์
"ครอบครัวโลกที่ทุกคนรักกัน อย่างไรเสียก็ต้องดูแลกัน และสุดท้ายสมาชิกทุกคนในครอบครัวโลกก็จะมุ่งมั่นช่วยเหลือซึ่งกันและกัน"

"อย่าตอบโต้สิ่งที่ผิด ด้วยสิ่งที่ผิด"


***********************************


พุธ 10 มีนาคม 2553


อีกสองวันก็คงมีการชุมนุมใหญ่ .. ไม่รู้ว่าจะส่งผลร้ายผลดีแค่ไหน .. จะกระเทือนต่อการกลับบ้านของผมหรือไม่?
สำหรับผมแล้ว คิดว่า ปล่อยให้คนที่มีหน้าที่ ได้ทำหน้าที่ต่อไปน่าจะดีกว่า .. ใครมีหน้าที่อะไรก็ปล่อยเขาทำไป .. เพียงแต่บอกสอนด้วยความรักให้เขาแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง น่าจะง่ายกว่าการเปลี่ยนให้คนชุดใหม่เข้าไป โดยไม่แน่ใจว่าอะไรต่างๆ จะดีขึ้นหรือเปล่า .. (เปลี่ยนนิสัยคนน่าจะง่ายกว่าสอนคนให้เริ่มงานใหม่)
ช่วงนี้นอกจากปาระเบิดแล้ว ก็เห็นมีปาอึ (คนกับควาย) กันหลายครั้ง
เสียดาย .. ถ้าปาให้ถูกที่ (ปาลงท้องทุ่งนาผม) ก็คงเป็นปุ๋ยที่ดีให้ต้นไม้

ช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าวมากทีเดียว
วิธีคลายร้อนแบบประหยัดและทำได้ง่ายๆ คือเอาผ้าชุบน้ำมาโปะตัว

วันนี้มีภาพผมไปเรียนชกมวยมาให้ดู .. เจตนาจริงๆ คือเพียงเพื่อลองดูว่าบรรยากาศการเรียนมวยในโรงเรียนมวยไทยนานาชาติจะเป็นยังไง
มันก็ได้รู้อะไรมากขึ้นพอควร .. แต่ก็ แค่นั้นแหละ .. เต้นประกอบดนตรีอยู่บ้านอาจจะดีต่อสุขภาพมากกว่า
สรุปว่า .. พอคนเรามีตังค์เนี่ย ก็จะชอบใช้ตังค์ลองอะไรไปเรื่อย (หมดแล้วค่อยสำนึก)
ไม่มี .. หรือมีแค่พอดีกับการซื้อข้าวซื้อปลาจะดีกว่ามั้ย .. แต่ก็ อย่างที่เคยบอกนะครับ .. เงินเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการทำดีได้ (ทำเลวก็ได้ด้วย)

คำคมประจำสัปดาห์
"สิ่งที่ท้าทายสำหรับผมไม่ใช่การทำอย่างไรให้หาเงินได้มาก หากแต่เป็นการทำอย่างไรให้อยู่ได้โดยใช้เงินน้อยที่สุด และได้ทำประโยชน์ให้โลกมากที่สุด"

(ปล. แต่ถ้ามีตังค์ก็จะใช้นะ .. ไม่แบ่งใครด้วย อิ อิ)





***********************************


อังคาร 2 มีนาคม 2553


ใกล้แล้วครับ พี่น้อง
ใกล้วันที่ผมจะอพยพออกไปจากกรุงเทพแล้ว (คนกรุงเทพคงรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ อิอิ)
รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เริ่มชีวิตรูปแบบใหม่
แต่ก็ใจหายเหมือนกัน
มันช่างใกล้มากจนผมรู้สึกว่าผมจะเตรียมตัวอะไรไม่ทัน

วันที่จะย้ายออกก็คงเป็นวันที่ 30 มีนาคม
ข้าวของในห้องมีเยอะมาก จะขนไปยังไงน้อเนี่ย
หลายอย่างคงต้องฝากให้คนเช่าดูแล
เรื่องผู้เช่านั้น วันก่อนไปแจ้งกับนิติบุคคลคอนโดว่าจะเปิดให้เช่าห้อง
พี่เขาบอกว่าพอดีมีนักศึกษาหาห้องเช่าอยู่ และราคาค่าเช่าก็จะอยู่ที่ 2,800 (รวมค่าส่วนกลาง 320)
นั่นเท่ากับว่าผมจะได้ค่าเช่าเกือบ 2,500 บาทต่อเดือน (เท่ากับค่าผ่อนคอนโดรายเดือน)
เป็นราคาที่สูงกว่าที่ผมคิดไว้เยอะพอควร .. แต่ก็คงไม่ขัดข้องมั้งครับ อิอิ

สรุปว่า อาทิตย์นี้ไม่มีอะไรมากครับ มาเล่าความคืบหน้าในชีวิตให้ฟังเฉยๆ
คิดซะว่าติดตามละคร (ที่มีผมเป็นพระเอก :-) ละกันนะคับ


คำคมประจำสัปดาห์
"การจะทำให้คนทำงาน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ได้ .. มันมีสิ่งจูงใจดีๆ อื่นๆ อีกมาก
เช่นเดียวกับการทำดี ก็ไม่จำเป็นต้องอ้างนรกสวรรค์"

"หน้าที่ลงโทษผู้กระทำผิด ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจเท่านั้น .. เราเองก็ลงโทษได้ ด้วยการเลิกคบ"

(รู้สึกจะเป็นการลงโทษที่โหดร้ายไปหน่อยแฮะ .. บอกสอนกันให้เขาได้สำนึกจะดีกว่ามั้ย ก่อนที่จะลงโทษอะไรลงไป)

***********************************



ขออภัยแฟนเว็บด้วยครับ
เรื่องที่ประกาศขายคอนโดเมื่ออาทิตย์ก่อน
ตอนนี้ตัดสินใจไม่ขายแล้วครับ
เปลี่ยนเป็นให้เช่าแทน (ย้ายออก 31 มี.ค. 53)
โปรดอย่าได้เข้าใจว่าเห็นแก่เงินหรือมักโลภอยากมีสมบัติมากมายนะครับ
แต่มันมีความจำเป็นต่างๆ ในชีวิตอยู่บ้าง
อีกทั้งความไม่แน่นอนในวิถีชีวิตตัวเอง
ทั้งยังถือว่า นี่เป็นสมบัติชิ้นเดียวของครอบครัวใจดีในกรุงเทพ ..
.. ไม่ใช่แค่สมบัติของกงจักร ใจดี
ส่วนที่นานั้นจะพยายามทำให้เป็นสมบัติของชาวโลก .. ประเทศโลก
(ประกาศ ณ วันเสาร์ที่ 27 ก.พ. 2552)


อังคาร 23 กุมภาพันธ์ 2553


วันนี้มาแบบซีเรียสนิดหน่อยนะครับ
ชักรู้สึกว่า สภาพสังคมทุกวันนี้ กำลังจะทำให้ทุกคนมีปัญหา
ปัญหานั้นเกิดจาก สิ่งล่อลวงให้คนอยากนู่นอยากนี่ในสังคมมีเยอะขึ้นมาก
สังคมยุคใหม่ มีแต่คนจะเอาตัวไม่รอด เพราะขี้เกียจ หลงกับความสนุก ไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่นได้ สุดท้ายก็เบียดเบียนกันไปมาจนหาความสงบสุขในสังคมไม่ได้
คนจำนวนมากถูกหลอกให้ใช้เงินเกินตัว
คนอีกจำนวนไม่น้อย มีเงินมากเกินพอแล้ว ก็ยังไม่เคยรู้สึกพอ

วันนี้ นอกจากจะมาบ่นเรื่องข้างต้นแล้ว .. ผมจะมาประกาศขายคอนโดด้วย
คอนโดที่แสนน่ารัก แสนสงบ แต่ผมคงต้องจากไป ด้วยเหตุผลสารพัดที่เคยพูดมาก่อนหน้านี้นานแล้ว พูดอีกก็คงซ้ำๆ
พูดนิดนึงละกัน .. ผมชักไม่อยากรับทำงานที่ได้เงินแล้ว มันกดดันตัวเอง และรู้สึกว่าการได้เงินไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมเท่าที่ควร .. ขอไปอยู่กับธรรมชาติ พึ่งตัวเองได้ และมีเวลาเหลือนิดหน่อยพอได้ทำอะไรเพื่อสังคมแถวนั้นและสังคมโลกแค่เท่าที่จะทำได้ก็พอ

มาว่ากันเรื่องคอนโดผมหน่อย ผมว่าจะถ่ายรูปมาให้ดูประกอบการขาย แต่ยังไม่มีเวลา ดูรูปเก่าๆ ไปก่อนละกันนะครับ
ขอสาธยายว่า
มันเป็นห้องที่ดีมาก อยู่ชั้นบนสุดของตึก (ชั้น 8) อยู่มุมตึก มีหน้าต่างสองด้าน ลมระบายดีมาก อยู่บ้านทั้งวันไม่รู้สึกร้อน (เพราะไม่ใส่เสื้อผ้า ฮ่า ฮ่า) มีแอร์แต่ไม่เคยเปิด (พังหรือยังน้อ) ไม่มีเพื่อนบ้านหรือใครๆ มารบกวน (เขาเลิกรบกวนไปแล้ว หลังจากที่ยืมเงินเราแล้วไม่คืนสองสามครั้ง) สามารถแหกปากร้องเพลงเสียงดังได้ ไม่เคยมีใครว่า
สังคมในคอนโดก็ค่อนข้างดี สงบ (มีคนด่ากันตอนดึกๆ บ้างเป็นบางครั้ง) เรื่องขโมยยังไม่เคยได้ข่าว
อยู่ใกล้ ตลาดสด โลตัสเอ็กเพรส 7-11 สนามบาส (ผมวิ่งไปเล่นได้ทุกเสาร์อาทิตย์)
ซื้อมาราคา 290,000 บาท ว่าจะขายให้ได้ 250,000 บาท ขาดตัว (ถ้าไม่มีใครซื้อจะทนผ่อนต่อไป)
อ้อ .. ปัญหาก็คือ ผมยังผ่อนไม่หมด ใครจะซื้อคงต้องเอาเงินก้อนมาให้ไปไถ่ห้องออกจากสหกรณ์กรมป่าไม้ก่อน (หนี้เหลืออยู่ประมาณ 180,000 .. ทุนเรือนหุ้นมีประมาณ 70,000 .. นั่นคือ ถ้าผมขายได้ 250,000 ผมก็น่าจะมีเงินกลับไปเป็นทุนสำรองประมาณ 140,000 เย้)

สำหรับห้องนี้ ... ผูกพันกันมาก
เสียดายก็เสียดายนะครับ พูดตามตรง
ชีวิตที่กรุงเทพมันไม่ได้มีแต่แง่ร้าย
สังคมกรุงเทพที่เหมือนต้องแก่งแย่งแข่งขัน แต่กลับแฝงด้วยการแบ่งปันกันในสังคมอย่างมาก
น้ำ, ถนน, สวนหย่อม, ห้าง, รถเมล์, สาวสวยๆ, ฯลฯ ก็ได้ใช้ร่วมกัน (สาวน่ะ ใช้ดูร่วมกันครับ อิอิ)
แถมที่นี่ยังไม่เคยมีซองผ้าป่าด้วย

แต่ ..
ผมก็ยังมีแรงจูงใจอีกมากมายให้คิดว่า ไปอยู่ท้องไร่ท้องนาน่าจะดีกับชีวิตตัวเองมากกว่า

สรุป .. แฟนเว็บคนไหนสนใจซื้อ .. อืมม ที่จริงผมน่าจะเปิดประมูลนะเนี่ย .. ห้องที่กงจักร ผู้รวมโลก อาศัยอยู่มายาวนาน .. น่าจะประมูลได้ราคาดีเนาะ (ถ้าไม่หลงตัวเองแล้วใครจะมาหลงเรา :-)
เอาเห๊อะ .. ขายแบบธรรมดางี้แหละ .. ใครสนใจซื้อติดต่อมาได้เลย 084-7043345 .. ตั้งใจอพยพกลับศรีสะเกษต้นเดือนเมษายนนี้ครับ


คำคมประจำสัปดาห์
"การมีความสามารถมากนั้น ใช่ว่าจะเป็นประโยชน์เสมอไป ถ้าหากว่า ความสามารถนั้นไม่ถูกนำไปใช้ในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์"

"คนจนเงิน ไม่ได้จนปัญญา จนความสามารถ จนความสุข"


***********************************


อังคาร 16 กุมภาพันธ์ 2553


ผมตั้งใจจะทำวีดีโอนี้มาให้เพื่อนๆ ดูตั้งแต่ได้วันที่ได้ดูข่าวนี้แล้ว
พึ่งได้โอกาสวันนี้แหละครับ
มี 2 วีดีโอนะครับ อันหนึ่งเน้นนำเสนองบประมาณที่สูญเสียกับการทหารทั่วโลก อีกอันหนึ่งเน้นให้เห็นความสูญเสียเกี่ยวกับทหารผ่านศึกของไทย
2 วีดีโอนี้มาจากข่าวช่อง 9 อสมท. เวลาประมาณ 19:10 น. พุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 .. ขอบคุณมากครับที่ทำสกู๊ปดีๆ เช่นนี้ให้ผู้ชมได้รู้
แต่พวกเราอย่าเอาแต่รู้อย่างเดียวเลยนะครับ ... ช่วยกันเรียกร้อง "รวมโลก" .. แล้วเราจะสามารถหยุดความสูญเสียเหล่านี้ได้



งบประมาณเพื่อการทหาร
ทั่วโลก ====> 49 ล้านล้านบาท
สหรัฐอเมริกา ====> 20 ล้านล้านบาท
จีน ====> 2.8 ล้านล้านบาท
ญี่ปุ่น ====> 1.5 ล้านล้านบาท
ไทย ====> 154,000 ล้านบาท (ใช้เพื่อการป้องกัน 120,000 ล้านบาท)




ไทยมีทหารผ่านศึกทั้งสิ้น 570,000 คน
แต่ละปีมีทหารที่บาดเจ็บและเสียชีวิตร่วม 10,000 คน
(เสียชีวิตประมาณ 6 - 7 พันคน
ทุพพลภาพประมาณ 3,000 คน) ... (ไม่แน่ใจว่านี่คือตัวเลขต่อปีหรือยอดรวม)


คำคมประจำสัปดาห์
"คนที่สมควรตาย ... คือคนที่จะไม่สามารถทำดีอะไรให้โลกได้อีก ไม่ใช่คนที่เคยทำเลวแก่โลก"


***********************************


พุธ 10 กุมภาพันธ์ 2553


สวัสดีเพื่อนๆ
ดีใจจังได้มาเจอกันวันนี้
งานแปลเยอะมาก .. เป้าหมายที่คิดว่าจะทำให้ได้ 10 หน้าต่อวันเหมือนจะเยอะเกินไป .. เพราะนั่นทำให้แทบไม่เหลือเวลามาทำอย่างอื่น
ตอนนี้ได้คิดอีกอย่าง .. เนื่องจากงานแปล+งาน GIS ส่วนใหญ่ที่รับเป็นงานที่นักศึกษาทำงานส่งอาจารย์ในชื่อของเขา ดังนั้นจึงไม่สามารถเปิดเผยชื่องานและชื่อคนจ้างเต็มๆ ได้
และก็ไม่มั่นใจด้วยว่า นี่ขัดกับหลักการสอนของสถาบันเขาหรือเปล่า (ทำให้เด็กขี้เกียจ)
เราทำงานได้ตังค์ .. แต่มันเป็นตังค์ที่ได้มาแบบไม่ถูกต้องหรือเปล่า
... หรือโลกนี้จะไร้งานดีๆ ให้ทำ ?
พอดีอาทิตย์ก่อนพี่ที่ทำงานเก่าบอกว่าทำเรื่องจ้างแปลงานของกระทรวงทรัพยฯ อย่างถูกต้องตามจริง (หน้าละ 50 บาท)
มีทางรอดแล้วแฮะ .. งานนี้จ้างแปลประมาณ 2 หน้าต่อวัน .. แต่ถ้าเราไปอยู่ท้องทุ่งนา รายได้นี้ก็เพียงพอแล้ว
ดังนั้น .. เราน่าจะไม่ต้องง้องานที่ไม่ชัดเจนแล้ว
ก็เลยได้คิดว่า จากนี้จะรับแปลงานเฉพาะงานที่สามารถเปิดเผยรายละเอียด (ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อความโปร่งใส และเป็นกุศลต่อผู้สนใจ) เกี่ยวกับ ชื่องาน ชื่อผู้จ้าง ตัวเนื้องาน และผลงานที่เราแปล หรือทำ (ในกรณีงาน GIS) เสร็จแล้วได้

วันนี้มีรูปมาฝาก ... อีกเดี๋ยวจะมีวีดีโอมาฝาก
รูปนี้เกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้เห็นบางคนเขามีเอกลักษณ์ในหนวดเคราของเขา .. ไอ้เราก็ทำอะไรกับผมได้ไม่มากเพราะไม่ค่อยมี .. แต่ก็น่าจะทำเอกลักษณ์กับเคราได้ .. แล้วก็เกิดไอเดีย 55555 .. ดูกันก่อนครับ เดี๋ยวเฉลย



ดูออกกันหรือเปล่า .. ไม่ได้ให้ดูความหล่อนะครับ อิ อิ .. แต่ให้ดูว่า เคราน่ะ เป็นรูปลูกโลก .. เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกงจักร 55555


คำคมประจำสัปดาห์
"ไม่มีงานที่เลว ถ้าเราไม่ทำเลว
หรือ ..... ไม่มีงานที่ดี ถ้าทำร่วมกับคนทำไม่ดี ?"

"เราไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน แต่เราทำเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เอาเงินมาจ้างเรา"

"การรู้ ก่อให้เกิด ความรู้"

"ระหว่าง ธรรมชาติ กับ เทคโนโลยี .. ถามว่ากงจักรโหยหาสิ่งไหนมากกว่ากัน
ตอบว่า ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ คือ โหยหาเสรีภาพมากที่สุด"


***********************************


อังคาร 2 กุมภาพันธ์ 2553



ภาพโลกที่น่าอยู่ของเรา ... ขอขอบคุณ http://www.roaming.ais.co.th


คำคมประจำสัปดาห์
"เมื่อความอยากยังไม่สิ้นสุด มนุษย์ก็ประเมินไม่ได้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่ต้องใช้เงินอีกเท่าไร"


***********************************

(จันทร์ 25 ม.ค. 2553 .. กะลังเตรียมเดินทางไปถ่ายทอด GIS ที่ตรัง 26-28 ม.ค.)
วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ไปเป็นวิทยากรให้งานนิทรรศการ "Earth Changer คุณคือผู้เปลี่ยนแปลงโลก" ที่ ม.หัวเฉียว .. ธีมงานจริงๆ เน้นโลกร้อน แต่เราได้ใส่ idea เรื่องรวมโลก อย่างเต็มที่ .. ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พูดเรื่องรวมโลกอย่างเป็นจริงเป็นจังต่อหน้าสาธารณะชน .. อ้อ ไม่ใช่สิ .. ครั้งแรกคือการหาเสียงวันสุดท้ายที่หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์เมื่อปีก่อน .. (วันที่พวกผู้สมัครไม้ประดับถูกหลอกมารวมกันโดยไม่ได้ออกอากาศ)
คงต้องหวังพึ่งเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้ล่ะนะ
ลืมพูดไอ้ที่จดโน้ตไว้หลายประเด็นทีเดียว
บรรยายเสร็จ มีคนขอลายเซ็นต์ด้วย ตั้ง 3 คน ไม่อยากเชื่อเลย .. น่ารักด้วย .. ผมน่าจะเป็นฝ่ายขอลายเซ็นต์เขามากกว่า แต่ตอนนั้นคิดไม่ทัน เฮ้อ







คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าไม่เร่งรณรงค์รวมโลก เพื่อให้คนรักโลกทั้งใบและรักคนทั้งโลกแล้วล่ะก็ .. ปัญหาโลกร้อนอาจถึงสภาวะที่สายเกินแก้ไข"


***********************************


พุธ 20 มกราคม 2553

เฉินหลงก็รวมโลก


โอ เย้ :) ... ฮีโร่หนังบู๊หนุกหนานของผมจะเป็นฮีโร่ช่วยรวมโลกด้วยหรือเปล่าเนี่ย
ลองดูคลิปวีดีโอที่อัดจากรายการ "ชีพจรโลก (กับสุทธิชัย หยุ่น)" ช่อง 9 เมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมา
หากฟังภาษาอังกฤษไม่ชัดเจน อ่านเนื้อความที่ผมแกะออกมาดังข้างล่างนะครับ
แล้วท่านจะเข้าใจลึกซึ้งว่า ... เฉินหลงก็ต้องการรวมโลกเป็นหนึ่ง
และนี่คือการพูดอย่างชัดเจนมากๆ .... แต่ผู้นำ+ผู้ตามอื่นๆ ทั่วโลกก็คงฟังกันแบบเฉยๆ



Jackie "There are so many problems in the world, ... natural disasters, pollutions, river (water pollution). We cut trees down and make the sky warm (global warming). Tornado. Earthquake, da da da. There are so many things going on. But people are still killing each other. We try to fix the children, the arms, the legs. How to build her face coming back. How to build the home. We spend much money for a few months to build home. But once again, there's a boom. Gone. Children die. On this side, we call please please, come to help children, to volunteer, and donate blood. And the other side was boom. This is tiring. It's that .. why .. for what?
They always thinks 'No, that country belongs to me. This area belong to me.' ... No, this area belong to me (too). Belong to everybody."
Interviewer "Global."
Jackie "(Yes.) Global. Everybody should help protect the whole world. I hope one day, in the whole world, we don't have a passport. We go wherever we want to go. We just take an airplane. Go. Stop. Go in. I go to Bangkok, I don't have to go to the immigration, because that's MY COUNTRY."

สรุปความคำให้สัมภาษณ์ของเฉินหลงเป็นภาษาไทยได้ว่า
"มีปัญหาอยู่มากมายแล้วในโลกนี้ ทั้งเรื่องภัยพิบัติ มลพิษ เด็กด้อยโอกาส ความยากจน .. แล้วทำไมมนุษย์ต้องทำร้ายกันเอง ... ขณะที่ด้านหนึ่งเรากำลังช่วยเหลือผู้คนอย่างยากลำบาก แต่อีกด้านหนึ่งกลับทิ้งระเบิด ฆ่าผู้คนตายในพริบตา ... ทำไมต้องสู้รบกันด้วย ...
ผู้คนเอาแต่คิดว่า 'ประเทศนี้เป็นของฉัน ดินแดนแห่งนี้เป็นของฉัน' .... ไม่ใช่เลย .. ดินแดนแห่งนี้เป็นของผมด้วย .. เป็นดินแดนของทุกคน .. เป็นของคนทั้งโลก
ทุกคนควรช่วยกันปกป้องโลกทั้งโลก .. ผมหวังว่า วันหนึ่ง ... ในโลกใบนี้จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ต .. เราสามารถไปได้ในทุกที่ที่เราต้องการไป .. เราแค่นั่งเครื่องบิน ไปยังที่ต่างๆ .. เช่น ผมมากรุงเทพ ผมก็ไม่จำเป็นต้องไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง .. เพราะนี่คือประเทศของผม (ประเทศโลก)"

ชัดไหมครับ .. สื่อต่างๆ ช่วยประโคมข่าวหน่อยสิครับ .. ความคิดสร้างสรรค์แบบนี้มันช่วยคนทั้งโลกได้เยอะกว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ, เปลี่ยนรัฐมนตรี, ฯลฯ มากๆๆๆๆๆ เลยนะครับ

อนึ่ง .. ขออภัยที่เว็บขัดข้องไปช่วงหนึ่งเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา พอดีผู้ให้บริการทำการปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์ .. เว็บกู๊ดใจยังไม่ได้ถูกปิดแต่ประการใดครับ อิ อิ

อะสอง ;-) .. ขอขอบคุณโปรแกรมบันทึกวีดีโอหน้าจอ "Debut Video Capture Software" และเว็บดูทีวีย้อนหลัง "www.siamtv.info" .. พึ่งค้นพบวิธีทำคลิปวีดีโอจากรายการทีวีย้อนหลังแบบเนียนๆ วันนี้เองครับ (เคล็ดไม่ลับคือกำหนด Hot keys ในโปรแกรม Debut Video สำหรับเริ่มบันทึกและหยุดบันทึก)


คำคมประจำสัปดาห์
"ขอแค่คุณตั้งเป้าว่า จะทำให้ทุกคนบนโลกมีความสุข ..
ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายนั้นมากเพียงไรก็จะไม่มีใครอิจฉา เพราะทุกคนก็จะมีความสุขตามเป้าหมายของคุณ"


***********************************


อังคาร 5 มกราคม 2553


สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ เพื่อนร่วมโลก

ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำอะไรให้กับชีวิตตัวเองหลายอย่าง (รวมถึงการทำเพื่อโลก ซึ่งก็คือการทำเพื่อชีวิตผมเช่นเดียวกัน)
ขอสรุปคร่าวๆ ตามที่จำได้ดังนี้
มกราคม 2552 - เลือกตั้งผู้ว่า กทม., เลือกเสร็จตัดสินใจไม่สมัครเข้าทำงานต่อที่ที่ทำงานเดิม นับว่าได้ออกจากระบบตามที่เคยมุ่งหวัง, รวบรวมตำแหน่งพิกัดสำนักงานเขต 50 เขต, เป็นวิทยากรออกค่าย กศน. ห้วยขวางที่กาญจนบุรี
กุมภาพันธ์ 2552 - ใช้ Joomla ทำเว็บ WeLoveOurWorld, รับงาน GIS แบบได้ตังค์ครั้งแรก
มีนาคม 2552 - ลองใช้แผนหิ้วกล่องรับบริจาคไปประชาสัมพันธ์ WLOW, สมัครไปทำงานกับ NGO ที่ลาว ไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์, ส่ง "คุณรักษ์โลกแบบไหน" ให้ช่อง 3, ทำงานกับร้านรับติดจานดาวเทียม+กล้องวงจรปิด "Digital Corner" (ลาออกตอนปลายเดือน), งาน GIS เข้ามาบ้าง
เมษายน 2552 - ไปดูงานเพื่อนเป้ขนอ้อยที่ปากช่อง, แผนการกลับไปอยู่บ้านที่ศรีสะเกษไม่ได้รับการเห็นดีเห็นงาม, ทำเว็บบอร์ด+ฯลฯ ที่ WLOW, มีงานสอนภาษาอังกฤษบ้าง, เขียนบทความลง OKnations และ GoToKnow
พฤษภาคม 2552 - ไปดูที่กรมบังคับคดีที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย, แปลข้อความลงคะแนนโหวตรัฐบาลโลกเป็นภาษาไทยให้ www.VoteWorldGovernment.org, เป็นวิทยากรอบรม Remote Sensing, ทำบัตรทอง
มิถุนายน 2552 - เขียนบทความ "หัวหน้าครอบครัวโลก" ไทย-อังกฤษ, ขายวีดีโอความรู้จาก Youtube ในตลาดนัด, ดูการทำนาหญ้า, รับงานที่ปรึกษา GIS เพื่อนไข่ที่เพชรบูรณ์, ทดลองเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้งไว้กินในห้อง, ทำ Presentation รวมโลกสำหรับดาวน์โหลดที่ WLOW
กรกฎาคม 2552 - เขียนเรื่อง "บทความช่วยจำรูปประโยคภาษาอังกฤษ 12 Tenses", ทำวีดีโอสมัครร้องเพลงกับแกรมมี่ RS, ได้ขับแท็กซี่แล้ว
สิงหาคม 2552 - ยุติการขับแท็กซี่รวมโลกหลังเกิดอุบัติเหตุ, เริ่มเว็บประกาศรับแปลงาน "กงจักร รักงานแปล" และ "กงจักร ใจดี GIS Freelance", ทำงานแปล และ GIS หนาแน่น
กันยายน 2552 - ประกวด LG Entertainer ได้ประกาศถึงเวลารวมโลกออกทีวี, ทำงานแปลและ GIS ต่างๆ
ตุลาคม 2552 - พยายามรวบรวมลายเซ็นต์รวมโลกที่จตุจักร, ทำงานแปลและ GIS เรื่อยๆ
พฤศจิกายน 2552 - เขียนบทความลง OKnation ขู่จะไปส่งหนังสือถึงสื่อ ถ้ายังไม่ช่วยรณรงค์รวมโลก
ธันวาคม 2552 - เขียนเรื่อง "ประเทศโลก" (เผื่อให้คนค้นเจอ), ไปส่งหนังสือถึง 8 สื่อ, ทำวีดีโอ "ถ้าผู้นำทั่วโลกไม่เจรจารวมโลก จะโดด", ทำวีดีโอรวมโลกอื่นๆ ลง YouTube, แสดงคอนเสิร์ตรวมโลก

สถานการณ์ปัจจุบัน หลังจากที่ล้มเหลวในการทำให้สำเร็จตามแผนที่เขียนไว้ใน WeLoveOurWorld.com ซึ่งตั้งเป้าว่าผู้นำทั่วโลกจะเจรจารวมโลกกันในสิ้นปีและช่วงปีใหม่ชาวโลกจะได้เฉลิมฉลองโลกใหม่ .. บัดนี้ ก็ยอมรับแล้วว่าทำไม่ได้ .. ทำยาก
จากนี้ไป ผมคงไม่ดำเนินการรณรงค์อะไรมากมายแล้ว เพราะทำไปก็ไม่ค่อยเกิดผล แถมยังทำให้บุคคลที่ห่วงใยไม่สบายใจ
และจะไม่ตั้งเป้าที่จะรวมโลกให้สำเร็จในปีนี้ ปีหน้า หรืออีก 10 ปี 20 ปี .. หากแต่จะตั้งเป้าเพียงแค่ว่า จะมีชีวิตอยู่จนกว่าจะได้เห็นชาวโลกรวมทุกประเทศเป็นหนึ่งเดียว
ตอนนี้ยังไม่ใกล้ตาย คงยังไม่ต้องเร่งรีบทำก็ได้

(หมายเหตุ .. ประโยคข้างล่างต่อไปนี้เขียนทีเล่นทีจริง โปรดอย่าซีเรียส ก๊ากๆๆๆๆ)

ลำดับความสำคัญของเป้าหมายในการดำรงชีวิตของผมจะเปลี่ยนไป เป็นดังนี้
1. ทำตัวทำใจให้เป็นสุขทุกขณะ
2. ดูแลครอบครัว
3. ทำงานให้ลูกค้า
4. รวมโลก

ส่วนเรื่องที่ว่า จะกลับเข้ารับราชการหรือไม่ ตอบตอนนี้ได้ว่า ไม่ครับ

ถ้าผมยอมกลับเข้ารับราชการ ผมอาจจะถูกมองว่า ต้องการเงิน ต้องการความอยู่รอด ไปไม่รอดถ้าไม่เข้าระบบ และก็ต้องกลับไปรับใช้พวกผู้ยิ่งใหญ่แทนที่จะเป็นการรับใช้ประชาชน
ผมไม่ได้บอกว่าการเป็นข้าราชการมีแต่ส่วนไม่ดี หากแต่บอกว่า ภาพลักษณ์ทุกวันนี้มันยังผสมด้วยสิ่งไม่ดีเยอะ (งานที่ดีมีประโยชน์ก็เยอะ)
คนที่เป็นข้าราชการอยู่แล้วไม่ต้องลาออกมาแบบผมหรอกครับ

ผมขอเป็นตัวแทนข้าราชการที่ออกมาประท้วง .. ประท้วงสิ่งผิดๆ ที่ยังแฝงอยู่กับระบบราชการจนทำให้เป็นเหมือนพวกเอาเปรียบสังคมแทนที่จะเป็นผู้รับใช้สังคม

บางทีผมอาจจะไปใช้ชีวิตที่ศรีสะเกษบ้านเกิด
และครั้งนี้ผมไม่ได้ไปเพราะไม่มีปัญญาหาเงินดำรงชีพอยู่ได้ในกรุงเทพ (ซึ่งมีวิถีชีวิตที่แสนสะดวกสบายมาก)
หากแต่ผมไปเพราะเห็นว่าระบบเงินที่พวกคุณใช้นำกระแสสังคมอยู่ทุกวันนี้มันไม่ถูกต้อง มันไม่ได้ช่วยให้คนทำงานที่ควรทำจริงๆ มันแค่ทำให้คนหาเงินตามๆ กันไปจนสุดท้ายก็อาจพากันตกเหว
มีทางเดียวที่เหลือ ที่ผมจะสามารถอยู่ได้โดยมีเวลามากพอในการทำประโยชน์ในรูปแบบที่ผมคิด โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับการทำงานในแบบที่คนอื่นต้องการเพื่อแลกกับเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขับแท็กซี่ หรือแปลงาน หรือเป็นลูกจ้าง อีกทั้งไม่ก่อความรู้สึกผิดในใจว่าเอาเปรียบชาวบ้านทั่วไปเหมือนอย่างการทำงานราชการ .... นั่นคือ การอยู่กับธรรมชาติ

สิ่งที่ผมอยากจะสื่อจริงๆ ก็คือ ... เราต้องการเงิน เพียงเพื่อให้สามารถทำงานเพื่อผู้คนอื่นได้มากขึ้น (ผู้อื่นในที่นี้หมายถึงคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่คนในครอบครัว)
หากเพียงต้องการจะเอาตัวรอดนั้น และอยู่อย่างสุขกายสบายใจไปจนแก่ตายนั้น .. เราแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักบาท .. สิ่งที่เราต้องมีก็แค่ธรรมะ กับความรู้อีกนิดหน่อย .. ไม่ใช่แค่อยู่ได้เหมือนสัตว์ทั่วไปนะครับ แต่อยู่อย่างเป็นสุขตามประสามนุษย์นี่แหละ .. เพียงแต่มันทำประโยชน์ให้ผู้อื่นได้น้อยกว่าการมีเงินแค่นั้นแหละ
เราควรใช้เงินเพื่อทำให้เกิดงานที่เป็นประโยชน์ .. การที่เราทำให้คนหลงคิดว่าต้องไขว่คว้าหาเงินเพื่อความอยู่รอด ความสุข ความสบาย ความมีชื่อเสียง ฯลฯ นั้น มันเป็นเหตุที่ทำให้เงินไม่ถูกใช้กระตุ้นให้คนทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากได้อย่างแท้จริง

ผมเคยถูกคนบอกว่า เสียดายความรู้ เสียดายที่ได้ทุนเป็นเรียนเมืองนอก
ถ้าท่านเสียดายความรู้ความสามารถของผมจริงๆ ล่ะก็
อยากบอกว่า ผมก็เต็มใจที่จะทำงานช่วยสังคม .. และยินดีจะกลับมารับราชการก็ได้ เพียงแต่ ขอมีเงื่อนไขสองประการ
1. ระบบราชการต้องรับทุกคนเข้าทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอบ เพียงแต่จัดสรรหน้าที่รับผิดชอบตามความรู้ความถนัดของแต่ละคน
2. คนที่ทำงานราชการทุกคนต้องได้เงินเดือนเท่ากัน
ขอแค่สองข้อนี้เท่านั้นครับ .. ผมจะยอมกลับเข้าทำงานราชการ แม้จะได้เงินเดือนแค่ 5,000
เหตุที่ขอสองข้อนี้ เพราะถ้าท่านไม่ยอมรับตามนี้ ผมก็ไม่สามารถทำงานให้ได้ผลดีได้
ชีวิตผมก็จะไม่มีความปลอดภัย ไม่มีความน่าอยู่
งานก็จะมีลักษณะแก่งแย่งตำแหน่งกัน
แล้วก็จะต้องรู้สึกสงสารคนที่เขาไม่มีงานทำ
งานก็มักเป็นโครงการผันเงินมากกว่าสร้างผลสัมฤทธิ์ของงาน

ทำระบบราชการให้เป็นซะหยั่งงี้ ก็ขอเตือนให้ระวังไว้ สักหน่อยก็จะมีคนออกตามผมมาอีกเยอะ

นะครับ .. ถ้าอยากให้ผมทำงานให้ .. ขอแค่นี้ ได้ไหม แล้วจะยอมกลับ

สิ่งที่ราชการให้แก่ผม (เงินเดือน สวัสดิการ ฯลฯ) แต่ไม่ได้ให้แก่คนทั่วไป ไม่ได้ทำให้ผมปลาบปลื้ม หากแต่ทำให้ผมหดหู่ที่มีอะไรมากกว่าคนทั่วไป
นั่นแหละ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมทนอยู่ไม่ได้ ... เตือนกันอีกที .. เดี๋ยวอาจจะมีอีกหลายๆ คนทนไม่ได้อย่างผม

แต่อย่าเลยครับ .. ไม่ต้องออกหรอก
มีเหตุผลดีๆ มากมายที่หลายคนยังทำงานราชการ .. เพราะความรักงาน เพราะหวังผลสัมฤทธิ์ในงาน ผูกพันที่ทำงาน ฯลฯ
ขอให้ผมเป็นตัวแทนข้าราชการที่ต้องการเห็นสังคมเท่าเทียมด้วยกัน
คนอื่นไม่ต้องทำตามผม
ขอให้ท่านภาคภูมิใจว่าได้ทำงานเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่ทำเพื่อความโลภของใคร

เงื่อนไขที่ผมตั้งขึ้นมานี้ยังถือว่าน้อยมาก
ยังมีเรื่องที่ผมไม่พอใจในระบบอยู่อีกมาก
ผมไม่เพิ่มเงื่อนไขอีกข้อคือ รวมโลกให้เสร็จก่อนค่อยมาตามผมไปทำงาน ก็บุญแล้วนะครับ (ใครง้อคุณวะ ไอ้กง 555)

อย่าให้ภาพของความเป็นข้าราชการหมายถึงการได้ทำงานสบาย โดยมีสวัสดิการมากมายไปจนแก่ตาย
ผมเข้าไปอยู่ร่วมกับสถานะชนชั้นที่เหมือนเอาเปรียบสังคมแบบนั้นแล้วผมละอายใจ .. รู้ไว้ด้วย !!
คนเรามันต่างกัน
ผมเป็นพวกทำงานเต็มที่ จะให้ผมไปมีความสุขกับระบบการทำงานอย่างนั้นได้อย่างไร
แถมผมยังมุ่งเป้าที่จะเห็นโลกรวมเป็นหนึ่ง แล้วจะให้มัวไปเสียเวลาอยู่อย่างนั้นได้ฤา
**** (ถ้าผมรวมโลกสำเร็จ เราจะประหยัดเงินได้นับล้านล้านบาท ประหยัดเวลาได้นับ 100 ปี ประหยัดผืนดินได้นับล้านไร่ ประหยัดชีวิตผู้คนได้ไม่รู้กี่ชีวิตจากภัยสงครามและผู้ก่อการร้าย) ****

สู้เสียเวลาทำ "อาชีพผสมผสาน" รับใช้คนไปเรื่อยซะยังจะดีกว่า (จริงป่าวฟะ ;-)

สุดท้ายนี้ขอให้แฟนเว็บกู๊ดใจมีความสุขจริงแท้และยั่งยืนกว่าผม และอย่าลืมมาบอกเล่าให้ฟังด้วย ว่าทำตัวทำใจยังไง :)


คำคมประจำสัปดาห์
"ถึงผมจะไม่ได้ทำงานเป็นข้าราชการ แต่ผมก็ทำงานและดำรงชีวิตด้วยหัวใจแห่งความเป็นข้าประชาชน (ไม่ใช่แค่ประชาชนไทยด้วย .. ประชาชนทั้งโลกเลย)"


ภาพข้างล่างเหล่านี้ จากนี้ไป คงกลายเป็นเพียงตำนาน .. ไม่มีภาพใหม่ๆ ในลักษณะนี้อีกแล้ว ฮือ ฮือ (ทนดูหน่อยนะ ปะป๊า หม่าม๊า ลูกจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว อิ อิ)













วีดีโอคอนเสิร์ตรวมโลก


***********************************


อังคาร 29 ธันวาคม 2552


เป็นวีดีโอที่น่าจะดีที่สุดที่เคยทำมา .. แต่ต่อไปอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ :-)
แต่สำหรับปีนี้ ... สงสัยผมจะทำได้ดีที่สุดแค่นี้แหละครับ



สวัสดีปีเก่าครับ

คำคมประจำสัปดาห์
"ถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคน คุณต้องช่วยกันตอบแทนบุญคุณโลก ด้วยการรวมโลก
หรือ ถ้าคุณต้องการรักษาสิทธิพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์ของคุณ คุณก็ต้องช่วยกันรวมโลก"


***********************************


อังคาร 22 ธันวาคม 2552


ทักทายกันแนวใหม่ อิ อิ


เรื่องโลกร้อนยังคงฮ็อต
ทำไมจึงฮ็อต เรื่องโลกร้อนนี้กลับร้อนยิ่งกว่าโลกที่ร้อนจริงๆ ซะอีก
ส่งผลให้ใจคนร้อนรุ่มยิ่งกว่าอุณหภูมิโลก
พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนวิธีแก้ปัญหาโลกร้อน
เพราะมันเป็นเรื่องทางโลก
พระพุทธเจ้าสอนแต่เรื่องทางธรรม (ก่อนอื่นขอออกตัวก่อน .. ผมไม่ได้นับถือศาสนาพุทธนะครับ .. ผมไม่สังกัดศาสนาใด นอกจากศาสนาโลก)
มนุษย์เรายุคนี้มองแต่เรื่องทางโลก จึงวุ่นวายไปกับเรื่องโลกร้อน รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่ทำให้ใจร้อนรน
จนลืมนึกไปว่า เปลวเพลิงกองแรกที่ควรจะดับนั้นคือเพลิงในใจตนเอง ... ผู้รู้สอนเช่นนี้กันเยอะครับ .. แต่ก็ยังมีผู้ไม่รู้อยู่เยอะแยะ (รวมทั้งตัวกระผมในบางครั้ง อิ อิ)

คำคมประจำสัปดาห์
"ความอยากไม่อาจตัดได้ด้วยความอยากที่จะละความอยาก
หากแต่ตัดได้ด้วยความรู้ว่าอยากไปก็ไร้ประโยชน์"


***********************************

ดูบทบันทึก ก่อนปี 2553 คลิ้กที่นี่


*************************